• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ร่วมด้วยช่วยกัน ? : นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกโรงแระ..!

#1
ร่วมด้วยช่วยกัน ? : นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกโรงแระ..!

[Image: 40955063114_59d67389e9_b.jpg]


โพสต์ถามเปรียบเทียบ...มหา'ลัยราชภัฏเชียงใหม่ สร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"….

แต่ไม่ยักกะเปรียบเทียบกับหมู่บ้านสวัสดิการทหารบกที่อยู่ใกล้ๆกันนั่นน่ะ...

ข้ามไปนู่น...ไปที่ “สำนักงานบริหารศูนย์แม่ริม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ “ นู่น...

คงแค้นที่มหาวิทยาลัยนี้ออกแถลงการณ์คัดค้าน “ขอคืนพื้นที่ป่าแหว่ง “ เลยตอกเอาคืนมั่ง..

อุตส่าห์ไปหาข้อมูลมาเปรียบเทียบ...แต่หาคิดไม่ว่า...” ทำไมประชาชนเขาถึงคัดค้านที่ตรงนั้น..

ไม่รู้เลยหรือว่าสถานที่ตรงนั้นคนเชียงใหม่และในล้านนาถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์...ที่พวกเขาเคารพนับถือมาช้านาน...

จะไปสร้างหมู่บ้านไปขี้ไปเยี่ยวรดหัวชาวบ้านตรงนั้นไม่ได้...แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างกฎหมงกฎหมายอะไร...

เข้าใจไหม..? หน้ามืดหรือเปล่า..? ..อย่าแก่กะโหลกกะลาเลย.....
 
เชิญอ่านข่าวครับ :

อดีตหัวหน้าคณะศาลฎีกา ย้อนถาม มหา'ลัยในป่าสงวน 6 พันไร่ ไม่เห็นใครว่ารุกล้ำป่า

ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ถาม มหา'ลัยราชภัฏเชียงใหม่ สร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"
[/url] 
24 เม.ย.2561 กรณีกระแสคัดค้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค 'Chuchart Srisaeng' แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องโครงการบ้านพักตุลาการดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ เรื่องโครงการบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ อ้างว่าพื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพรุกล้ำป่าที่สมบูรณ์มาก สภาคณาจารย์ฯ ไม่เห็นด้วยและขอให้คืนป่าโดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปโดยเร็วนั้น
ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงฟังเป็นข้อยุติได้ว่า พื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และก่อสร้างบ้านพักตุลาการมีเนื้อที่ 147 ไร่เศษ อยู่นอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นที่ดินที่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(น.ส.ล.) ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 ตรี จึงไม่ได้เป็นป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 4(1)
มีเอกสารของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ยืนยันชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก ซึ่งมีเนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ก่อสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ตามหลักฐานที่แนบมาด้วยแล้ว หน่วยงานราชการเหมือนกัน ต้องการพื้นที่ก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการเหมือนกัน ต่างกันเพียงหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติไม่เหมือนกันเท่านั้น
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ก่อสร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก ใช้เนื้อที่มากถึง 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นป่าตามกฎหมายได้ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า" มีเพียงข่าวว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ใช้สโลแกนว่า "มหาวิทยาลัยในป่า" เท่านั้น

·        [url=http://prachatai.com/journal/2018/04/76496]ศาลขออย่าเพิ่งไปรื้อบ้านพัก 10 ปี มาดูกันว่าจะกลับเป็นป่าได้ไหม ฝ่ายประท้วงจ่อฟ้องศาลปกครอง

·        ประยุทธ์ แจงโครงการบ้านพักศาล เกิดก่อนรัฐบาลเข้ามา แต่รื้อทั้งหมดคงลำบาก
·        ศาลไม่ร่วมเวทีหาทางออกบ้านพักศาล-ภาคปชช.ย้ำต้องรื้อ-แม่ทัพภาค 3 จะนำไปเสนอนายกฯ
 
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ต่อว่า สำนักงานศาลยุติธรรม ก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และบ้านพักตุลาการ ใช้เนี้อที่เพียง 147 ไร่เศษ หรือประมาณร้อยละ 2.36 ของเนื้อที่ที่ใช้ก่อสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เท่านั้น ทั้งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติและไม่ได้เป็นป่าตามกฎหมาย แต่มีผู้คัดค้านซึ่งรวมทั้งสภาคณาจารย์ฯ โดยอ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"

ถ้าสังคมไทยยังมีคนบางกลุ่มไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มาใช้ตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่ใช้ความเพียงรู้สึกนึกคิด ความพอใจ ความรักใคร่ ความไม่พอใจ ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา หรือถ้าตนเองได้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ถูก แต่ถ้าตนเองไม่มีส่วนได้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ผิด สังคมไทยก็ต้องมีเรื่องวุ่นวายเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ตลอดกัลปาวสาน

[Image: safe_image.php?d=AQARlRKSQcvN-51K&w=476&...Nn2NzKGSh7]
 
https://prachatai.com/journal/2018/04/76543
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
markpakma
25 เม.ย. 2018 - 10:10
   ใหม่
#189534


โอ๊ย ...งั้นไอ้ที่มีคนมีอำนาจรุกป่าตามกฎหมายขอใช้ที่ราชพัสดุ
หวงก้างไว้ทั่วประเทศส่งคนไปเฝ้า ในนาม...ทาร์ซานเจ้าแห่งป่าเขาดินฟ้ามหาสมุทร
เข้ามาใส่ชื่อผุดขึ้นมาทั่วประเทศเต็มไปหมด  อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย
ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหล่ะ เขาจะพูดไม่พูดเท่านั้นแหล่ะ....
พวกมันเองก็รับใช้ใครอยู่ จนคิดว่าตัวเองเป็นพวกเทวดา ชี้เป็นชี้ตายคนได้จนลืมตัว
ย้อนกลับไปดูผลงานไอ้อีพวกนี้จะรู้ว่าใครดีใครเลว กล้าไหมล่ะ ทั้งหลายทั้งปวง
ที่ตัดสินกันในวันนี้ ให้คนกลางเขาเข้ามาดู.. ไอ้ที่บอกว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย
ตัดสินยุติธรรมไม่เอนเอียง ไม่แบ่งฝ่าย ไม่เป็นเสื้อเหลือง ไม่เป็นศาลสลิ่ม เป็นคนกลางจริงๆ 
ทำตามกฎหมายแบบบริสุทธิใจ  ความยุติธรรมที่ใช้กันอยู่นี่เป็นมาตรฐานแบบสากล
พร้อมจะเปิดโอกาสให้ ICC เขามาตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียนได้... เอาไหมล่ะ กล้าเปิดไหมล่ะ
กล้าเซ็นต์รับอำนาจศาล ICC ไหมล่ะ..โถ่ ไหนบอกจะมาปราบโกงจะมาล้างโกง
เอาเลยซิเซ็นต์รับรอง ICC แกร๊กเดียว 
ทักษิณโกงก็ใช้อำนาจ ICC เรียกร้องส่งตัวเข้ามาได้ทั้งโลก ใครก็ต้องจับตัวส่งให้
เอาเลยซิ ยุติธรรมจริง บริสุทธิใจจริง เป็นกลางไม่โกงจริง ต้องการล้างชั่วล้างโกง
ล้างเอียง ล้างระบอบทักษิณ... เอาเลยสิ...เซ็นต์ไปเลย.... ให้มันรู้กันไปเลย
ว่าระบบยุติธรรมประเทศนี้ มาตรฐานสูง กล้าให้ใครก็ได้มาตรวจสอบคำตัดสิน
ใสจนสามารถให้ ICC การันตีความยุติธรรมได้..
เหมือนมาตรฐานการบิน... ที่เป็นมาตรฐานโลก... วันนี้เมิงมีอำนาจสูงสุดสภาก็สั่งได้
ออกกฎหมายอะไรก็ได้ ยุติธรรมก็สูงสุดแล้ว.. เป็นกลางแล้ว.. ก็เซ็นต์รับรองไปได้เลย
จะกลัวอะไร ดีเสียอีกจะได้เอาตัวทักษิณยิ่งลักษณ์กลับมารับโทษได้ด้วย....
สะอาดบริสุทธิใจจริง...เมิงเซ็นต์รับรอง ICC ซะนะ
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
Bugbunny
25 เม.ย. 2018 - 09:52
   ใหม่
#189533



ตอนนี้เรายิ่งเห็นกันชัด ๆ ว่า
ใครก็ตามที่ไปสมคบคิดกับ กปปส นั้น จะเป็นพวกเอาแต่ได้เห็นแก่ตัวทั้งสิ้น
 
ความแตกต่างระหว่างราชภัฎแม่ริมกับป่าแหว่งนั้นชัดเจนมาก

พื้นที่ราชภัฎนั้นมันเป็นที่ราบอยู่ริมถนนสายที่เป็นสถานที่ราชการมากมาย
แต่ป่าแหว่งมันเป็นพื้นที่สโลฟขั้นไปบนเขาเสียบเข้าไปในป่าเขียว ๆ
แถมสถาบันการศึกษานั้น เขาให้สิทธิชาวบ้านทั่วไปเช้าไปเรียนเพื่ออนาคต
แต่ป่าแหว่งเป็นเรื่องความสุขส่วนตัวและครอบครัวตุลาการไม่่กี่คนเท่านั้น
เรื่องพวกที่จะมาฟ้องร้องเอาผิดกับคนในโซเชียลก็เช่นกัน
ถ้าเป็นข้าราชการตุลาการก็เข้าไปอ่านประมวลจริยธรรมของผู้พิพากษาด้วย
เขามีข้อห้ามชัดเจนไม่ให้ฟ้องร้องผู้อื่นเพราะมันอำนวยความยุติธรรมไม่ได้

และใครร้องทุกข์กล่าวโทษก็ต้องเปิดเผยชื่อตัวเองด้วยตามกฎหมาย
ไม่ใช่ให้ข่าวว่าจะทำแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นใครบ้าง
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
ปั้นจิ้ม
25 เม.ย. 2018 - 09:14
   ใหม่
#189528



[Image: smiley_02.gif]
ถึงว่า...กะลากะโหลก
ตรรกะขี้โกงโยงหาเรื่องแบบไร้วุฒิภาวะ
ทำคุยเขื่องนำมาเปรียบเทียบ
แยกไม่ออกกับที่พักส่วนตัว
กับที่ราชภัฏที่สร้างคนสร้างชาติ
เป็นถึงอดีต(เกษียณแล้ว) ครับ
แล้วจะเชื่อได้ยังไงว่า
ในขณะที่คุณรับราชการคุณเป็นคนที่ทำหน้าที่ให้ความยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ กะโหลกกะลาหน้าด้านจริงๆ
สองคน สามคน ก็แล้ว
เจื้อยแจ้ว วาจา หาผล
ยิ่งดิ้น ยิ่งรัด มัดตน
ทั้งแก๊ง ฉ้อฉล (คน)ยุติธรรม...
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#5
PM007
25 เม.ย. 2018 - 08:48
   ใหม่
#189527



มันเป็นถึงผู้หลักบักใหญ่ ของ ระบอบนี้ แต่ดันไปสร้างความชิกหายให้กะประเทศ โดยเป็น พวกเล่นการเมืองกลางถนน 
 
นี่ไงหลักฐานชัด ๆ ที่ ท่านหมาสนธิ ลิ้ม... บอกไว้ว่า จะเอาระบอบตุลาการภิวัตน์ จัดการคนเสื้อแดง
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#6
Buddhachad Hernlom : หน้า....สงสารนะ ที่ไม่ยอม

รู้เรื่อุง แล้วไปพาลว่า ม.ราชภัฎ รู้? หรือแกล้งโง่ ม.ราชภัฎ ที่สร้างวิทยาเขตสะรวง-ขี้เหล็ก นั้นเนื้อที่


มากมายใหญ่โต เพื่อ อะไร? และเป็นพื้นที่อะไร? หรือเปล่านั้น ไม่ทราบ แค่เขาสร้างเป็น


มหาวิทยาลัย เพื่อการศึกษาที่ประชาชนเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านๆแล้วได้ใช้กันมาตลอด และที่


สำคัญใช้เป็นสถานที่ ให้พระเจ้าอยู่หัว ร .10 พระราชทานปริญาบัตรแก่มหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคเหนือ

ทั้งหมด คือเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พเยาว์ น่าน โดยไม่ต้องลงมารับที่สวนอัมพรกรุงเทพ ให้

ลำบาก พื้นที่จึงกว้างใหญ่และไม่หน้าเกลียด ไม่ไปทำให้ป่าแหว่ง และไม่ใช่สถานที่ศักดิสิทธิ ที่ใคร

จะขึ้นไปสร้าง บ้านพัก ให้เสียทัศนีย์ภาพอันงดงามกลางมหานครพิงค์ศรีเชียงใหม่ 


นี่คือเหตุผลและความสำคัญทางจิตใจของชาวเชียงใหม่ ให้รู้ไว้
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#7
fantomous
25 เม.ย. 2018 - 10:42
   ใหม่
#189535


ยุคนี้สมัยนี้ ประชาชนได้เห็น ได้รู้ถึงพฤติกรรมของคนกลุ่มนึง คนกลุ่มที่คิดว่า พวกเขาคือชนชั้นสูง  ชนชั้นผู้นำ  พวกเขาคือเจ้าของประเทศ  ประชาชนส่วนใหญ่เป็นพวกไพร่ เป็นแค่ผู้มาขออยู่อสศัยในประเทศนี้  ครับ ยิ่งกระทำตัวกระทำตนเช่นนี้มากขึ้นเท่าไหร่  มันยิ่งเป็นการเติมเชื้อแห่งความคับแค้น เติมน้ำมันแห่งความคับแค้นลงบนกองไฟ  กองไปที่รอวัน เวลาที่จะเผาไหม้ประเทศนี้และชนชั้นผู้นำของประเทศนี้  ผมจะพยายามหายใจเพื่อรอวันนั้นครับ   หุ หุ หุ  
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#8
[Image: 31301770_1692307964139039_20187262493623...e=5B51EBC4]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#9
[Image: 31275773_1963863753834336_33218425695112...e=5B968995]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#10
[/url]
[url=https://www.facebook.com/profile.php?id=100007951188311&fref=gc&dti=272492722830133]วิกรม ศาสตรานนท์
 :

ผมก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดบรรดาท่านๆทั้งหลายถึงเอาสถานศึกษามาเปรียบเทียบได้กับที่พักอาศัยแสดงว่า

คนเราในยุคในสมัยนี้ทำอะไรพูดอะไรคืดกันน้อยมากสถานศึกษานั้นเขาสร้างมากี่ปีและประโยชน์ที่ได้รับ

นั้นใครได้มันก็ลูกก็หลานของพี่น้องชาวเชี่ยงใหม่และประชาชนที่ส่งลูกส่งหลานเพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดี

ขึ้นเพื่อที่จะมาเป็นคนที่มีคุณภาพของประเทศส่วนบ้านพักอาศัยนั้นใครได้ประโยชน์บ้างพี่น้องชาว

เชียงใหม่ได้รับประโยชน์ไหมคนไทยได้รับประโยชน์ไหมมันก็เปล่าที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนที่ได้เข้าไปอยู่

อาศัยเพียงไม่กี่คนสองเรื่องนี้ถ้าเอามากองรวมกันแล้วถ้าท่านทำใจเป็นกลางของทั้งสองเรื่องไม่มีอคติใน

เรื่องดังกล่าวท่านคิดว่าข้อไหนมันสมควรกวา่กันคิดกันโดยใช้หลักของจริยธรรมไม่มีข้อกฏหมายใดๆ

มาอ้างถ้าท่านที่พูดว่าทีสถานศึกษายังบุกลุกได้แล้วทำไมท่านๆทั้งหลายถึงทำไม่ได้ถ้าท่านๆทำได้แล้ว

ประชาชนเขาถามว่าแล้วทำไมประชาชนถึงทำไม่ได้มันไม่ยุ่งกันตายห่าหรือข้อกฏหมายที่ท่านวา่มานั้นคน

เขาไม่เข้าใจกันหรอกว่าทำไมบนภูเขาถึงอนุญาติให้ข้าราชการเข้าไปทำลายได้ถูกต้องตามกฏหมายแต่

เขาถามว่าท่านๆทั้งหลายนั้นมีจริยธรรมทางความนึกคิดกันสักนิดไหมว่าไอ้นี่มันป่าที่มันยิ่งเหลือน้อยลง

มากๆในประเทศนี้ถ้ามีคนอย่างท่านๆทั้งหลายกันมากๆๆแล้วมันจะเหลือป่าไว้ให้ลูกให้หลานในอนาคตได้

เห็นกันไหมแล้วอีกข้อหนึ่งคือผลกระทบกับภูมิศาสตร์กายภาพของประเทศอีกต่างหากถ้าป่ามันหมดไป

อะไรมันจะเข้ามาแทนที่ป่าได้มันก็คือทะเลทรายฝนฟ้ามันจะมาตกไหมในทะเลทรายที่มันไม่มีความชื้น

สัมผัสความแห้งแล้งมันก็จะเข้ามาแทนที่ความอุดมสมบูรณ์นี่เขาเรียกว่าผลกระทบทางภูมิศาสตร์

กายภาพน่ะครับ:
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#11
ท๊อป นิติรัฐ สุเมตติกุล
 

ผมดูจาก Google Map ปัจจุบันนะครับ ซ้าย: บ้านป่าแหว่ง ขวา: ม.ราชภัฏ วิทยาเขต สลวง ม.ราชภัฏเค้าก็ไม่เท่าไรนะครับ ภูเขายังเห็นเป็นเขา แถมมีถนนด้านหลังราชภัฏ และเหนือขึ้นไปก็มีชุนชมเดิมอยู่แล้ว

[Image: 31277520_10216089487259659_5023045839870...e=5B687985]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org