• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ดูมันจิ!ทำให้เราเจ็บแค้นในหัวใจ ยังมีหน้ามาขอร้องให้เราหยุดเคลื่อนไหวกรณี“ป่าแหว่ง“

#1
Bug 
ดูมันจิ!ทำให้เราเจ็บแค้นในหัวใจ ยังมีหน้ามาขอร้องให้เราหยุดเคลื่อนไหวกรณี“ป่าแหว่ง“


เราไม่หยุด...ถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่เราเรียกร้องคือ “รื้อทิ้งแล้วคืนสภาพป่าให้เหมือนปี 2557”

[Image: zAoDJLs.jpg]

งานนี้มันจะไปกระทบใคร ใครเสียหาย..เราไม่รู้และไม่ต้องการที่จะรู้...

งานนี้ประชาชนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ต้องมาเสียเวลาเดือดร้อนเพราะคณะศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่มีกิเลสหนา กระสันที่จะไปอยู่บ้านวิมานบนดอยที่เอาเงินภาษีของประชาชนไปสร้าง...

โดยไม่คำนึงถึงว่ามันเหมาะสมเพียงใด..อ้างแต่กฎหมาย..กฎหมาย..กฎหมาย..ที่มาทีหลังป่าเสียอีก..

ให้รู้และจำไว้อย่างหนึ่งนะ....พี่น้องหมู่เฮา....

ไล่มาตั้งแต่รัฐบาล(รัฐบาลไหนก็ช่าง)รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทำหนังสือโยนกันไปโยนกันมาจนโครงการนี้เกิดขั้น...

ใครเป็นคนชงมาตั้งแต่ต้น? ใครต้องการที่ป่าผืนนี้ ? 

เคยได้ทำ” ประชาพิจารณ์จากประชาชนในพื้นทีและผ่านความเห็นชอบ ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมปี พ.ศ.๒๕๓๕ หรือไม่ ..?

รู้ไหมล่ะครับ..  ว่าเขาตกลงตอบรับกันเองจนโครงการนี้ผุดขึ้นมาโดยไม่เห็นหัวประชาชนเลย...

ถ้าหากเรายอม...ต่อไปเราก็จะเข้าสู่ยุค “อภิสิทธิ์ชนถูกเสมอ “ ชีวิตของพวกเราประชาชนก็ไม่ต่างอะไรไปจาก “ ทาส “

วันที่ 6 พค.นี้....ปรากฎการณ์ “เขียวทั้งเมือง” จะเกิดขึ้นในเชียงใหม่และเขตใกล้เคียงและจะลุกลามไปเรื่อยๆ...จนกว่าเราจะได้ในสิ่งที่พวกเราต้องการ...

แล้วพบกันนะ...พี่น้องผู้ฮักป่า ฮักดอยสุเทพอันศักดิ์สิทธิ์ของเฮาทั้งหลาย...!...


[ltr]วันอาทิตย์ที่ 6 พค. เวลา 17.00น-21.00น[/ltr]


ที่คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) 117 ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
 
[/url] 
[url=https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1744330912277365&set=a.112915995418873.5733.100001014198382&type=3]
 
ความจริงต่อไปนี้เขียนโดยอดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเกิดเหตุบุกรุกป่าสงวนขึ้นดอยสุเทพไปทำลายต้นน้ำลำธารและป่าเขา อันเป็นที่ยึดถือและเคารพของคนเชียงใหม เป็นที่ที่ในหลวงทรงเสด็จมาทะนุบำรุงรักษาไว้ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ คือ พระธาตุดอยสุเทพ ครูบาศรีวิชัย กับฤาษีวาสุเทพ ป่าเขาสมบูรณ์ของดอยจึงเป็นภาพที่คนเชียงใหม่ยกมือไหว้อยู่ทุกวัน เพราะอยู่ด้านหน้าด้านทิศตะวันออก ที่สำคัญบริเวณป่าแหว่งเป็นส่วนต้นน้ำถึงสามสายถึงสมบูรณ์กว่าบริเวณอื่น สายนำ้นี้ไหลลงมายังอ่างเก็บน้ำสามอ่าง ที่เหมือนทะเลสาบคือห้วยตึงเฒ่า ห้วยแม่เย็น และอ่างนวมินทร์ หรือห้วยแม่จอกหลวงซึ่งหมู่บ้านที่ก่อสร้างอยู่ใกล้ชิดอ่างโครงการพระราชดำรินี้

ผู้พิพากษาไม่ได้รู้เห็นกับฝ่ายบริหารที่ไปก่อสร้างและไม่อยากขึ้นไปอยู่กลางป่า เสี่ยงอันตรายต่อสัตว์พิษ คนร้าย และภัยธรรมชาติ ทั้งเป็นที่รกตาของชาวบ้าน ขึ้นลงไปมาก็ไม่สะดวก 
มีเหตุการณ์ที่อ้างถึงกันอาจเกี่ยวพันกันแต่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย จึงอยากสรุปความเป็นมาให้เข้าใจชัดจะได้ไม่สับสนตามการชี้แนะที่หวังผลการเมืองทั้งหลายดังนี้

ทหารบกได้เข้าครอบครองพื้นที่บางส่วนของตำบลดอนแก้วบริเวณที่ราบเชิงดอยจากคลองชลประทานมาถึงถนนโชตนา ด้านกว้างที่แคบสุดยาว ๑ กม. ด้านยาวยาวหลาย กม.
ต้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี ๒๔๘๐ ปี ๒๔๘๓ มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ที่นี้เป็นของทหารเนื้อที่ ๒๓,๗๘๗ ไร่ ซึ่งรวมพื้นที่ห้วยตึงเฒ่าซึ่งมาจากห้วยแม่ชะเยืองเป็นหลักด้วย ปี ๒๕๐๐ กรมที่ดินออกหนังสือสำคัญให้จึงนำขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุที่ นสล. ๓๙๔/๒๕๐๐ พื้นที่ป่าแหว่งอยู่นอกเขตทหารนี้ แต่ทหารนำสัตว์ต่างขึ้นไปฝึกใกล้ป่าเขาใกล้เคียงทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นเขตทหารไปด้วย 

ปี ๒๕๐๗ มีพระราชบัญญัติป่าสงวน และได้กำหนดเขตป่าสงวนดอยสุเทพปุยคลุมพื้นที่ตำบลดอนแก้ว ตำบลช้างเผือก....เป็นวงกว้างเพราะตอนนั้นยังคงมีต้นไม้ใหญ่อยู่มาก ซึ่งรวมบริเวณบ้านป่าแหว่งด้วย 

เขตป่าสงวนนี้มีกฎหมายเพิกอนบางส่วนเพียง ๒ ครั้ง ครั้งแรกเพื่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ ตัดบางส่วนเป็นอุทยาน

ปี ๒๕๔๐ สมัยนายกฯจากทหารคือ พลเอกชวลิต นายสุทัศน์ เงินหมื่น รมต.ยุติธรรม นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ ปลัดกระทรวงได้ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ติดต่อหาที่สร้างศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จึงได้มีหนังสือขอใช้ที่ดินนี้จากทหาร แต่ทหารไม่สามารถให้ได้ ได้เสนอให้ที่ดินในเขตทหารด้านล่างให้แทน ซึ่งไม่ตรงตามขอ เรื่องจึงค้างคาไป

ฝ่ายบริหารคนถัด ๆ มา ได้ดูแผนที่ของทหารแล้วจึงเข้าใจหรือไปดูสถานที่จริง รู้ว่าบางส่วนอยู่บนดอยสูง และเป็นสันร่องนำ้ ไปคงไม่กล้าดำเนินการต่อ บางท่านก็ไปหาที่อื่นให้ เช่น ที่ตำบลแม่โจ้ ที่อำเภอสารภี ก็มีแย้งว่าไกลไป

ปี ๒๕๔๖ ฝ่ายบริหารสำนักงานศาลซึงแยกจากกระทรวงยุติธรรมแล้วให้ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ ดำเนินการขอที่ดินนี้อีกครั้ง จึงได้รับคำตอบว่า ที่ดินตามขอไม่คาบเกี่ยวกับที่ของทหารบก แต่ตรวจสอบแล้วไมอยู่ในเขตอุทยาน สมควรสนับสนุนจึงให้ติดต่อขอจากราชพัสดุ

ปี ๒๕๔๗ ราชพัสดุ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อนุมัตให้ใช้ที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1723 (บางส่วน) เนื้อที่ 147 - 3 - 30 ไร่ ตามที่ขอใช้ ที่ ชม.๑๗๒๓ ซึ่งเป็นที่อยู่ในเขตป่าสงวนและเป็นที่ราชพัสดุ 

เรืองดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเพราะผู้ตกที่นั่งรับผิดชอบไม่อยากทำจนถึงปี ๒๕๕๖ จึงมีการของบประมาณ และได้มาเริ่มก่อสร้างในปี ๒๕๕๗

ชาวบ้านที่ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าเห็นการก่อสร้างเริ่มโพสคัดค้านเรียกป่าแหว่งกันตั้งแต่นั้น และเริ่มมีองค์กรชมรมเครือข่ายทำหนังสือคัดค้านต่อทางราชการต่อ ๆ มา หลังจากกลุ่มร่มบินถ่ายภาพป่าแหว่างที่รุกคืบจนเห็นชัดในปี ๒๕๕๘ 

ตามหลักกฎหมายต้องถือตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๗๑/๒๕๕๑ เมื่อที่ดินพิพาทเดิมเป็นป่าสงวนฯแม้จะอยู่ในความดูแลของราชพัสดุ แต่การให้ใช้ที่ดินให้สิทธิเพียงให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น ไม่มีผลที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะของที่ดิน มิได้กรรมสิทธิที่จะใช้อย่างเป็นเจ้าของ เมื่อปลูกสร้างสิ่งใดเสร็จก็ต้องขึ้นทะเบียนเป็นของราชพัสดุภายใน ๓๐ วัน การตัดรากไม้ล้อมไม้เพื่อจะย้ายที่ต้นไม้ ฟันโค่นต้นไม้หวงห้าม ในที่ดินนี้โดยไมได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จึงมีความผิดฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
 
 
โดยคุณ Pairat Kerdsiri
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
Zamson
04 พ.ค. 2018 - 12:15
#190586


อีกทางออกที่น่าสนใจ  ฝากประยุทธพิณาหน่อย

“ต่อตระกูล” เสนอทางออก “บ้านพักตุลาการ” ย้ายได้ไม่ต้องรื้อ
อดีตนายกวิศวกรรมสถานฯ แนะทางออกโครงการบ้านพักตุลาการ ย้ายทั้งหลังได้ไม่ต้องรื้อ ชี้คนไทยทำได้
วันนี้ (3 พ.ค.) นายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ถึงกรณีพิพาทโครงการบ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่รุกล้ำเข้าไปทางเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และมีเสียงเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ให้รื้อบ้านแล้วปลูกป่าทดแทน ว่า ตนเสนอวิธีการแก้ปัญหาแบบวิศวกร โดยการย้ายบ้าน ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น ยกย้ายทั้งหลัง ตัดเป็นชั้นๆ ตัดเป็นส่วนๆ และ ถอดออกเป็นชิ้น ที่ผ่านมา คนไทยสามารถยกอาคารทั้งหลัง วิ่งไปส่งขึ้นเรือไปญี่ปุ่น โดยให้ดูรถแท่นล้อสำหรับเคลื่อนอาคาร ที่อยู่ใต้อาคาร ว่าไทยเรามีรถพร้อมบรรทุกอาคารใหญ่ทั้งหลังหรือไม่ นอกจากนี้ การตัดเสา ยกบ้าน ฝีมือคนไทย ทำกันเยอะ


นายต่อตระกูล กล่าวว่า การส่งออกอาคาร 12 ชั้น จากไทยไปยังญี่ปุ่น ทางเรือ ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ เรียกว่า บรรทุกไปทั้งตึก แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง หรือจะเป็นในอเมริกา การเคลื่อนย้ายอาคารเป็นเรื่องธรรมดา มีบริษัทรับทำเป็นอาชีพ ตึกโบราณเป็นอิฐทั้งหลัง ยังย้ายได้ และมีคนไทย รับยกบ้าน ดีดบ้านหนีน้ำท่วม ทำเป็นอาชีพ ถ้าตัดเสายกบ้านขึ้นได้ ก็ย้ายบ้านออกไปได้


https://mgronline.com/onlinesection/deta...0000043538
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
ข่าวแถลง ประจำวันศุกร์ที่ 4 พ.ค. 2561
เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
---
ทีมโฆษกของแจ้งข่าวสารต่อพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้


1. ไม่มีการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 6 พ.ค.
เนื่องจากมีข่าวสารสับสน ที่แพร่ออกไปว่าทางเครือข่ายได้นัดหมายชุมนุมยกระดับในวันที่ 6 พ.ค. จึงมีพี่น้องบางท่านนัดหมายเตรียมตัวเดินทางมา บ้างก็สอบถามสถานที่ชุมนุม... จึงขอเรียนแจ้งว่า เรายังไม่ได้นัดชุมนุม สำหรับที่เป็นข่าวไปก่อนหน้าคือทางเครือข่ายจะรอคอยคำตอบเป็นเวลา 7 วันนั้น ล่าสุด ได้รับนัดหมายเจรจาจากท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเจรจากับตัวแทนองค์กรเครือข่ายในวันที่ 6 พ.ค. จึงอยากให้พี่น้องประชาชนรอฟังผลก่อน ใจเย็นๆ เพราะเรื่องนี้คงไม่จบในวันสองวัน


2. การนัดหมายเจรจากับรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

จัดขึ้นที่หอประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (หลังศาลากลาง) โดยทางเครือข่ายจะจัดส่งรายชื่อตัวแทนองค์กรภาคีที่จะเข้าร่วมประชุมไปยังจังหวัดล่าสุด เรามีภาคีเครือข่ายประมาณ 50 องค์กรแล้ว .. เบื้องต้นเข้าใจว่าจะให้เข้าได้เฉพาะผู้มีรายชื่อระบุเท่านั้น เพราะนี่เป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับเครือข่ายฯ จะไม่มีองค์กร/กลุ่ม/หรือผู้เรียกร้องคณะอื่น ดังนั้นขอพี่น้องไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ถ้ามาแค่ให้กำลังใจก็จะได้อยู่แต่ภายนอก จะรบกวนเวลาและกำลังไปเปล่าๆ เก็บแรงรอฟังข่าวสาร และรอกำหนดนัดหมายน่าจะดีกว่า


3. วาระเจรจา

เราได้แจ้งประสานถึงท่านรัฐมนตรีไปแล้วว่า เราประสงค์อยากจะเห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้ ไม่เอาการตั้งคณะกรรมการร่วมคณะใหม่ เริ่มต้นใหม่ ... เรื่องใดที่สามารถบรรลุได้ ก็ประกาศขึ้นก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังต้องคุยก็คุยต่อในรายละเอียด ภาษาที่ฝ่ายเราแจ้งไปก็คือ “โรดแมพ” และการให้คำมั่นว่าจะดำเนินไปตามนั้น โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือคืนพื้นที่ป่าตรงบริเวณหมู่บ้านป่าแหว่งกลับคืนให้ดอยสุเทพ รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและมีการอนุรักษ์ดูแลในระยะยาว


ตัวแทนของเราจะพยายามทำงานให้บรรลุเป้าหมายตามนั้น โดยจะแสดงให้รัฐบาลเห็นเป็นประจักษ์ว่าขบวนการเรียกร้องของเรา ดำเนินอย่างอารยะ สง่างาม มีเหตุมีผล ทำให้เขาเห็นว่าประชาชนพลเมืองที่เข้มแข็งนั้น สามารถช่วยรัฐปกปักรักษาดูแลบ้านเมือง สามารถทักท้วงต่อรองเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมีพลัง


ทั้งนี้ขอประกาศไปยังกลุ่ม องค์กร หรือขบวนเรียกร้องอื่นใดที่ไม่ใช่การขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ หรือมีแนวทางแตกต่างกัน เช่นการขอบริจาคเงิน ได้โปรดอย่าเข้ามาแทรกหรือฉวยจังหวะหาประโยชน์อื่นใดของท่าน ขอให้เวลาช่วงสั้นๆ ที่เราได้รับนัดหมายประชุมหารือกับท่านรัฐมนตรีบังเกิดผลคุ้มค่าต่อชาวเชียงใหม่ที่สุด
ขอให้พี่น้องรอฟังนะครับ


4. เทศกาล " ฉัน รัก ดอยสุเทพ "


เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี และนิทรรศการ ที่ภาคีเครือข่ายอันเป็นแนวร่วมของเราได้จัดขึ้นในวันที่ 6 พ.ค. ณ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ กลางเวียงเชียงใหม่

สามารถจะกล่าวว่า นี่เป็นแนวรบวัฒนธรรมของเรา มีข้อมูลและภาพถ่ายเก่าแก่ของชาวเราที่ช่วยกันดูแลดอยสุเทพกันมาอย่างไร เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวเชียงใหม่ลุกขึ้นมาปกป้องดอยสุเทพ ภาพวาดและงานศิลปะของศิลปินชาวเมือง รวมทั้งดนตรีในบรรยายขรึมขลังของคุ้มเก่า เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากทีเดียวเชียวครับ

ขอเชิญพี่น้องอุ้มลูกจูงหลานไปหาซื้ออาหาร ฟังเพลง พักผ่อนแบบสบายๆ ปล่อยอารมณ์ชิลๆ ไปแลกเปลี่ยนพูดคุยเจอหน้าเจอตากันประสาชาวเมือง พลังทางศิลปวัฒนธรรมนั้นมีน้ำหนักไม่แพ้การส่งเสียงเรียกร้องบนท้องถนน เราเชื่อเช่นนั้น

ในงานอาจมีแกนนำบางท่านที่เสร็จจากประชุมศาลากลางแวะเวียนไป เจอะหน้าก็ทักทายสอบถามความคืบหน้าของการประชุมได้ระหว่างนั้น

จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน
นาย บัณรส บัวคลี่ (ทีมโฆษกเครือข่ายฯ )
#เพจขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ https://goo.gl/drKZ7v (มินท๊อป)
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org