• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
มันจริงแค่ไหนที่ว่า “กระบวนการยุติธรรมไทยมันเน่าเหม็นยิ่งกว่าอีแร้งตายซากเสียอีก...

#1
มันจริงแค่ไหนที่ว่า “กระบวนการยุติธรรมไทยมันเน่าเหม็นยิ่งกว่าอีแร้งตายซากเสียอีก...เลวไม่ต่างกับ คสช นั่นแหละ” 


คือมันสะท้อนให้เห็นจริงๆโดยเฉพาะกับคดีการเมืองต่างๆที่จะปกป้องพวกพ้อง แต่กับตาสีตาสาและชาวบ้านทั่วไปที่ไร้ปากเสียงโดนกระทำจากอำนาจรัฐตัดสินคดีติดคุกคิดตารางจนสิ้นเนื้อประดาตัวไปตามๆกันเช่นกรณีคดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติไทรทองที่จังหวัดชัยภูมิและอีกมากมายหลายแห่งทั่วประเทศจากนโยบายทวงคืนผืนป่าแห่งชาติตามคำสั่งหัวหน้าคณะคสช.

คนจน ผู้หญิงและคนชราถูกขังคุกแถมศาลสั่งให้ปรับด้วยจำนวนเงินมหาศาลชนิดที่ว่าชาตินี้จะหามาจากไหนมามาเสียค่าปรับ ติดคุกใช้ค่าปรับไปจนตายก็จะยังใช้ค่าปรับไม่หมด...

ถ้าท่านเป็นผู้ถูกกระทำบ้างอย่างพวกเขาเหล่านี้หรือพวกเขาเป็นญาติๆของพวกท่านๆจะมีความรู้สึกอย่างไร....
ข้อเขียนนี้ขอยกตัวอย่างจากคดีศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สากล ประกิจ' 4 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 1.58 ล้าน คดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติไทรทองจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. (ตามข่าวที่เอามาให้ดู)

ทั้งนี้ก็ขอขอบคุณทีมพรรคอนาคตใหม่ที่เข้าไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่หาแนวทางในการแก้ไขปัญหากระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน...

ป.ล. พรรคอนาคตใหม่น่าจะมีที่ทำการภาคหรือจังหวัดรับร้องเรียนจากภาคประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมจากภาคหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

เชิญอ่านข่าวครับ :

อุทธรณ์สั่งคุก 4 ปี ปรับเป็นล้าน ชาวชัยภูมิอีกราย คดีรุกป่าสนองนโยบายทวงคืนผืนป่า

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สากล ประกิจ' 4 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 1.58 ล้าน คดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติไทรทองจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ขณะที่ทีมอนาคตใหม่เข้าพูดคุยประชาชนในพื้นที่หาแนวทางในการแก้ไขปัญหากระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

[Image: rRCGg7d.jpg]

ใบหน้าประชาชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติไทรทอง

19 มิ.ย. 2562 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศรายุทธ ฤทธิพิณ สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานว่า วันดังกล่าว เวลา 09.30 น. ศาลจังหวัดชัยภูมิ นัดหมาย สากล ประกิจ เข้าฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดีบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติดังกล่าว จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งจำคุก 4 ปี ให้ชดใข้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 1,587,211 บาท 

ขณะที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาจำคุก 4 ปี ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 900,000 บาท
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า มีชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กว่า 200 คน มาให้กำลังใจ ในวันนี้ได้มีคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่จังหวัดชัยภูมิ รวมทั้ง ชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และคณะ พร้อมกับทีมสื่อของพรรคฯ มาร่วมให้กำลังใจพี่น้องชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีและเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ห้องพิจารณาคดี 8

·        คดีทวงคืนผืนป่า มิ.ย.นี้ ปชช.จ่อขึ้นศาลอีก 6 ราย

นอกจากนี้ ทางรองเลขาธิการพรรคฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาผลกระทบในเรื่องที่ดินทำกินกับชาวบ้าน เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของพรรคในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางพรรคฯ จะดำเนินการจัดตั้งทีมคณะทำงานเรื่องที่ดิน และจะนำปัญหาความเดือดร้อนจากผลกระทบของชาวบ้านกรณีที่ดินทำกิน นำเข้า ครม.เพื่อให้เกิดเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมต่อชาวบ้าน

สำหรับกรณีของ สากล ประกิจ นั้น เป็นชาวบ้านซับหวาย อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ และเป็น 1 ใน จำนวน 14 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดี จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช.และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาจำคุก 4 ปี ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 900,000 บาท โดยสากลได้รับสิทธิจากกองทุนยุติธรรม ตามที่ผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดได้ทำเรื่องยื่นขอความช่วยเหลือในวงเงินการประกันตัวในศาลชั้นต้น

https://prachatai.com/journal/2019/06/83033
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2019 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org