• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
กรณีป่าแหว่ง“คณะศาลอุทธรณ์ ภาค 5 เป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่าทำลายต้นน้ำธรรมชาติอย่างแท้จริง

#1
กรณี “ป่าแหว่ง “ คณะศาลอุทธรณ์ ภาค 5 เป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่า ทำลายต้นน้ำธรรมชาติ..อย่างแท้จริง...

ชาวบ้านกี่ร้อยกี่พันรายทั่วประเทศที่โดนข้อหาตัดไม้ทำลายป่า..แม้ตัดเพียงต้นเดียว...ท่อนเดียว...ก็ถูกพิพากษาให้จำคุกเสียค่าปรับมาแล้ว....

 
จากภาพเปรียบเทียบที่เอามาให้ดูเมื่อปี 2013 “ป่าแหว่ง” ยังเป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์..

[Image: IHeb2Xl.jpg]
 
แล้วพัฒนากลายมาเป็นหมู่บ้าน  “ผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ มาจนถึงปี 2018...
 
การกระทำเยี่ยงนี้ไม่ถือว่าเป็นการตัดไม้ ทำลายป่า ทำธรรมชาติ ทำลายต้นน้ำลำธารหรือ....
 
มิใยที่มีการต่อต้านอย่างรุนแรงและเดือดพล่านของประชาชนในเรื่อง”หมู่บ้านบ้านป่าแหว่ง
 
ทำไมตุลาการจึงเมินเฉย..หุบปากเงียบ..แถมยังไม่ยุติการก่อสร้าง...
 
หรือว่าโยนปัญหาไปให้รัฐบาลแล้วรัฐบาลยังไม่สั่งการใดๆให้เป็นที่เด็ดขาดก็จงใจยื้อต่อไป....
 
สร้างความเจ็บแค้น สร้างความร้าวฉานโดยไม่แยแสต่อความรู้สึกของประชาชน...
 
ถือว่าตัวเองมีอำนาจมีกฎหมายอยู่ในมือจะทำอย่างไรก็ได้ อย่างนั้นหรือ...
 
เป็นถึงผู้พิพากษา ทำไมจึงไม่รู้ความสำนึกผิดชอบชั่วดีอะไรควรไม่ควร..
 
มาสร้างปัญหา มาสร้างความร้านฉานให้กับประชาชนที่เขาเคารพบูชา ”ดอยสุเทพ “  
 
อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา..แล้วจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร..
 
เอาละ..เมื่อท่านหน้าด้านที่จะอยู่...เราก็จะต่อต้านรณรงค์ทุกช่องทางที่เราจะทำได้..
 
จะทำกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง “ไล่ “ พวกท่านลงจากดอยและจะไม่มีการเจรจาใดๆ...
 
จนกว่าจะเห็น..คำสั่งจากรัฐบาลให้รื้อหมู่บ้านและให้ป่ากลับไปสู่สภาพเดิม...
 
เรายอมไม่ได้ที่จะให้เรื่องนี้มันเงียบหายไป.......
 
ป.ล. ขออนุญาตนำข้อเขียนของเพจ “ขอคืนพื้นที่ป่าฯ” ซึ่งได้วิจารณ์ไว้อย่างละเอียดมาให้อ่านประกอบต่อท้ายกระทู้ครับ..เชิญอ่าน...
 
ฤาว่า *** การถวายฎีการ้องทุกข์ ***

จะเป็นแสงสว่างเดียวในถ้ำอันมืดมิด
 
หลายเดือนที่ผ่านมานี้ มีคำถามผุดขึ้นในใจคนไทยทั่วประเทศว่า ทำไมสถาบันตุลาการจึงเมินเฉยกับท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรงและเดือดพล่านของประชาชนในเรื่องบ้านป่าแหว่ง

มีต่อ.....
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ก็เพราะสถาบันตุลาการเห็นประชาชนเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจ กฏหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเชื่อในความคิดความเห็น หรือการทักท้วงใดๆของประชาชน และทางสำนักคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม(ก.บ.ศ.)ก็โยนปัญหาเรื่องบ้านป่าแหว่งให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจไปแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานธุรการของสถาบันตุลาการก็เพียงแต่รอฟังว่า รัฐบาลจะตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ส่วนเสียงของประชาชนนั้น สนง.ศาลฯไม่มีความจำเป็นใดๆต้องรับฟัง
 
แล้วรัฐบาลทำอะไรบ้างแล้วกับเรื่องนี้ ?

แรกเลยคือนายกฯออกมาสั่งการปากเปล่าว่า ห้ามไม่ให้มีคนเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่พิพาท และถัดมาก็คือให้จัดการพื้นที่พิพาทนี้ให้กลับคืนเป็นป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม

ข้อแรกนั้น ไม่ได้รับการตอบสนองจากสนง.ศาลฯ เพราะคำพูดที่ออกจากปากนายกฯเป็นเพียงคำพูดลอยๆ สนง.ศาลฯก็คงทำเพียงแค่อยู่เฉยๆ ก็เพราะรัฐบาลไม่ได้มีหนังสือสั่งการ หรือแม้กระทั่งบอกกล่าวขอความร่วมมือใดๆอย่างเป็นทางการมายังสนง.ศาลฯเลยแม้แต่น้อย
 
ส่วนข้อถัดมานั้น รัฐบาลก็ส่งรมต.นักต่อรองมาเตะถ่วงประชาชนไว้เมื่อวันที่ 6 พ.ค. รมต.ก็มาคุยตกลงแบบปากเปล่ากับประชาชนไว้ว่า จะไม่ให้มีใครเข้าไปอยู่ในพื้นที่ จะให้ธนารักษ์พื้นที่ไปรังวัดแบ่งแยกพื้นที่ป่าออกมาแล้วขอคืนเป็นที่ราชพัสดุดังเดิม ขอประชาชนให้รอให้ผู้รับเหมาทำงานให้เสร็จตามสัญญาเพื่อจะได้ไม่ต้องโดนฟ้องร้อง และให้ไปทำข้อเสนอมาว่าจะให้รัฐบาลจัดการอย่างไรกับสิ่งก่อสร้างทั้งหลายในบ้านป่าแหว่ง สุดท้ายชักชวนให้ไปปลูกป่าด้วยกัน
 
ทางฟากฝั่งของประชาชนก็เชื่อใจในคำพูดของรมต. และปฏิบัติตามข้อตกลงปากเปล่าอย่างเรียบร้อย สงบเสงี่ยมเหมือนเด็กดี ว่านอนสอนง่ายและอดทน

แต่ในฟากฝั่งของรัฐบาลนั้น รมต.นักต่อรองเมื่อกลับไปแล้ว ได้ไปทำอะไรต่อบ้าง ?

ในด้านหนึ่งคือ กลับไปก็ไม่ได้ไปเสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งใดๆทั้งสิ้นไปยังสนง.ศาลฯในข้อตกลงที่รับปากกับประชาชนไว้ ก็แล้วในเมื่อไม่มีการสั่งการใดๆอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล สนง.ศาลฯก็ไม่เห็นจะต้องทำอะไร ประชาชนก็โวยวายไปเถอะว่า
ทำไมสนง.ศาลฯไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลง !!
 
ถ้ามองให้ดีจะเห็นว่า ไม่ใช่สนง.ศาลฯไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง แต่เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้สั่งการอะไรมาเองต่างหาก แล้วทำไมรัฐบาลจึงไม่ยอมสั่งการใดๆมายังสนง.ศาลฯ รัฐบาลอาจจะเกรงกลัวหรือเกรงใจสนง.ศาลมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ประชาชนก็มิอาจทราบได้
 
ในอีกด้านหนึ่ง คือ รมต.นักต่อรองก็ไปทำหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อให้มาจัดทำข้อเสนอว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งปลูกสร้างและการฟื้นฟูให้พื้นที่กลับเป็นป่าสมบูรณ์ ใช้เวลาในการทำหนังสือแต่งตั้งนานเกือบเดือน กว่าจะได้คณะกรรมการมาเริ่มทำงานกันได้
 
ย้อนกลับไปดูเรื่องสัญญาก่อสร้างระหว่างสนง.ศาลฯกับผู้รับเหมาว่าเป็นอย่างไรแล้วในขณะนี้ จะยกเลิกสัญญาหรือต่อสัญญาให้ผู้รับเหมาต่อไปอย่างไรหรือไม่ เพราะจนถึงวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ผู้รับเหมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะสามารถทำงานให้แล้วเสร็จลงได้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถส่งมอบรับมอบงานกันได้
ก็เลยได้มองเห็นว่า สนง.ศาลฯจะยกเลิกสัญญา หรือจะต่อสัญญาโดยไม่มีการปรับ หรือจะให้ผู้รับเหมาทำงานต่อไปแต่ปรับค่างานล่าช้าเป็นรายวันจนกว่างานจะแล้วเสร็จ อะไรก็ตามที่กล่าวมานี้สนง.ศาลฯทำได้หมด เพราะรัฐบาลยังไม่ได้สั่งการอะไรมาอย่างเป็นทางการทั้งนั้น

หันกลับมาดูที่คณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมาทำงานว่าไปถึงไหนแล้ว ?

ก็เห็นว่า ทุกท่านก็เร่งรีบทำข้อเสนอเพื่อส่งให้รัฐบาลตัดสินใจให้เสร็จภายในกลางเดือน ก.ค. 61 อันนี้คงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ไม่น่าห่วงอะไร
 
แต่ที่น่าห่วงคือ รัฐบาลจะใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนอนี้นานแค่ไหนอย่างไร ประชาชนไม่อาจทราบได้เลย จะเสร็จภายในรัฐบาลปัจจุบันนี้หรือไม่ หรือจะต้องพิจารณากันต่อไปอีกถึงรัฐบาลไหน จะใช้เวลาสัก 1 เดือน 3 เดือน 1 ปี หรือจะลากยาวไปถึงไหน ประชาชนคาดการณ์ไม่ได้เลย
 
ส่วนทางสนง.ศาลฯนั้นก็คงปล่อยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านป่าแหว่งต่อไปจนเสร็จ เสร็จแล้วก็ใช้งานไปตามปกติ ก็สนง.ศาลฯไม่ได้ทำผิดอะไร ที่สำคัญคือ รัฐบาลก็ยังไม่ได้สั่งการอะไรมาทั้งนั้น ต่อให้ประชาชนโวยวายเสียงดังแค่ไหนอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ เพราะสนง.ศาลฯไม่ได้ทำความตกลงไว้กับประชาชน รัฐบาลต่างหากที่ทำความตกลงไว้กับประชาชน สนง.ศาลฯไม่ได้เบี้ยว รัฐบาลต่างหากที่เบี้ยว

ในส่วนของประชาชน ก็คงต้องตะโกนเรียกร้องโวยวายกันต่อไป ตะโกนจนคอแตก เสียงแหบแห้ง หมดแรง ตะโกนจนตาย ก็คงยากที่จะให้รัฐบาลตัดสินใจอะไรในเร็ววันนี้ได้
 
แล้วประชาชนควรต้องทำอย่างไรต่อไป ใครจะมาช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้ได้ เพราะรัฐบาลไม่กล้าแตะต้องสถาบันตุลาการเป็นเวลานานมาแล้ว ที่ศาลฯจะอ้างว่าตนนั้นปฏิบัติงานภายใต้พระปรมาภิไธยขององค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายความว่า ผู้พิพากษาทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้แก่ประชาชนแทนองค์พระมหากษัตริย์

แต่ในเมื่อเวลานี้ สนง.ศาลฯได้กระทำไปในสิ่งซึ่งทำให้ประชาชนมีความทุกข์ยากและคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส ประชาชนอุตส่าห์ร้องทุกข์ไปถึงท่านอย่างสงบเสงี่ยม ขอร้องให้ท่านหยุด ท่านก็สร้างเงื่อนไขต่างๆขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการไม่รับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน แถมยังโยนก้อนปัญหาที่หนักอึ้งนี้ไปให้รัฐบาลแบกรับไว้อีก เพราะท่านรู้ว่ารัฐบาลก็ไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรให้เป็นการกระทบกระเทือนต่อท่าน

ในเมื่อศาลฯอ้างว่าปฏิบัติงานภายใต้พระปรมาภิไธยฯ แต่ศาลฯกลับมาทำเรื่องให้ประชาชนเดือดร้อนเสียเองอย่างนี้ ประชาชนคงไม่สามารถหาที่พึ่งใดๆได้อีกแล้ว

นอกจากต้องส่งเสียงร้องทุกข์ให้ไปถึงพระเนตรพระกรรณขององค์พระมหากษัตริย์ ผู้ซึ่งทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนคนไทยได้เสมอ
 
#รื้อคือคำตอบเดียวที่รับได้
#ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
 
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
จากเฟสของเพื่อนเครือข่ายฯ

อาคารชุด ที่ว่ากันว่า เป็นของข้าราชการชั้นผู้น้อย
จะน้อยจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่ยอมย้ายออก
.
จันทร์นี้รู้กัน “แฉตุลาการบ้านป่าแหว่ง”


#จนกว่าจะรื้อ

#ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ



[Image: 37062794_1762689187160609_23421393397455...e=5BE967BB]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
“จะมีประโยชน์อันใด ที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนซากปรักหักพัง”
14.7.61
——————————
จบเรื่องถ้ำหลวง
ขอทวงป่าคืน
ไปอยู่ที่อื่น
อย่าฝืนเลยทั่น
ผืนป่าศักดิ์สิทธิ์
คิดอยู่ตรงนั้น
ธรรมชาติจะลงทัณฑ์
สาบแช่งกันทั้งแผ่นดิน

เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาจะไหล
พื้นที่ที่เขาบอกว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมเลยเอาไปสร้างบ้านพัก

สร้างแล้วยังอ้างว่ารักธรรมชาติ แต่ดินที่ขาวโพลนคือความจริงที่เราเห็น
[/url]

[ltr]#ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ[/ltr]


[ltr]#จนกว่าจะรื้อ[/ltr]
[url=https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD?source=feed_text]

[Image: 37058973_1762669667162561_20140277612989...e=5BDB64D5]

[Image: 37161628_1762669683829226_36344642514410...e=5BEA78F7]

[Image: 37000950_1762669690495892_82134787500005...e=5BE9EBE4]

 [Image: 37032483_1762669710495890_41664534692526...e=5BD0691B]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org