• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เมื่อผมต้องผันตัวเองไปประกอบอาชีพเป็น เซลส์แมน......ในแดนมะกัน....

#1
เมื่อผมต้องผันตัวเองไปประกอบอาชีพเป็น เซลส์แมน......ในแดนมะกัน....

ท่านผู้อ่านคงจะจำได้เมื่อครั้งที่ผมเขียนเรื่อง “เมื่อผมไปอเมริกาครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคมปี 1972.....ผมมีเงินติดตัวไป $80.00 “
เขียนได้ 18 ตอนก็ไม่ได้เขียนต่อ(จะจบต้องประมาณ 40ตอน)คือมัวไปสนใจกับการเมืองมากไปหน่อยจนไม่มีสมาธิที่จะเขียนแต่คิดว่ายังไงๆจะเขียนให้จบให้ลูกหลานเอาไว้พิมพ์แจกตอนผมตาย...55555....

ที่นึกจะเขียนเรื่องการที่ผมไปประกอบอาชีพเป็น Salesman คืออยากจะเล่าช่วงนี้จริงๆคนอ่านจะได้ความรู้และประโยชน์มั่ง.....

มาเริ่มกันตอนที่ผมเจ๊งจากธุรกิจการทำเสื้อผ้าขายส่งเมื่อตอนอยู่ที่ Houston Texas ซึ่งทำมาแล้ว 8 ปีมี Established Accounts ทั่วสหรัฐกว่า 3000 accounts นึกแล้วก็เสียดายไม่หาย...

หลังจากเจ๊งจากการทำธุรกิจเสื้อผ้า ผมก็ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหนแต่ช่วงนั้น(ปี 1989)เศรษฐกิจในสหรัฐย่ำแย่มากโดยเฉพาะส่วนที่เขาเรียก Central USA ก็คือแถวรัฐกลางๆของประเทศสหรัฐนั่นแหละ ตอนนั้นมีคนบอกว่าถ้าจะไปขุดทองใหม่ก็ต้องไปทางฝั่ง California หรือไม่ก็ทาง New York เพราะเศรษฐกิจยังดีอยู่....ผมไม่ชอบ East Coast เพราะไม่ชอบอากาศหนาวก็เลยเลือกไป West Coast ทาง California…

อีกอย่างหนึ่งที่เลือกไปแคลิฟอร์เนียก็คือมีแฟนเก่าอยู่ที่นั่น...ก็คือคนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่เด็กที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละพอผมเลิกทำธุรกิจเสื้อผ้าเธอก็ย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนียที่เมือง Anaheim ซึ่งตอนหลังผมก็ย้ายไปอยู่ที่นั่นเป็นการถาวรจนกระทั่งทุกวันนี้....
ทีแรกผมก็กะว่าจะไปเที่ยวดูลาดเลาก่อนพอดีเด็กปิดเทอมก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวตอนนั้นลูกๆผมอายุได้ 4-6และ8 ขวบตามลำดับก็พากันไปเที่ยว ตอนนั้นนอกจากรถเก๋ง Ford ที่ผมใช้ส่วนตัวแล้วผมยังมีรถ Custom Van ที่เอาไว้ใช้เดินทางเวลาไปเยี่ยมลูกค้าตามเมืองต่างๆใน Texas และก็สำหรับพาครอบครัวเที่ยวด้วย...

[Image: ULJv7S7.jpg]

[Image: 0CM2JKf.jpg]

(รถจะเป็นแบบในภาพนั่นแหละครับ ไม่ใช่คันที่ใช้จริง...ตอนนี้คงเป็นเศษเหล็กไปแระ..)

เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยถึงเวลาเดินทางผมก็ขับรถจาก Houston ตามทาง Interstate 10 มุ่งสู่ California ก็ผ่านหลายรัฐ(ดูแผนที่ประกอบ) ระยะทางทั้งหมดประมาณ 1760 ไมล์ ถ้าขับโดยเฉลี่ย 70ไมล์/ชั่วโมง ก็จะใช้เวลาทั้งหมด 25 ชั่วโมง แต่ผมขับไปแบบสบายๆเพราะไม้รีบร้อนอะไรจอดนอนงีบระหว่างทางก็หลายแห่ง Rest area ระหว่างทางมีมากมายแถมยังสะดวก สบายห้องน้ำสะอาดด้วย..

[Image: zl40zWT.png]

ผมใช้เวลา 2 วันก็ขับถึงเมือง Anaheim ตรงไปบ้านที่แควนผมพักเลย...55555...เป็น Apartment 2 ห้องนอน ไม่หรูหราแต่ก็พออยู่ได้....คือตอนนั้นผมก็แค่ขับรถไปเที่ยวเฉยๆ....

ผมอยากจะข้ามไปถึงเรื่องที่ผมไปใช้ชีวิตเป็น Salesman ได้อย่างไรเลยดีกว่าแต่จะข้ามไปหมดเลยก็ไม่ได้ เอาแบบเท้าความนิดๆก็แล้วกัน..

คือหลังจากที่ผมตัดสินใจย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนียแล้วหาที่อยู่และโรงเรียนให้ลูกๆได้แล้วผมก็กลับ Houston ไปขนย้ายของมาแคลิฟอร์เนีย ขายรถ Ford ไปคงเหลือแต่รถ Van เอาไว้ใช้ เมื่อ Settle แล้วก็ต้องคิดหางานทำเพราะต้องมีค่าใช้จ่าย เงินที่มีพอเหลือจากการค้าขายก็ต้องมีไว้ยามฉุกเฉิน มีอยู่วันหนึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ใน Section เกี่ยวกับการหางาน รับสมัครคนงาน ก็ไปเห็น Ad อันหนึ่งที่บอกว่า Sales Representative wanted. แล้วเนื้อหาในนั้นบอกว่า ต้องการรับสมัครพนักงานเซลส์หลายตำแหน่ง Unlimited Opportunity, Free Training with pay, Draw Against Commissions ก็หมายถึงมีโอกาสก้าวหน้า เบิกเงินที่ได้จากค่าคอมมิสชั่นล่วงหน้าได้ เรียนรู้ฟรีมีเบี้ยเลี้ยงจ่ายระหว่างเรียน..

ถึงตรงนี้อยากจะอธิบายไว้หน่อยว่า งานตำแหน่งเซลส์นั้นมันเป็นงานไต่เต้า...คือคุณไปสมัครเป็นพนักขาย ถ้าคุณขายได้คุณก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นตามอัตราที่ตกลงกันเขาจะจ่ายคุณแบบไหนเวลาไหนนั้นก็ต้องตามกฎระเบียบที่เขามีไว้ อย่างคำว่า Draw Against Commissions นี่หมายถึงคุณทำงานไปได้สักระยะหนึ่งพอมีเงินสะสมที่เขายังไม่ได้จ่ายให้คุณเพราะยังไม่ถึงเวลาที่เขาตัดจ่าย แต่คุณก็ต้องอยู่ต้องกินต้องใช้เขาก็ยอมให้เบิกล่วงหน้าได้ประมาณ 50% จากที่คุณควรจะได้ตามที่คุณได้สะสมไว้ สมมุติว่า เขาจ่ายเงินให้คุณเดือนละ 2 ครั้ง คือจะจ่ายให้วันที่ 5 หรือวันที่ 20 ของทุกเดือน คุณต้องทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 เขาจะจ่ายให้คุณเต็มตามจำนวนที่คุณทำได้ วันที่ 20 งานทำวันที่ 16 –วันที่ 31 จะจ่ายให้ วันที่ 5 เป็นต้น...

ที่นี้เพราะคุณไม่มีเงินสำรองที่จะต้องใช้จ่าย เริ่มทำงานวันที่ 1 แล้วไปรอรับเอาวันที่ 20 สามอาทิตย์เต็มๆคุณจะเอาเงินที่ไหนใช้ เขาก็เลยให้คุณเบิกได้อันเป็นที่มาของ Draw Against Commissions พอจะเข้าใจนะครับ....

พอผมเห็นประกาศก็เลยโทรไปสมัคร รู้ว่าเป็นงานขายแต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องขายอะไร ผมก็โทรไปตามเบอร์นั้นแล้วเขาก็นัดให้ไปหาเพื่อไปกรอกใบสมัครแล้วผมก็ไปตามนัด ไปถึงเขาก็มีเจ้าหน้าที่เอาใบสมัครมาให้กรอกแล้วนัดหมายให้ไปอีกครั้งหนึ่งเพราะจะมีการประชุมอบรมอธิบายถึงงานที่จะทำแล้วก็จะมีการถามว่าใครสนใจที่จะเรียนรู้ต่อ..ถ้าหากไม่แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาให้กลับไปเลย...

ถึงวันนัดหมายผมก็ไป..โหวันนี้คนเยอะแฮะ 3-40 คนได้มั้งแล้วเขาก็ให้เราเข้าไปนั่งรวมกันในห้อง มี Projector ฉายให้เราดูด้วยว่างานจะเป็นอย่างไร

แล้วพิธีกรก็เริ่มแนะนำตัวว่าเขามาจากไหน ทำอะไรมาก่อน ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ แล้วก็ถามคนที่อยู่ในห้องว่า “ถ้าคุณทำงานได้ปีละเท่านี้ คุณจะพอใจไหม? “แล้วก็เขียนบนกระดานว่า “ “Would you be happy if you are making between $70,000-100,000 a year or more ? Wow…! มันเป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย..ช่วงนั้นน่ะหรือแรงงานขั้นต่ำอยู่ที่4หรือ5 เหรียญกว่าๆต่อชั่วโมงเอง ก่อนหน้านั้นผมทำงานได้ชั่วโมงละ $20.00(อาศัยความรู้และความชำนาญเก่า) อาทิตย์หนึ่งก็ $600.00 เดือนหนึ่งก็ $2,400.00 ปีหนึ่งก็ $28,880.00…..รายได้ขนาดนี้ต้องชนชั้นกลางขึ้นไปถึงจะทำได้...แต่นี่ปี่ละ $70,000-100,000 มันกี่เท่า..? มันน่าสนใจไหม..?

จากคำถามที่พิธีกรได้ถามไป ทุกคนในห้องยกมือหมดแล้วพิธีกรก็กล่าวต่อว่ามันเป็นรายได้ที่งดงามและมันก็เป็นไปได้แต่เขาคิดว่าหลังจากการอบรมวันนี้จะมีเหลือไม่ถึงครึ่งแล้วเขาก็เล่าถึงนวัตกรรมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วเขาก็เล่าถึงว่าต่อไปการใช้เครดิตคาร์ด ไม่ว่าจะเป็น Visa หรือ Master cardหรือ American Express หรือ Discover Card etc. นั้นจะเปลี่ยนไปจากการที่เคยใช้จากเดิมคือเอาบัตรเครดิตของลูกค้าไปวางบนแท่นรูดแล้วก็รูดกดทับบน Slip มันก็จะเห็นหมายเลขบัตร ชื่อ วันหมดอายุ ที่เป็น ตัวนูน เมื่อรูด Slip แล้วก็ให้ลูกค้าเซ็นต์ แล้วก็ฉีกใบแรกให้ลูกค้าไป ใบต่อมาเจ้าของร้านเก็บไว้ ส่วนที่สามก็จะรวบรวมเข้าด้วยกันแล้วก็เอาไปฝากธนาคาร...

เมื่อจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ Electronic Draft Capture คือจะมีเครื่องรูดคารด์ที่มีแถบแม่เหล็กที่บันทึกข้อมูลของผู้ใช้บัตรเมื่อรูดเข้าเครื่องแล้วก็จะรู้ทันทีว่าบัตรที่ใช้เป็นของใคร มีเครดิต Limit เท่าไหร่ ลูกค้าใช้บัตรซื้อของเจ้าของร้านก็จะได้เงินไปเข้าธนาคารทันที(แล้วจะอธิบายทีหลัง) ก็ต้องให้ความรู้กับเจ้าของร้าน คนติดตั้ง คนที่จะไปติดต่อลูกค้าคือไปแนะนำให้ลูกค้าให้รู้จักใช้นั่นแหละและหน้าที่ผมก็จะอยู่ส่วนนี้...

( มีต่อ )
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.