• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ผมอยากจะไปร่วมให้กำลังใจคณะประชาชนปลดแอกในกทม.เป็นที่สุด..อยู่ไกลไปเองไม่ได้จึงขอ...

#1
ผมอยากจะไปร่วมให้กำลังใจคณะประชาชนปลดแอกในกทม.เป็นที่สุด..อยู่ไกลไปเองไม่ได้จึงขอ...


ให้เพื่อนๆที่รู้จักผมที่อาศัยอยู่ในเขตกทม.ออกไปให้กำลังใจแทนผมหน่อย.....จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง..

คือสถานการณ์มันสุกงอมมาถึงจุดที่ “มันต้องจบที่รุ่นเรา” แล้วซึ่งหมายถึง “เรา “ยังจะไม่ตายวันตายพรุ่งคือ “เรา” ยังจะมีโอกาสได้เห็นประชาธิปไตยเบ่งบานและระบอบเผด็จการอำมาตย์ศักดินาจะต้องหมดสิ้นไป....

แล้วเราก็มาช่วยกันสร้างประเทศใหม่....ประเทศที่มีกฎหมายเดียวและรัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่จะคือกฎหมายนั้นและไม่ต้องเอามาตีความอะไรอีกที่จะเอามาใช้กับประชาชนทุกคน....

ใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมไม่เลือกเขาเลือกเรา....

ดังนั้นวันอาทิตย์ที่ 16 นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชดำเนินจงออกไปแสดงพลังกันให้รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์จะต้องตอบสนองข้อเรียกร้องในทันที.....

สำหรับต่างจังหวัดที่ไม่มีตัวแทนไปร่วมแสดงพลังในกทม.ก็สามารถนัดหมายจัดขึ้นเองพร้อมๆกันกับกทม.หรือหลังจากนั้นหรืออย่างต่อเนื่องโดยใส่เสื้อสีดำเป็นสัญลักษณ์

ก็ให้มันรู้ไป...ใครมันจะอยู่ยั้งยืนยงกว่ากันระหว่าง “ประชาธิปไตย “ VS “เผด็จการอำมาตย์ศักดินา “

เดินตามอุดมการณ์ครับ....ท้อไม่ได้...ถอยไม่ได้...

นีคือคำกล่าวของนิสิตจุฬาที่ขึ้นเวทีปราศรัย :

จะมีประโยชน์อะไรในฐานะนิสิต อาจารย์ ถ้าเราไม่เคยใช้เสียงของเรามาขับเคลื่อนสังคมเลย ถ้าเราเคลมว่าเราเป็นเสาหลัก สิ่งที่เราควรทำคือค้ำจุนประชาธิปไตย ที่ให้โอกาสประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ทำตัวเป็นเสาหักที่พยุงระบอบเผด็จการ

เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !

เชิญอ่านข่าวประกอบครับ :

นิสิตจุฬาฯปราศรัยถึงสิ่งที่ 'สมศักดิ์' เคยพูด 'สังคมเราต้องการความกล้าหาญทางคุณธรรม'

นิสิตจุฬาฯระบุถึงสิ่งที่ 'สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล' เคยพูดไว้เรื่องความกล้าหาญทางคุณธรรม เรียกร้องทุกคนยืนหยัดในหลักการที่เชื่อมั่นแม้อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ย้ำความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้เราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม

[Image: 50226674312_6791fa9f0e_b.jpg]

14 ส.ค. 2563 วันนี้ กิจกรรมชุมนุม #เสาหลักจะหักเผด็จการ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการกล่าวปราศรัยโดยนิสิตเกี่ยวกับเรื่อง ความกล้าหาญทางคุณธรรม หรือ ‘moral courage’ ซึ่งนิสิตคนดังกล่าวได้เล่าว่าฟังมาจากคลิปปราศรัยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานฌาปณกิจของอากง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 โดยเธอกล่าวว่า


"เมื่อหลายวันก่อนเราได้ชมคลิปปราศรัยของอ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานฌาปณกิจของอากง ซึ่งพวกเราในที่นี้น่าจะรู้จักกันดีว่าอากงคือใคร อากงคือผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ในคลิปนั้นอ.สมศักดิ์ได้พูดหนึ่งประเด็นที่เรารู้สึกว่าในขณะนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อาจารย์ได้เสนอแนวคิด ‘moral courage’ แปลว่า ความกล้าทางคุณธรรม แม้รู้ว่าหากเรายืนหยัดที่จะสู้ในความคิดหรือหลักการที่เราเชื่อมั่น เราอาจจะโดนคุกคาม เราอาจจะเสี่ยงความปลอดภัยในชีวิต แต่เราก็ยังยืนหยัดที่จะออกมาสู้ นั่นคือสิ่งที่อ.สมศักดิ์ ได้พูดไว้ ถามว่า ‘moral courage’ สำคัญยังไง ทุกคนเห็นว่ามหาวิทยาลัยมี ‘moral courage’ รึเปล่า"



"ไม่มี" ผู้ชุมนุมตอบ



เธอกล่าวต่อว่า "ในเมื่อจุฬาไม่มี ‘moral courage’ แล้วนักศึกษามีอะไร สิ่งเดียวที่จะมาช่วยพวกเราคือความกล้าที่จะออกมาพูดความจริง คือความกล้าที่จะออกมายอมรับว่าขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหา คือความกล้าที่สื่อจะต้องนำเสนอความจริงให้กับคนส่วนมากได้รับฟัง"



"ในสมัย คสช. มีประชาชนถูกเจ้าที่ติดตามและคุกคามถึงบ้าน 592 คน มีผู้ถูกดำเนินดคี 112 ทั้งหมกด 169 คน มีผู้ถูกดำเนินคดีพ.ร.บ.คอมฯ 197 คน และหลังการเลือกตั้งปี 62 มีผู้ถูกติดตามและคุกคามถึงบ้าน 191 คน มีผู้ถูกดำเนินคดี พ.ร.บ.ชุมนุมฯ 28 คน และในช่วงสิ้นเดือนเม.ย. มีผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้งหมด 104 คน ในบรรดาผู้ลี้ภัยทางการเมืองมีหลายคนถูกบังคับให้กลายเป็นผู้สูญหาย เช่น ต้า วันเฉลิม



ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยแสดงออกถึง ‘moral courage’ ไม่เพียงพอ เรามีองค์กร กลุ่มคนที่เรียกร้องความเป็นธรรมมาตลอด แต่มันไม่เคยพอ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยมีความกล้าที่จะออกมาพูดและช่วยเหลือคนเหล่านี้



"ประเด็นของเราคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยแสดงออกถึง ‘moral courage’ ไม่เพียงพอ เรามีองค์กร กลุ่มคนที่เรียกร้องความเป็นธรรมมาตลอด แต่มันไม่เคยพอ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยมีความกล้าที่จะออกมาพูดและช่วยเหลือคนเหล่านี้ ถ้าหากพวกเรากล้าออกมา บางทีมันอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบคุณวันเฉลิมเกิดขึ้น อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบที่เพนกวินเพิ่งจะโดนจับไป ถ้าเรากล้าออกมา จะไม่มีใครโดนแบบที่นักกิจกรรมหลายคนเคยโดน

ความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม พวกเราก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสักที



"เรากลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรากลัวมากว่าวันนี้จะมีคนตามเราไปที่บ้านรึเปล่า เรากลัวว่าแอคเคาท์โซเชียลมีเดียของเราจะกระทบต่อการทำงานในอนาคตของเรา เรากลัวมาก แล้วเราก็รู้ว่าหลายๆคนก็กลัวเหมือนกัน แต่ขอให้ทุกคนนึกถึงนักกิจกรรมที่ไปขึ้นเวที นึกถึงนักกิจกรรมบางคนที่เสียแม้กระทั่งชีวิตเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเราทุกคนในสังคม แล้วกล้าที่จะออกมาพูดความจริง ความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม พวกเราก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสักที



เราต้องการให้สื่อเสนอภาพความจริงว่าขณะนี้นักศึกษากำลังโดนคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราต้องการให้สื่อมวลชนเสนอภาพเหล่านี้ให้คนจำนวนมากรับรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับอะไร



"เราอยากให้ทุกคนออกมาแล้วจำไว้เสมอว่าทุกคนกำลังมี ‘moral courage’ อะไรในใจอยู่ เราต้องการให้สื่อเสนอภาพความจริงว่าขณะนี้นักศึกษากำลังโดนคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราต้องการให้สื่อมวลชนเสนอภาพเหล่านี้ให้คนจำนวนมากรับรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับอะไร และมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่มีความกล้าที่จะก้าวเข้ามาร่วมกับนักศึกษาในวันนี้ เราขอให้นักแสดง ดารา นักร้อง จากค่ายที่มีอิทธิพลที่คุณอยู่ได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชน แต่คุณกลับลอยตัวทั้งที่เห็นอยู่ทนโท่ว่ารัฐกำลังทำอะไร ขณะที่พวกเราร้องขอความกล้า คุณกลับปฏิเสธและไม่สนับสนุนประชาธิปไตย หรือแม้แต่สนับสนุนเผด็จการเพื่อเอาตัวรอด กอบโกยจากสังคมที่ไม่เท่าเทียม เราต้องการดารา เราต้องการนักวิชาการเพื่อออกมาแสดงตัวสนับสนุนนักศึกษา และต้องขอขอบคุณอาจารย์นิติศาสตร์ในวันนี้ที่ออกแถลงการณ์



"และเราต้องการมหาวิทยาลัยที่พร้อมจะสนับสนุนและปกป้องพวกเรา มหาวิทยาลัยควรเป็นสถานที่พัฒนาความคิดและเป็นแหล่งเติบโตทางปัญญา ไม่ใช่ลอยแพนักศึกษา เมินค่าความยุติธรรม



"หลายๆ คนในที่นี้อาจจะเคยถูกผู้ปกครองบอกว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง อย่าแสดงออกมากไป แต่ถ้าเราไม่ออกมา คนต่อไปที่อาจจะถูกอุ้มไปที่ สน. อาจจะเป็นคนข้างๆ เรา อาจจะเป็นรุ่นน้อง อาจจะเพื่อนของเรา และต่อให้เรา นิสิตจุฬาฯ ออกมาครั้งนี้แล้วไม่ชนะ เราอาจจะยังกลับมาอยู่ในสังคมเหมือนเดิมได้ เพราะเรามีอภิสิทธิ์ แต่คนอีกมากข้างนอกรั้วมหาวิทยาลัย คนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเด็กจุฬาฯ กำลังจะตายจากสภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลชุดนี้ทิ้งเอาไว้ และเป็นหน้าที่ของเราทุกคนในที่นี่ที่จะออกมาสู้เพื่อคนที่ไม่มีอภิสิทธิ์ ไม่มีเสียงในสังคม



จะมีประโยชน์อะไรในฐานะนิสิต อาจารย์ ถ้าเราไม่เคยใช้เสียงของเรามาขับเคลื่อนสังคมเลย ถ้าเราเคลมว่าเราเป็นเสาหลัก สิ่งที่เราควรทำคือค้ำจุนประชาธิปไตย ที่ให้โอกาสประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ทำตัวเป็นเสาหักที่พยุงระบอบเผด็จการ



เธอกล่าวทิ้งท้าย


https://prachatai.com/journal/2020/08/89046
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2021 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org