• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
คดีแรกที่ศาล”ยกฟ้อง “ ในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ

#1
วันนี้ผมไปทำหน้าที่พลเมืองดีมา .....

ครับ...ผมได้ไปให้กำลังใจ “ลุงสามารถ “ ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติซึ่งได้มีการตัดสินในวันนี้เมื่อตอน 09.30 น. แล้วศาลได้ยกฟ้องตามข้อกล่าวหาที่ปรากฎตามในใบปลิวตามและตามคำฟ้องร้องให้การของโจทย์และจำเลยที่เอามาให้ดูตามลิ้งค์ข้างล่าง

[Image: IMG_8626.jpg?w=481]

เมื่อศาลตัดสินมาอย่างนี้ก็พอจะมองออกว่ายังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้างและอาจจะเป็นบรรทัดฐานให้ศึกษาในกรณีคดีอย่างนี้....

รายละเอียดในคำยกฟ้องจะนำมาเสนอต่อไป


ลิ้งค์บทความของการฟ้องร้องที่ได้เคยนำเสนอมาแล้ว :

รธน.ประกาศใช้ แต่คดีประชามติยังไม่จบ: ประมวลปากคำพยานคดี “ลุงสามารถ” แปะใบปลิวโหวตโน

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6491
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ศาลยกฟ้องคดี “ลุงสามารถ” แปะใบปลิวโหวตโน ชี้ข้อความไม่เข้าองค์ประกอบความผิดพ.ร.บ.ประชามติฯ

เมษายน 24, 2017
By TLHR


24 เม.ย. 60 เวลา 9.00น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดฟังคำพากษาในคดีของนายสามารถ ขวัญชัย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61(1) และวรรค 2 จากกรณีการนำใบปลิวที่มีข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. Vote No” พร้อมรูปสัญลักษณ์ชูสามนิ้วไปเสียบบริเวณที่ปัดน้ำฝนหน้ารถราว 10 คัน ในลานจอดรถของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ในช่วงก่อนหน้าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (อ่านรายละเอียดคดี และ ประมวลสรุปการสืบพยานในศาล)

[Image: Samart4.jpg?resize=768%2C576]

ศาลได้อ่านคำพิพากษาโดยสรุปเห็นว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61(1) และ วรรค 2 ต้องมีองค์ประกอบด้วยกัน 4 ประการ คือ 1. เป็นการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 2. มีการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือในช่องทางอื่นใด 3. มีลักษณะที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ และ 4. จะต้องมีเจตนาพิเศษ คือเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง การกระทำจะเป็นความผิดได้ ต้องเข้าองค์ประกอบความผิดทั้งสี่ประการ

ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อพิจารณาข้อความจากใบปลิวที่ว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”แล้ว ตามพจนานุกรม คำว่า “เผด็จการ” หมายถึงการใช้อำนาจบริหารการปกครองประเทศอย่างเด็ดขาด และคำว่า “พินาศ” หมายถึง ทำให้หมดสิ้นไป สูญสลายไป เมื่อนำมารวมกันแล้ว มีลักษณะเป็นความหมายเชิงนามธรรมทั่วๆ ไป ไม่ได้มีความหมายถึงร่างรัฐธรรมนูญ และแม้จะตีความหมายว่าถ้อยคำดังกล่าวหมายถึงรัฐบาลที่บริหารประเทศในขณะนั้นได้ แต่ก็ไม่อาจตีความให้เกี่ยวข้องไปถึงการออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะรัฐบาลไม่ใช่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบกับผู้มีสิทธิที่จะไปลงประชามตินั้นมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ย่อมมีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจเองได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดความเห็นคล้อยตาม ข้อความในใบปลิวจึงไม่อาจจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือไปใช้สิทธิออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ยังเป็นคำที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และใช้กันทั่วไปในหมู่ผู้รักประชาธิปไตย ก่อนที่จำเลยจะนำมาใช้ในใบปลิว

อีกทั้ง เจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ประชามติ ยังมิใช่มีจุดมุ่งหมายเพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ของทั้งฝ่ายที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ดังในมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ประชามติ ที่ระบุไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย” โดยเฉพาะมาตรา 61 ในพ.ร.บ.ประชามติที่มีโทษทางอาญานั้น ต้องตีความกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่อาจตีความให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกินความจำเป็น

แม้โจทก์จะมีพยานเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เบิกความยืนยันว่าข้อความดังกล่าว มีลักษณะรุนแรงเป็นการปลุกระดมทางการเมืองก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล โดยที่ไม่มีการนำพยานผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา, กรรมการการเลือกตั้ง หรือกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เข้ามาเบิกความยืนยันในประเด็นนี้ จึงฟังไม่ได้น้ำหนัก การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลย และใบปลิวในคดีนี้ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีไว้เป็นความผิด เห็นสมควรให้คืนแก่จำเลย

[Image: IMG_8626.jpg?w=481]


หลังฟังคำพิพากษา นายสามารถ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตน หากไม่ได้ทุกคนมาช่วยเหลือ ตนก็มืดแปดด้านจริงๆ เมื่อฟังคำพิพากษาแล้ว รู้สึกว่าความเป็นธรรมยังพอหาได้ในประเทศนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะหยิบขึ้นมาใช้อีก หากผู้ใช้ดีก็ดี หากผู้ใช้ไม่ดี ผลก็คงไม่ดี อย่างน้อยเรื่องนี้ก็เกิดบรรทัดฐานหรือประกายไฟเล็กๆ ให้สังคม ให้ผู้คนได้เห็นความเป็นประชาธิปไตย ชัยชนะครั้งนี้เป็นอีกขึ้นหนึ่งของฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้กันต่อไป

สำหรับนายสามารถ ขวัญชัย ปัจจุบันอายุ 63 ปี ประกอบอาชีพช่วยครอบครัวขายภาพโมเสคที่ร้านค้าในจังหวัดเชียงใหม่ นายสามารถเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงในฐานะมวลชนอิสระ เคยร่วมเป็นพยาบาลอาสาในการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553 อีกทั้ง นายสามารถยังมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและความดัน โดยหลังถูกจับกุมในคดีนี้ นายสามารถถูกฝากขังและถูกคุมตัวในเรือนจำเป็นเวลา 9 วัน ก่อนได้รับการประกันตัว โดยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท

จากการติดตามคดีในช่วงการลงประชามติของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีนี้เป็นคดีที่ถูกกล่าวหาในข้อหาพ.ร.บ.ประชามติคดีแรก ที่ศาลมีคำพิพากษาออกมา (อ่านรายงานสรุปคดีประชามติทั้งหมด)



เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รธน.ประกาศใช้ แต่คดีประชามติยังไม่จบ: ประมวลปากคำพยานคดี “ลุงสามารถ” แปะใบปลิวโหวตโน

รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ แต่ “ผู้ต้องหาประชามติ” กว่า 104 ราย ยังถูกดำเนินคดี

เปิดคำแถลงปิดคดี “ลุงสามารถ” แปะใบปลิวโหวตโน ก่อนศาลนัดฟังคำพิพากษาพรุ่งนี้


http://www.tlhr2014.com/th/?p=4077
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ฉลามเขียว เขย่าโปลิตบูโร
24 เมษายน 2560 เวลา 16:21 น.


บทความโดย ฉลามเขียว

คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

“เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. Vote No”

คนไทยยังจำประโยคนี้ได้มั้ยครับ มันเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลท่านกำลังจัดให้ประชาชนลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2560 เมื่อ 7 สิงหาคม 2559 เป็นประโยคที่ทำให้คนพูด คนชูป้าย คนแจกใบปลิว พาเหรดเข้าคุกได้ง่ายมาก และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนระดับชาวบ้านไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง แล้วท่านก็ประสบความสำเร็จในการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน โดยก่อนหน้านั้น 2 วัน มีใครก็ไม่รู้...ประกอบพิธีใหญ่โต บ่งเสี้ยน...ถอน “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ” ของ พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าออกไปซะ แล้ว ฝัง “หมุดหน้าใส” ที่มีการลงอักขระสีแดงข่มเอาไปลงไปแทนที่...สะใจ

ประโยคข้างต้นเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อตอนเช้าวันที่ 24 เมษายน 2560 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อ่านคำพิพากษาแล้ว “ลุงสามารถ ขวัญชัย” อายุ 63 ผู้แจกใบปลิวถ้อยคำนี้ในช่วงรณรงค์ลงประชามติรัฐธรรมนูญไม่มีความผิด คำพิพากษาเขียนไว้ดีมากครับ ผมอ่านแล้วขนลุก เป็นคำพิพากษาที่เป็นคุณแก่การปกครองระบอบประชาธิปไตยยิ่งนัก ผมจึงขอเชิญชวนคนไทยให้อ่านคำพิพากษาอย่างละเอียดด้วยนะครับ

เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ เดินมาเรื่อยๆ ถึงวันนี้ ผมก็เชื่อว่าคนไทยจะเข้าใจมากขึ้นว่า การฝังหมุดหน้าใสมันหมายความว่า ท่านยึดคืนได้ ซึ่งก็อาจจะมีคนเถียงทันทีว่า ใช้คำว่ายึดคืนได้ไง เพราะวันนี้ประเทศไทยก็ยังปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอยู่ และอีกไม่กี่วันท่านก็จะให้ประชาชนไทยได้เลือกตั้งใหม่แล้ว

ใช่ครับ ระบอบการปกครองประชาธิปไตยในไทยยังมีอยู่ แต่ผมจะชี้เป้าให้ว่า ถ้าสิ่งต่างๆที่ท่านเตรียมมา และกำลังดำเนินการด้วยการเขียนกฎหมายใหม่สำเร็จ การปกครองประเทศจะเป็นอีกระบอบหนึ่ง เป็นระบอบใหม่ที่คนไทยไม่รู้จักเลย
ผมมั่นใจที่จะเขียนว่า คนไทยระดับชาวบ้านไม่รู้จักคำว่า “โปลิตบูโร” เพราะมันเป็นวิธีการของระบอบคอมมิวนิสต์ ที่ปกครองประเทศด้วยพรรคการเมืองพรรคเดียว เป็นเผด็จการของชนชั้นกรรมาชีพ หลังจากที่ล้มอำนาจอำมาตย์ขุนศึกนายทุนลงไปได้ พรรคได้กำหนดคนขึ้นมาคณะหนึ่งให้มีหน้าที่สูงสุดในการชี้ทิศทางของประเทศ เป็นผู้ออกนโยบาย แล้วก็ให้มีรัฐบาล ให้รัฐบาลใช้แนวทางบริหารประเทศตามสิ่งที่โปลิตบูโรกำหนด รัฐบาลจะบิดเบี้ยวออกนอกแนวทางนี้ไม่ได้
การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยที่คนไทยคุ้นเคย ใช้กันมาตลอดนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 แล้ว ก็คือ ให้มีหลายพรรคการเมือง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยการเลือกตั้ง ว่าจะมอบอำนาจอธิปไตยของตัวเองให้แก่พรรคการเมืองใดได้อำนาจเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ โดยพรรคการเมืองจะต้องเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสิน ให้มีการรณรงค์หาเสียงอย่างเต็มพิกัด ให้ชาวบ้านลงคะแนนได้อย่างเสรี แล้วรัฐบาลนั้นก็ต้องยึดมั่นนโยบายของตัวเอง ต้องบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามนโยบายที่ประกาศเอาไว้ไม่ได้ ถ้าทำผิดไปจากนโยบาย บริหารแล้วประชาชนไม่มีความสุข ประเทศชาติดำดิ่ง พรรคการเมืองนั้นก็แพ้เลือกตั้งในคราวต่อไป

แต่ประเทศไทยจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้วนะครับ มันจะเลวร้ายถึงขนาดตัวผมมีความคิดว่า ถ้าเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2017 ตามที่ “ผู้ถือสารของพระเจ้า” ชาวเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2017 ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” จะเป็นผู้ระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็อาจจะเป็นการดีกว่าไหมสำหรับประเทศไทย
ขณะนี้ที่ประชุม สนช.มีมติแต่งตั้งคณะบุคคลเข้ามาเป็นผู้เขียนกฎหมายที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ” แล้ว กฎหมายนี้จะให้มี “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” เมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้ รัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งจะต้องเดินตามยุทธศาสตร์อันนี้ บิดเบี้ยวไม่ได้ เพราะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560

ท่านเรียกว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แต่ผมได้ยินกูรูบอกว่ามันก็ โปลิตบูโร นั่นแหละ จะเป็นผู้กุมชะตากรรมของประเทศไทยจากนี้ต่อไป

โปลิตบูโรชุดนี้ คือใคร ประกอบด้วยใคร ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ......คนไทยคิดแป๊บเดียวก็รู้ คือ ผู้ใด
“ผบ.เหล่าทัพมีแค่ 5-6 คน ไม่ได้มีจำนวนมากกว่านี้ การมีผบ.เหล่าทัพเข้าไปเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เนื่องจากบ้านเมืองเรา ทหารถ้าให้เขารับรู้รับทราบ และเดินไปด้วยกันกับประชาชน หรือนักวิชาการ ผมคิดว่ามันจะเป็นไปได้ เพราะยุทธศาสตร์ชาติเราต้องร่วมมือกัน ผมคิดว่ามันดีนะ ที่จะให้ผบ.เหล่าทัพเข้าไปรับรู้รับทราบ และรู้ว่าสิ่งที่เขาทำเพื่ออะไร ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย ผมยืนยันว่าจำเป็นว่าต้องมีผบ.เหล่าทัพเป็นคณะกรรมการในกฎหมายฉบับนี้ เพราะประเทศเราจะไปเหมือนเขาไม่ได้ ที่ผ่านมาปัญหาเกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจกัน ถ้ามีผบ.เหล่าทัพก็ยังช่วยเสนอความคิดเห็นได้ และทางนักวิชาการก็สามารถติงผบ.เหล่าทัพได้”

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อเช้า 24 เมษายน 2560...ก็ OK เข้าใจ

แต่ประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนเดียว แม้เวลานี้ประชาชนไทยโดยส่วนรวมยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่ชะตากรรมดัวเอง ที่หวังกันว่ามีเลือกตั้งใหม่แล้ว มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว นักลงทุนต่างชาติก็จะเกิดความเชื่อมั่นคืนกลับ แล้วจะกลับเข้ามาลงทุนในไทย ให้ลูกหลานเรียนจบใหม่มีงานทำ... มันจะไม่เป็นอย่างนั้นหรอกครับ

ตัวผม นายฉลามเขียว ประกอบอาชีพเป็นคนเขียนหนังสือในสื่อมวลชน ที่ขณะนี้อยู่ในสื่อดิจิทัล ตัวผมก็เรี่ยวแรงอะไรไม่มากหรอกครับ ก็ทำหน้าที่สุดความสามารถ บนชะตากรรมที่ง่อนแง่น เพราะกำลังจะกลายเป็น “นักข่าวที่ต้องขอมีใบอนุญาต” อันเป็นผลจาก “คัมภีร์สื่อต้องคุมกันเอง” พากันยกคณะซมซานไปซุกอำนาจเผด็จการ ให้ออกกฎหมายให้หน่อยสิ แล้วก็ถูกเผด็จการตลบหลัง เขียนกฎหมาย นักข่าวทุกคนจะต้องสังกัดสภาวิชาชีพสื่อ ที่มี 2 ปลัดกระทรวงนั่งคุม จะต้องขออนุญาตมีบัตร จึงจะทำอาชีพนี้ได้ ดื้อดึงไม่มีบัตรอนุญาต เอาไปขังไว้ในคุก 2 ปี

วันนี้ผมยังไม่ต้องเป็นนักข่าวมีใบอนุญาต เมื่อมีบัตรผมเขียนอะไรที่ท่านไม่ชอบใจผมก็ถูกถอนใบอนุญาต ก็เป็นนักข่าวไม่ได้ ดังนั้นวันนี้ผมจึงต้องรีบเขียนบอกประชาชนไทยว่า กำลังจะเจออะไร เขียนด้วยความหวังเผื่อว่าถ้าประชาชนรู้ตัวผมก็อาจจะรอด ไม่ต้องไปสังกัดสภาวิชาชีพสื่อ หรือไม่ก็ให้มันเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกตายหมด ในวันที่ 13 พ.ค.2017 ซะเลย จะได้ไม่ต้องคลานไปขอใบอนุญาตเป็นนักข่าว

มีคนขยับแล้วนะครับ

iLaw หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ท่านออกประกาศในเฟชบุ๊กว่า ท่านกำลังทำงานจับตาการปฎิรูปประเทศ การวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ การพิจารณาออกกฎหมายภายใต้การปกครองของคสช. ที่ขาดการมีส่วนร่วม และรวบรวมสถานการณ์สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งการจับกุม ดำเนินคดี ปิดกั้นกิจกรรมต่างๆ iLaw กำลังมองหาเพื่อนรวมงาน ตำแหน่งศิลปกรรม (infographic designer) แบบเต็มเวลา 1 ตำแหน่ง

อ่านรายละเอียดเอาเองนะครับ สมัครได้อย่างไร ผมขอยุให้แห่ไปสมัครเยอะๆ ไปช่วยกันทำ infographic ให้ไอลอว์ เพราะกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ จุดก่อกำเนิดโปลิตบูโร คือชะตากรรมของเราคนไทยทุกคน

วันนี้ ผมก็เขียนแค่นี้แหละ...กลัวจริงๆ

ฉลามเขียว
24 เมษายน 2560

http://www.voicetv.co.th/blog/483573.html
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
ภาพจากนสพ.ไทยรัฐ



[Image: NKTEauJ.jpg]
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org