• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ประชาชน VS หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง..ยิ่งขุดยิ่งน่ารู้..พร้อมกับคำถามใหม่ว่า....

#1
ประชาชน VS หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง..ยิ่งขุดยิ่งน่ารู้..พร้อมกับคำถามใหม่ว่า....

ตุลาการประสงค์หรือทหารชงประเคน ? ก็ต้องหาความจริงกัน..ใครรู้อะไรมา..มีหลักฐานก็เอามาเปิดเผยกัน...

[Image: 11111.jpg]

ไม่ว่าทหารเสนอ หรือศาลชี้เอาเอง มันก็ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง ก็มันล้ำชาวบ้านไถขึ้นไปบนดอยเลยแนวเส้นการใช้ประโยชน์พื้นราบที่หน่วยอื่นรักษาแนวไว้ขึ้นไปเป็นพิเศษกว่าใครเขาน่าเกลียดเกินไป คนจึงต่อต้าน...

แบบยอมไม่ได้...ต้องรื้อถอนและคืนพื้นที่ป่าให้กับชุมชนสถานเดียว..

เออแล้วเรื่องที่ว่า...วันจันทร์ที่ 2 เม.ย.นี้ มีการเชิญตัวแทนประชาชนกลุ่มทวงคืนป่าดอยสุเทพไปคุยกับตัวแทนศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ค่ายกาวิละเวลา 13.30น.

คุณ Bunnaroth Buaklee ได้เขียนบอกอย่างนี้...(ขอขอบคุณสำหรับบทความครับ)

“ ก็งงๆ อยู่ ทหารจะเป็นคนกลางได้ไง เพราะทหารเองก็เข้าข่ายเป็นต้นเหตุของปัญหา ตัวแทนปชช.ควรเจรจาทหารให้ประกาศสัญญาประชาคม ไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ป่าเชิงดอย เป็นป่าแหว่ง 2 / ป่าแหว่ง 3 ในโอกาสนี้ด้วย
และถ้าต้องต่อรองกับศาล ผมจึงอยากจะ “เน้นย้ำ” ชี้ประเด็น ให้ตัวแทนจากศาล(ยุคนี้)ให้ท่านได้เห็น และพิจารณาว่ายุคก่อนหน้า เป็นเยี่ยงไร ประชาชนไม่ใช่ไม่เดียงสาอะไรเลยนะท่านนะ

ท่านถูกกฎหมายก็เหอะ แต่ชอบธรรม สมเหตุผล ไป-มาอย่างผ่าเผยหรือไม่ ลองตอบตัวเองดู

ถึงแม้ตอนนี้ รายละเอียด เบื้องลึก เบื้องหลังของการได้ที่ดินน่ะ ยังไม่มีชาวบ้านรู้ แต่ในอนาคต ยังไงคนก็จะได้รู้ – เชื่อเหอะ

เรื่องมันปูดขนาดนี้แล้ว ลับต่อไม่ไหวแล้วล่ะครับ “

เอาเป็นว่า..พวกเราไปให้กำลังใจกับตัวแทนของเครือข่ายฯ ตามวันเวลาดังกล่าวก็แล้วกัน..ไปกันเยอะๆ เพราะมีคนเป็นห่วงว่ากลัวจะถูกอุ้มหายในค่ายฯ อีกอย่างเขาได้รับรู้ว่าพวกเรารักและหวงแหนผืนป่าของพวกเราขนาดไหน โดยพวกเราจะไปรวมตัวกันที่สวนหย่อมริมน้ำปิงหน้าค่าย...

แล้วเจอกัน..!

ป.ล. ผมได้นำบทความที่น่ารู้น่าอ่านมาลงประกอบเผยแพร่ในกระทู้นี้ด้วย

เชิญอ่านครับ :

บทความจากเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Bunnaroth Buaklee เป็นคำถามที่ตอนนี้คิดว่าหลายคนในประเทศไทยอยากได้คำตอบที่ชัดเจนจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ออกมาให้คำตอบที่ชัดเจน

โดยได้โพสไว้ว่า

“อันที่จริงตั้งใจจะเขียนประเด็นนี้หลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากการยื่นขอไป แต่ดูๆ แล้ว มันช้า คงไม่ทันสถานการณ์

ด้วยเพราะวันที่ 2 เม.ย.นี้ มีการเชิญตัวแทนประชาชนกลุ่มทวงคืนป่าดอยสุเทพไปคุยกับตัวแทนศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ค่ายกาวิละ

ก็งงๆ อยู่ ทหารจะเป็นคนกลางได้ไง เพราะทหารเองก็เข้าข่ายเป็นต้นเหตุของปัญหา ตัวแทนปชช.ควรเจรจาทหารให้ประกาศสัญญาประชาคม ไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ป่าเชิงดอย เป็นป่าแหว่ง 2 / ป่าแหว่ง 3 ในโอกาสนี้ด้วย

และถ้าต้องต่อรองกับศาล ผมจึงอยากจะ “เน้นย้ำ” ชี้ประเด็น ให้ตัวแทนจากศาล(ยุคนี้)ให้ท่านได้เห็น และพิจารณาว่ายุคก่อนหน้า เป็นเยี่ยงไร ประชาชนไม่ใช่ไม่เดียงสาอะไรเลยนะท่านนะ

ท่านถูกกฎหมายก็เหอะ แต่ชอบธรรม สมเหตุผล ไป-มาอย่างผ่าเผยหรือไม่ ลองตอบตัวเองดู

ถึงแม้ตอนนี้ รายละเอียด เบื้องลึก เบื้องหลังของการได้ที่ดินน่ะ ยังไม่มีชาวบ้านรู้ แต่ในอนาคต ยังไงคนก็จะได้รู้ – เชื่อเหอะ

เรื่องมันปูดขนาดนี้แล้ว ลับต่อไม่ไหวแล้วล่ะครับ

เคยย้ำมารอบหนึ่งแล้วว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องที่คนในอดีตก่อไว้ เหตุใดผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ข้าราชการศาลยุคปัจจุบันจึงต้องมาแบกรับ แถมยังอาจจะก่อเป็นภาระของคนรุ่นหลังต่อไปอีก

ตามผมมาครับ….นี่เป็นเวอร์ชั่นเบต้า รอหนังสือทางการมา จะลงเลขหนังสือ วันที่ ตัวละคร ใครเซ็น ฯลฯ ให้ครบทีเดียวเชียว

[Image: 29683933_1835459076498826_39067579980198...68x495.jpg]

เราอ่านข่าว คงทราบกันแล้วว่า ที่ดินราชพัสดุโดยความดูแลของทหารนั้นเป็นที่ผืนใหญ่ มีความเป็นมาจาก นสล. ปี 2500 ซึ่งที่จริงต่อเนื่องมาตั้งแต่พรฎ.เขตหวงห้าม พ.ศ. 2483 ด้วยซ้ำ (แต่สื่อไม่เขียนถึง)

ที่ดินผืนนี้ประมาณ 23,000 ไร่ กินอาณาเขตจากบริเวณที่เป็นศูนย์ประชุมหนองฮ่อ ต่อกับดอยสุเทพ ส่วนทางขวาจรดถนนโชตนา ขึ้นเหนือยาวไปเกือบถึง อ. แม่ริม คนเชียงใหม่ทราบดีว่า ที่ดินฝั่งตะวันตกติดดอยของถ.โชตนาเป็นเขตทหาร
เขตทหารดังกล่าว มีเลขที่ราชพัสดุเป็นแปลงใหญ่แปลงเดียว จำเลขไว้นะครับ ที่ราชพัสดุ หมายเลข ชม.1723 แต่ละหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต ก็ใช้เลขนี้เหมือนกัน

ด้วยเหตุผลของความเจริญและการขยายของราชการ ต่อมา ก็ค่อยๆทยอยแบ่งซอย ที่ราชพัสดุแปลง 1723 ให้กับหน่วยงานต่างๆ เข้าใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ราวปี 2536 เนื่องจากมีการย้ายศาลากลางเก่าจากกลางเวียง (สามกษัตริย์) มาอยู่ที่ปัจจุบัน จนละแวกนี้กลายเป็นศูนย์ราชการ เป็นสนาม 700 ปี เป็นที่ตั้งหน่วยโน่นนี่ ล้วนแต่อานิสงส์ที่ทหารแปลงใหญ่ผืนนี้
จากจุดนั้น มีการขอใช้ที่ราชพัสดุ 1723 ของทหารเรื่อยๆ ทีละ 10 ไร่ 15 ไร่ กรมทางหลวงก็ขอ, กรมสามัญศึกษาก็ขอ, ….

ทุกหน่วยงานที่ได้อนุญาต จะได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุ ระบุเลขทะเบียน ชม.1723(บางส่วน) ต้องมีวงเล็บแบบนี้ เหมือนๆ กัน

ต่างแค่ระวาง ผัง เนื้อที่ดิน บางหน่วยได้มาก บางหน่วยได้น้อย

[Image: 29594572_1835633196481414_25634385705786...68x399.jpg]

ตามที่เป็นข่าวว่า เมื่อปี 2540 ศาลยุติธรรมขอที่ดินทหารหลังหน่วยปืนใหญ่ 100 กว่าไร่นิดๆ แต่ไม่ได้

นั่นคือ การขอที่ดินทหารมาทำบ้านพักขรก.ตุลาการ รอบแรก

น่าจะคนละแปลงกับที่ปัจจุบัน อันนี้รอเอกสารยืนยันไม่รู้เขาจะให้ดูมั้ย

ถามว่าแปลกไหม ก็ไม่แปลกเพราะ ในห้วงเวลานั้นมีการขยับขยายหน่วยราชการออกมาทางแม่ริม และก่อนหน้า ก็มีหน่วย

ราชการที่ขอแบ่งที่ทหารมาทำสำนักงานก่อนหลายหน่วย เขาไม่ได้ขอหลัก 100 ไร่ เพื่อเป็นบ้านพักแบบที่ศาลท่านขอ

ประเด็นอยู่ที่ เมื่อราวปี 2548 ขณะนั้นรัฐบาลพลเรือนมีความเข้มแข็ง แถมสนิทกับผู้นำทหาร ส่วนปลัดกระทรวงยุติธรรมก็สนิทมากกับรัฐบาล

ไม่เอ่ยชื่อนะครับ ผมเกรงว่าจะมีคนโยงเป็นเรื่องกีฬาสี จะกลายเป็นค้านขึ้นมาเพื่อหาเรื่องโยงดิสเครดิตพรรคการเมืองซะอีก

ค้านเพื่อค้านครับ ไม่ใช่ค้านเพื่อโยง ขอยืนยันอีกที !

การอ้างถึง ก็เพื่อให้เห็นบริบท ให้เข้าใจว่าทำไมการขอ 2548 (รอบหลัง)ทหารถึงยอม

เพราะเรื่องนี้คาบเกี่ยวกับอำนาจ / สายสัมพันธ์ และ จริตราชการ

ใครคุมทหาร ใครเป็นปลัดยุติธรรม ใครรมช.คลังคุมธนารักษ์ ใครผู้ว่าฯ แล้วก่อนหน้านั้นเขามีนยบ.เรื่องที่ราชพัสดุอย่างไร เรื่องแบบนี้สามารถเข้าใจไม่ยาก

[Image: download-3.jpg]

ห้วงเวลานั้นที่ทหารและที่ราชพัสดุกำลังถูกเอ๊กซเรย์…. ราวปี 2545 รัฐบาลมีนโยบายเอาที่ราชพัสดุมาทำประโยชน์ ที่เชียงใหม่ก็สำรวจกันจ้าละหวั่น มีการเอาที่ราชพัสดุของทหารแจกให้ชาวบ้านทำกินที่ดอยหล่อหรืออะไรแถวๆ นั้น
ที่ทหารแปลงใหญ่ ชม.1723 จึงถูกกันซอยออก เป็นผืนใหญ่หลายแปลง ในครานั้นด้วย เชียงใหม่มีเมกะโปรเจ็กหลายโครงการ

ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ ทหารมีที่มากเกินไป บางแห่งไม่ได้ทำประโยชน์ ก็ควรให้หน่วยงานที่เขาต้องการ หรือแจกชาวบ้านทำกินก็ยังดี

อาจยกเว้นก็แต่พื้นที่ละเอียดอ่อน ที่ต้องอนุรักษ์ อย่างเช่นที่ป่าเชิงดอยสุเทพนั้นก็ควรเก็บไว้ หรือให้ทหารรักษาดูแลต่อไป เพราะที่ผ่านๆ มาเขาทำได้ดี

มันเคยเกิดมีปัญหาเพราะรัฐบาลอยากเอาที่ทหาร ตัดที่ดินจากหลังกองพันสัตว์ต่างเลาะดอยสุเทพ เป็นไฮเวย์ไปถึงแม่ริม / ตอนนั้นทหารคัดค้าน โดยเฉพาะรบพิเศษที่ 5 เพราะเขาใช้ที่ดอยฝึกลาดตระเวณ ทำกิจของเขาตลอด ถ้าตัดถนน หลังบ้านก็โล่ง ถนนอยู่สูงประชิด ค่ายทหารไม่เหลืออะไร เขาก็ค้าน ไม่อยากให้ทำ

เลยกลายเป็นที่ทหารแปลงเดียวที่รอดฝ่ายการเมืองในยุคนั้นมาได้ ก็คือแปลงด้านหลังค่าย ไม่ถูกตัดเอาไปเป็นถนน

[Image: images-5.jpg]

แต่สำหรับที่ดินแปลงที่เป็นบ้านพักตุลาการ 147 ไร่นั้น ทหารต้องให้ !

นี่ล่ะ ที่อยากรู้จริงๆ ว่า การ “ต้องให้” ในขณะนั้น “ต้องให้”แบบไหน

ประเด็นที่อยากรู้อีกอย่างก็คือ … ฝ่ายไหนเสนอ ฝ่ายไหนสนอง

ทหารเสนอให้ เอาตรงนี้ 147 ไร่ งามๆ ลาดชัน ติดดอย สวยเหมาะแก่การเป็นบ้านพักอันสงบงาม

หรือว่า เป็นฝ่ายศาลที่ประสงค์ชี้เอาแปลงบนเนิน

เอกสารเบื้องต้นก็ชัดเจนว่า ท่านมีโครงการมั่นเหมาะก่อสร้างบ้านพัก !!

เลือกที่ ก็เพื่อทำบ้านพัก !!!

แล้วบ้านพักที่อยากได้น่ะ ควรอยู่พื้นราบ หรือเชิงเขา ดีกว่ากันล่ะ

ตุลาการประสงค์ ? ฤาออทหารชงให้ขอรับ ?

[Image: 29571373_1817026528349375_7672311550641918203_n.jpg]

นี่เป็นปมปริศนาทีเดียวเชียวครับ

นั่นเพราะว่า ในเวลานั้นคือราวปี 2548 ที่ราชพัสดุทหาร แปลง ชม.1723 ใกล้กับศูนย์ราชการและสนาม 700 ปี ก็ยังมีแปลงว่าง สวยๆ เหลืออยู่

อ้าว ! ที่ว่าง ราบๆ เหมาะ ๆ ไม่ต้องรุกไถป่าก็มีอยู่นะ ทำไมไม่เลือกเอา

เช่น ที่ดินซึ่งเป็นหมู่บ้านธนารักษ์ 276 ไร่ (ดูเลข 1 แดงๆ ในภาพประกอบนะครับ) แล้วก็อุทยานดาราศาสตร์ที่อยู่ติดกัน (เลข 2 สีเหลือง)

ทั้งสองโครงการที่ว่า เพิ่งจะเกิดมีโครงการขึ้นมาในยุคหลังนี่เอง

ต่างกันเพียง แปลง 1-2 ที่ว่า มันที่ราบน่ะ…ไม่สวย …ไม่สูงลดหลั่นไม่เห็นวิวจากบนไหล่เขา !!!

[Image: 29571186_1817026575016037_8405875345271704752_n.jpg]

ผมจึงสงสัย

ทำไมทหารไม่บอกว่าแปลงนี่้มันจะล้ำแนวคนอื่นขึ้นไปนะอย่าเอาเลยเอาแปลงที่ราบดีกว่ามีเยอะแยะหรือว่าทหารวางยา?
หรือว่าทหารมีแผนแยบยลอะไร?

เอ๊ะ หรือว่า ทหารเสนอแล้ว แต่ตัวแทนศาลไม่เอา จะเอาแปลงที่ต้องไต่ขึ้นไปบนดอย?

ซึ่งเป็นคำขอที่ปฏิเสธไม่ได้….???

อันนี้แค่ถามครับผมไม่รู้ครับรอเอกสารดูข้อมูลที่ขอไปในอนาคตก็คงรู้(มั้ง)

[Image: 29572492_1818847004833994_91576497950381204_n.jpg]

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าทหารเสนอ หรือศาลชี้เอาเอง มันก็ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง ก็มันล้ำชาวบ้านไถขึ้นไปบนดอยเลยแนวเส้นการใช้ประโยชน์พื้นราบที่หน่วยอื่นรักษาแนวไว้ขึ้นไปเป็นพิเศษกว่าใครเขาน่าเกลียดเกินไป คนจึงต่อต้านกลายเป็นวิบากกรรมโยนแอกให้กับขรก. ผู้จะเข้าพักรุ่นหลังพลอยถูกด่าพ่วงด้วย

[Image: 29572805_1640392496056946_5447399571840651435_n.jpg]

สมมติถ้าทหารเสนอให้ฝ่ายศาลก็จะอ้างได้บอกว่า ก็สภาพพื้นที่มันบังคับให้ต้องสร้างแบบนี้ !!!!

แต่สมมติถ้าเป็นอีกแบบนึงล่ะนั่นก็แสดงว่าท่านเล็งและประสงค์ที่ดินแปลงงามอยากมีบ้านพักบนดอยที่สูงพิเศษกว่ากว่าใครอื่นมาตั้งแต่เริ่มแล้ว …(รึเปล่าครับ?)

คือถ้าเป็นประการหลังนี่ … เอิ่ม เอิ่มมมมมม ….ตัวแทนประชาชนที่ได้พบกับตัวแทนทหารและศาลที่ค่ายกาวิละลองถามรายละเอียดท่านๆ ดูก็ได้นะครับเผื่อมีใครรู้ว่าที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไรกันแน่

[Image: 29513210_1818847008167327_3674201253237895752_n.jpg]

นี่ไงครับความเป็นมาของที่ดินบ้านพักข้าราชการตุลาการน่ะมันไม่ได้ห้วนๆสั้นๆแบบว่าก็มันเป็นที่ราชพัสดุได้รับอนุญาตถูกกฎหมายไม่รุกป่า จบ!!!!ตามที่หลายคนเคยได้ฟังมาหรอกครับ
ปมที่ผมเกริ่นมานี่ เป็นแค่เวอร์ชั่นเบต้าว่างๆจะไปธนารักษ์ไปยื่นหนังสือขอดูประวัติและการขอใช้ที่ดิน แปลง ชม.1723 เพิ่ม

หรืออาจจะไปหาดาวเทียมปี48-49มายันกันจะๆ ว่ามีที่ทหาร ชม. 1723 ว่างเหมาะ ๆ ตรงไหนอีก
ว่าจะเขียนลงวิกิพีเดียยาวสัก10หน้า

อนึ่งทั้งหมดที่เขียนมายังเป็นกรอบเค้าโครงประเด็นตั้งต้นไม่ฟันธงยังไม่ได้พาดพิงกล่าวหาอะไรใครคนใดเลยนะครับรอได้ข้อมูลมาก่อน ยังไงขอท่านกรุณาเร่งมือหน่อยผมกำลังรอด้วยความหวังขอบคุณครับ

ป.ล. edit ภาพดาวเทียม 2548 เพิ่มเติม”

เหตุผลที่ประชาชนชาวเชียงใหม่คัดค้านการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ ภาค ๕


การสร้างบ้านพักศาลตุลาการภาค ๕ บริเวณเชิงดอยสุเทพนั้นมีปัญหายืดเยื้อมายาวนาน เนื่องจากชาวเชียงใหม่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างนี้ และได้ยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จากที่ยังคนทั่วไปยังมองไม่เห็นปัญหา จนบ้านพักใหญ่โตสูงตระหง่านมองเห็นตั้งแต่ไกลๆ ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาเริ่มหันมอง ถ่ายภาพ ถ่ายคลิป จนปรากฏแก่สายตาของคนทั้งประเทศ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างนี้เช่นเดียวกัน

[Image: 29572523_1823933634325331_35837818110622...68x576.jpg]

พวกเราชาวเชียงใหม่มีเจตนาบริสุทธิ์ที่ปกป้อง รักษา สมบัติของแผ่นดินเอาไว้ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการเป็นป่าต้นน้ำ “ป่าไม้ผลัดใบสมบูรณ์” แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานฯ หรือเขตป่าไม้ตามกฏหมายหวงห้ามก็ตาม แต่พื้นที่ป่าไม้ผลัดใบสมบูรณ์แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของป่าดอยสุเทพ เป็นระบบนิเวศน์ภูเขาที่เป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นปอดดูดซับมลพิษทางอากาศ ดอยสุเทพเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ประชาคมชาวเชียงใหม่ได้มีข้อตกลงแล้วว่าจะไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างใดๆ ขึ้นไปก่อสร้างบนดอยสุเทพ

การก่อสร้างบ้านพักศาลตุลาการเลือกใช้พื้นที่ไม่เหมาะสม การใช้งบประมาณฟุ่มเฟือยขัดต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก่อสร้างโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งการกระทำต่างๆที่อ้างว่าชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ประชาชนมีสิทธิที่จะสามารถตรวจสอบ และสามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐได้ตามกฎหมาย หากมีการกระทำใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมมนูญ ประชาชนมีสิทธิยื่นฟ้องศาล ข้อกล่าวข้างต้น บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังจะยกตัวอย่าง

[Image: 19248014_1823933547658673_27673901189671...68x576.jpg]

มาตรา ๕ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มาตรา ๔๑ บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ

(๑) ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ
ตามที่กฎหมายบัญญัติ

(๒) เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว

(๓) ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเนื่องจากการกระทําหรือการละเว้นการกระทําของข้าราชการ
พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

มาตรา ๔๓ บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ

(๑) อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี
อันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ

(๒) จัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

(๓) เข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ดําเนินการใดอันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
หรือชุมชน หรืองดเว้นการดําเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนหรือชุมชนและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอแนะนั้นโดยให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

(๔) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชนสิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดําเนินการดังกล่าวด้วย

[Image: 29594496_1823933650991996_52149473477464...68x576.jpg]

มาตรา ๕๐ บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

(๓) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

(๔) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ

(๕) รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ

(๖) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทําการใดที่อาจก่อให้เกิด
ความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม

(๗) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระโดยคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
เป็นสําคัญ

(๘) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม

(๙) เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ

(๑๐) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ

[Image: 29594992_1823933550992006_44343943990067...68x432.jpg]

มาตรา ๕๑ การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทําเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชน และชุมชนที่จะติดตาม
และเร่งรัดให้รัฐดําเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน
หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๕๘ การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชน หรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบการพิจารณาดําเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ บุคคล และชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คําชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดําเนินการ หรืออนุญาตตามวรรคหนึ่งในการดําเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดําเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า

[Image: 24176874_1823933647658663_72547494727295...68x552.jpg]


มาตรา ๗๒ รัฐพึงดําเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ํา และพลังงาน ดังต่อไปนี้


(๑) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดิน
ตามหลกการพัฒนาอย่างยั่งยืน

(๒) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

(๓) จัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทํากินได้อย่างทั่วถึง
และเป็นธรรม

(๔) จัดให้มีทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้ง
การประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น

(๕) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุน
ให้มีการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

ประชาชนชาวเชียงใหม่จึงเรียกร้องขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขอให้ยุติการก่อสร้างโครงการบ้านพักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ในพื้นที่ดอยสุเทพ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ๑๒๗๓ แปลงหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ที่ ๓๙๔/๒๕๐๐ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับคืนมาเป็นผืนป่าดังเดิม สมดังพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระราชทานเอาไว้ว่า

“ให้รักษาป่าให้มากที่สุด อย่าทำลายป่า เพราะว่ามนุษย์เรานี้ถ้าไม่มีป่าซึ่งเป็นทรัพยากรของโลก ป่าและสัตว์ป่าแล้วนี่ ชีวิตของคนเรานี่ไม่สมกับเป็นชีวิตคนเลย มันแห้งแล้ง ไม่ได้ยินเสียงนกร้อง ไม่ได้เห็นสิ่งที่สวยงามน่าดูต่างๆ ”

พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

http://www.mountainpeaknews.com/archives/3905
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ปั้นจิ้ม
02 เม.ย. 2018

ทหาร เป็นกลางหรือ?

ศาลคือคู่กรณี ประชาชนเป็นโจทย์

เหงื่อตก....

เอาอะไร ไปสู้ ผู้รักษ์ป่า

เขาถือตรา แผ่นดิน ตัดสินกฎหมาย

เขาคือผู้ สูงสุด ชี้เป็นตาย

กลับไพ่หงาย ให้ทหาร มาทานความ..

สังคมธรรม นำมาใช้ ไม่ได้ดอก

ใจมันบอก กูต้องได้ ใครต้องขาม

ประชาชน คนละชั้น มันต้องตาม

อย่าคิดห้าม ข้าราชการไทย ใหญ่เกินจริง

ครั้นจะเพลี่ยง เถียงไม่ได้ เบี่ยงกายหลบ

ดันทหาร ออกมาพบ น่าตบกลิ้ง

จะบอกให้ พวกทหาร สันดานปลิง

ที่คนนิ่ง มันถือปืน ยืนกร่างโชว์...

เอาหน่วยงาน อันธพาล มาไกล่เกลี่ย

โถไอ้เตี่ย คิดมา น่าโมโห

คุณธรรม จริยธรรม แค่คำโต

ที่แท้โม้ จิตใจต่ำ ระยำเกิน...

บ้านนี้ เมืองนี้ มีที่ไหน

ข้าราชการไทย เรื่องโกงรัฐ มันขัดเขิน

เห็นแต่แดก ทุกซีชั้น กันเพลิดเพลิน

ชาติเจริญ เดินดง ลงเหวไป...
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ลายแทง...ผืนป่าที่ได้มา.......

พูลสวัสดิ์ สถาปิตานนท์ :
March 30 2018

ออก กม. เพิกถอนอุทยานแห่งชาติ เพียงบางส่วน เพื่อสร้างบ้านพักผู้ดำรงค์ความยุติธรรม หากเป็นชาวบ้านจะออก กม.เยี่ยงนี้รึ นี่ถือเป็นการออก กม.โดยมิชอบ มีนัยเพื่อประโยชน์ที่แอบแฝง ในฐานะนัก กม.ขอแสดงความคิดเห็นว่ามิบังควรออก กม.เยี่ยงนี้ อันอาจมีผลกระทบถึงความเชื่อถือในสถาบันความยุติธรรม

ตามหนังสือดังกล่าวนี้ มิได้อยู่ในพื้นที่สร้างบ้านพัก แต่จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเช่นนี้ เพื่อเพิกถอนอุทยานแห่งชาติ บางส่วนบริเวณก่อสร้างบ้านพักหรือไม่ อย่างไร ที่อ้างเหตุชอบ ซึ่งจะส่งมอบในเดือนมิ.ย นี้

[Image: 2ab5HyL.jpg]


มีต่อ...โปรดติดตาม.....

[Image: vW3QYAq.jpg]

[Image: 9MInfDZ.jpg]

[Image: CyGPLyJ.jpg]
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org