• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ฟังไอ้ Hia ดอนพูดที่ไรของขึ้นทุกที..ไปขโมยภาพเขาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการยึดหลักพอเพียง

#1
กรณีรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญานายสุภัฒ สงวนดีกุล ขโมยภาพวาดในโรงแรมที่ญี่ปุ่น

พวกมันดาหน้ากันออกมาปกป้อง..พี่น้องเห็นไหม....เห็นไหมพี่น้องว่าความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยเป็นยังไง....

[Image: 24035152883_1a0781af98.jpg]

ฟังไอ้ดอนจอมเลียมันว่า “ขอทุกฝ่ายอย่ากังวลเพราะมีขั้นตอนการช่วยเหลือ แต่จะเป็นไปตามกฎหมายของญี่ปุ่น ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องดีงามและน่าภูมิใจที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวไม่ได้สั่งการหรือกำชับเรื่องการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี และหากยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น “

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง? มันหมายความว่าถ้าไอ้ขี้ขโมยมันไม่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงใช่ไหม..?....ปัญหานี้มันถึงเกิดขึ้น...

พวกมันดาหน้ากันออกมาปกป้อง..พี่น้องเห็นไหม....เห็นไหมพี่น้องว่าความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยเป็นยังไง....

มันเคยมีนะที่หญิงไทยคนหนึ่งไปขโมยของและถูกจับได้ที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน เธอต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วัน เพื่อรออัยการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล และหากศาลรับฟ้องก็ต้องถูกคุมขังเพื่อรอวันนัดไต่สวนคดี

แล้วทูตไทยมันว่ายังไงรู้ไหมพี่น้อง..มันว่า “สถานทูตฯไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงระบบยุติธรรมหรือกฎหมายของญี่ปุ่นได้ กล่าวคือ คนไทยทุกคนเมื่อเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น หากกระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น” สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโตเกียวระบุ “

ไปติดตามอ่านได้จะลิงค์นี้ :
http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews....0000068076

พี่น้องเห็นหรือยังกับความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมไทย... “ คนดี “ ทำผิดไม่ต้องรับผิด...

แล้วอย่างนี้เราจะไปสามัคคีปรองดองกับพวกมันได้ยังไง...

คือมันไม่ใช่...มันไม่ถูกต้องกับระบอบประชาธิปไตยที่พวกเราไฝ่หากัน...
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
โฆษกกต.เผยเตรียมเจรจาขอโรงแรมญี่ปุ่นถอนคดีบิ๊กกรมทรัพย์สินฯจิ๊กภาพ

Fri, 2017-01-27 16:19

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผย จนท.ไทย ได้พบกับรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ระบุศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง แต่มีคำสั่งกักตัว 10 วัน เผยเตรียมเจรจาขอโรงแรมญี่ปุ่นถอนคดี ดอนยันให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ล่าสุดปล่อยตัวแล้ว โดยมีการจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับทางโรงแรม

เสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (แฟ้มภาพ กระทรวงการต่างประเทศ)

27 ม.ค. 2560 จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมาสื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต ได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาดในโรงแรม และจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งทางการไทยยอมรับว่าว่าเป็น สุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขณะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมประเด็นสิทธิบัตร (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

วันนี้ เสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า ได้พบกับ สุภัฒ ที่เกียวโตแล้ว

“ในส่วนของคดี ขณะนี้ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง เพียงแต่มีคำสั่งกักตัวตามความเห็นอัยการเป็นเวลา 10 วัน โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่จะไปเจรจากับโรงแรมเรื่องค่าเสียหาย หากตกลงกันได้ อัยการจะขอถอนคดีและปล่อยตัวต่อไป” เสข กล่าว

ขณะที่ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ สุพัฒ ว่า ช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตไทยในญี่ปุ่น ได้รับเชิญให้เข้าพบกับรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่ฝ่ายไทยได้พบกับ สุพัฒ หลังจากเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามขอทุกฝ่ายอย่ากังวลเพราะมีขั้นตอนการช่วยเหลือ แต่จะเป็นไปตามกฎหมายของญี่ปุ่น ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องดีงามและน่าภูมิใจที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวไม่ได้สั่งการหรือกำชับเรื่องการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี และหากยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศแต่ไม่ถึงขั้นกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงข้าราชการระดับสูงเท่านั้นแต่เป็นเรื่องเตือนใจอุทาหรณ์ของทุกคน และเชื่อว่าจะไม่เกิดเรื่องลักษณะนี้อีก

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. สำนักข่าวไทย รายงานด้วยว่า เสข โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า อัยการมีคำสั่งปล่อยตัว สุภัฒ แล้ว โดยมีการจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับทางโรงแรม ขณะนี้สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซาก้า คอยอำนวยความสะดวกให้กับ สุภัฒ ซึ่งได้พบกับครอบครัวที่เดินทางไปรอ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานในรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางกลับไทยของนายสุภัฒต่อไป ทั้งนี้ สุภัฒได้รับการปล่อยตัวเมื่อเวลา 17.50 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 2 ชั่วโมง


ที่มา สำนักข่าวไทย 1, 2 และมติชนออนไลน์

http://prachatai.com/journal/2017/01/69804
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
งามหน้า! สถานทูตเผยนักท่องเที่ยวสาวไทย “แอบหยิบ” ของออกจากสวนสนุก ญี่ปุ่นถูกจับดำเนินคดี-คุมขัง 2 เดือนยังไม่ได้กลับบ้าน

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์
16 มิถุนายน 2558

ASTVผู้จัดการ – สถานทูตไทยในกรุงโตเกียวเผยเรื่องจริงสาวไทยขโมยของในสวนสนุก แต่โดนจับได้ เจ้าตัวเผยนึกว่าแค่โดนปรับ แต่กลับโดนดำเนินคดีแบบจัดเต็ม คุมขังยาว 2 เดือนยังไม่ได้กลับประเทศไทย เผยเป็นอุทาหรณ์เตือนคนไทยมือไวที่คิดจะไปเที่ยวญี่ปุ่น

วานนี้ (15 มิ.ย.) เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ภาพการ์ตูนและข้อความบอกเล่าถึงคดีความของนักท่องเที่ยวหญิงชาวไทยคนหนึ่งที่ต้องคดีลักทรัพย์ ในสวนสนุกชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า หญิงคนดังกล่าวคิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็นจึงแอบหยิบของราคาไม่กี่พันบาทออกจากร้าน แต่โดนจับได้ ตอนแรกคิดว่าแค่เสียค่าปรับแล้วก็จะไม่มีปัญหา แต่กลับถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่นแบบตรงไปตรงมา จนถึงปัจจุบันถูกคุมขังกว่า 2 เดือนแล้วคดีก็ยังไม่เสร็จสิ้น จึงอยากให้สถานทูตบอกเล่าเป็นอุทาหรณ์กับนักท่องเที่ยวไทยคนอื่นๆ

“เมื่อหลายเดือนก่อน สถานทูตฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมนักท่องเที่ยวไทยที่ถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ ที่สวนสนุกชื่อดังของญี่ปุ่น โดยเธอเล่าว่าความคิดเพียงชั่ววูบ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็น จึงแอบหยิบของราคาไม่กี่พันบาทออกมาโดยไม่ได้จ่ายเงิน แต่เมื่อเดินออกจากร้านพนักงานของร้านเดินตามมาถามถึงของที่เธอขโมย จึงได้แต่พยักหน้ายอมรับและส่งมอบสิ่งของนั้นคืน โดยในใจคิดว่าแค่คืนของและอาจจะแค่เสียค่าปรับซึ่งเธอยินดีจ่ายเพราะการกระทำเมื่อสักครู่ แต่ในที่สุดเธอก็ถูกเชิญไปที่โรงพักและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

“หลังจากถูกจับ เธอต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วัน เพื่อรออัยการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล และหากศาลรับฟ้องก็ต้องถูกคุมขังเพื่อรอวันนัดไต่สวนคดี และตอนนี้ผ่านมาถึง 2 เดือนก็ยังไม่ทราบวันชัดเจนที่จะกลับประเทศไทยได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาคดีจากศาลที่ญี่ปุ่นเพื่อที่จะตัดสินบทลงโทษของเธอ เธอจึงยินยอมให้สถานทูตฯ เล่าเรื่องของเธอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจและเป็นเครื่องเตือนใจในการหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมายของญี่ปุ่น เพราะผลที่ตามมาอาจจะหนักจนคาดไม่ถึงเลยก็เป็นได้

“ทั้งนี้ สถานทูตฯไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงระบบยุติธรรมหรือกฎหมายของญี่ปุ่นได้ กล่าวคือ คนไทยทุกคนเมื่อเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น หากกระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น” สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโตเกียวระบุ

อย่างไรก็ตามสถานเอกอัครราชทูตไทยย้ำว่า วัตถุประสงค์ของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวก็เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับแบบแผนปฏิบัติของสังคมญี่ปุ่นที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ/ปฏิบัติ หรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างเท่านั้น

http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews....0000068076
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2020 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org