• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ประเทศเรามันเกิดอะไรขึ้น..มันไปถึงขั้นที่คนยอมพลีชีวิตเพราะไม่พอใจในคำตัดสินของศาล...

#1
ประเทศเรามันเกิดอะไรขึ้น..มันไปถึงขั้นที่คนยอมพลีชีวิตเพราะไม่พอใจในคำตัดสินของศาลแล้วหรือ...


ลูกถูกแทงตาย..รอมาเป็นปีสองปีเพื่อหวังที่จะได้รับความยุติธรรมจากศาล..

[Image: 1369283479-3751601953-o.jpg]

แต่แล้วก็ผิดหวังจริงๆที่ศาลตัดสินไปอย่างนั้นตามคำตัดสินที่พ่วงความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ไปด้วย..ก็เลยตัดสินใจกระโดดตึกตายเพราะความช้ำใจ...

คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ก็เคยแขวนคอตัวเองเพื่อต่อต้านรัฐประหารมาแล้วเมื่อปี 49 ..

ผมก็ไม่รู้นะ ในกรณีอย่างนี้นักจิตวิทยาจะออกมาว่ายังไง...
มันยังมีอีกเป็นร้อยเป็นพันคดีที่รอคำตัดสินอย่างเป็นธรรมจากศาลฯ..

ใครจะเป็นราบต่อไปจากความเจ็บช้ำกับความอยุติธรรมในบ้านเมืองเรา..

ประเทศไทยภาพพจน์ของตุลาการมันเสียหายจนยากที่จะให้มันกลับคืนเหมือนเดิมได้..

พวกเราต้องทนกันในสภาพนี้ไปอีกนานเท่าไหร่....

เชิญอ่านข่าวครับ :

พ่อผิดหวังศาลยกฟ้อง คดีลูกชายถูกแทงตาย กระโดดตึกศาลดับ ผบช.น.สั่งสอบสำนวนใหม่ หลังเจอวงจรปิดเสีย
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีคนกระโดดตึกชั้น 8 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต บริเวณฟุตบาทด้านล่างอาคารศาลอาญา ถ.รัชดา กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุพบศพ นายศุภชัย คัฬหสุนทร อายุ 40 ปี สภาพสวมเสื้อแขนยาว ลายสีน้ำเงิน นอนเสียชีวิตที่พื้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผ้าขาวมาคลุมร่างไว้ ทั้งนี้ ทราบว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมภรรยา ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของลูกชายที่ถูกเเทงเสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีของลูกชายผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ เหตุดังกล่าว ได้เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำพิพากษาคดีเสร็จสิ้น โดยผู้ตายได้เกิดความเครียดและร้องไห้เสียใจ ก่อนจะปีนข้ามช่องหน้าต่างบริเวณทางเดินหน้าห้องพิจารณา ชั้น 8 และก่อเหตุกระโดดลงลงมาร่างกระแทกรถยนต์ตรงทางเดินและเสียชีวิตดังกล่าว หลังเกิดเหตุน้องภรรยาของผู้ตายได้ร้องไห้และเข้ามาร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า คดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเหตุเกิดพื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อ 2 ปีก่อน หลานชายถูกแทงเสียชีวิต มีวงจรปิดจับภาพได้แต่ เมื่อไปขอภาพ กลับพบว่า กล้องเสีย โดยหญิงคนดังกล่าว ได้ร้องไห้ฟูมฟายเจ้าหน้าที่จึงต้องเชิญไปสงบสติอารมณ์ ภายในศาลอาญา ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่าทราบว่าเบื้องต้นนายศุภชัย ผู้เสียชีวิตตัดสินใจโดดอาคารลงมาเนื่องจากความเครียด เนื่องจากเขาคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังจากศาลชั้นต้นตัดสินมาว่าให้ยกฟ้องจำเลยในคดีฆาตกรรมบุตรชายของนายศุภชัย คดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดตนจะนำสำนวนทั้งหมดมาดู ทราบเเต่ว่าเกิดเหตุที่ สน.ดินเเดง ซึ่งเหตุเกิดขณะนั้นตนยังไม่รับตำเเหน่ง ผบช.นจะขอไปดูรายละเอียดก่อน ส่วนในคำพิพากษาที่ศาลมีวันนี้เชื่อว่าศาลท่านตัดสินด้วยความเป็นธรรมตามพยานหลักฐาน จากนี้ตนก็จะเรียกสำนวนมาดูว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ทำไมศาลถึงยกฟ้อง เพื่อให้ได้ความรอบคอบ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ตนก็ได้คุยกับภรรยาผู้เสียชีวิตก็ทราบว่าผู้เสียชีวิตเครียดเเละหวังไว้มากว่าศาลจะพิพากษาลงโทษ เเต่เราก็ไม่ทราบรายละเอียดเนื้อหาต้องขอกลับไปรือฟื้นสำนวนคดีมาดูใหม่ก่อน คดีนี้ยังเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งตามขั้นตอนยังสามารถยื่นอุทธรณ์เเละฎีกาได้ต่ออยู่ ตอนนี้ก็ขอดูเเลจิตใจภรรยาผู้เสียชีวิตก่อน ที่ มาในวันนี้มาดูที่เกิดเหตุยังไม่ได้เข้าพบอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเเต่อย่างใด ขณะเดียวกันญาติของจำเลยในคดีอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีเดียวกันได้เล่าว่า ทันทีที่ผู้ตายและภรรยาได้ฟังคำพิพากษาคดีที่ศาลตัดสินยกฟ้องจำเลย ทำให้ทั้งสองคนเสียใจและได้รีบวิ่งไปเปิดหน้าต่าง เพื่อที่จะกระโดดฆ่าตัวตายโดยทั้งคู่อยู่ในอาการสติแตก ขณะที่ฝ่ายชายได้เปิดหน้าต่างและตัดสินใจกระโดดทันทีขณะที่ลูกสาวของคุณสุพรรณีได้วิ่งไปคว้าตัวฝ่ายภรรยาไว้ทันทำให้รอดชีวิตหวุดหวิด สำหรับคดีดังกล่าว คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 เวลากลางคืนหลังเที่ยง นายณัฐพงษ์ จำเลย กับนายอาร์รีชัย หรือเบ็นซ์ หรืออาร์ม บุดดาวงค์ พวกของจำเลยซึ่งเป็นเยาวชน ร่วมกันพาอาวุธมีดพกปลายแหลมขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต จำนวน 1 เล่ม ติดตัวไปในบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 1 ถ.ประชาสงเคราะห์ โดยร่วมกันมีเจตนาฆ่านายธนิต ทัฬหสุนทร ให้ถึงแก่ความตาย ร่วมกันชกต่อยนายธนิตที่บริเวณใบหน้าและลำคอหลายครั้ง และร่วมกันใช้อาวุธมีดพกปลายแหลมที่พกติดตัวมาแทงประทุษร้ายนายธนิตหลายครั้ง แทงถูกที่บริเวณไหล่ซ้ายลึกทะลุผ่านเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ และทะลุเข้าเส้นเลือดแดงบริเวณใต้ไหปลาร้าข้างซ้าย เป็นเหตุให้นายธนิตได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371 จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด โดยคดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงคดีนี้ว่า ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในชั้นศาลนั้น เห็นเเต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ เเต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้ ดังนั้น เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

รายละเอียดเพิ่มเติม :
http://morning-news.bectero.com/socia...
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2





https://youtu.be/uCv9nUTiFRc
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org