• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
วันนี้เอาข่าวมาบอกกัน..จะตั้งรับยังไงเมื่อมีเจ้าหน้าที่มาหาคุณที่บ้าน..

#1
วันนี้เอาข่าวมาบอกกัน..จะตั้งรับยังไงเมื่อมีเจ้าหน้าที่มาหาคุณที่บ้าน..
 
ช่วงนี้จะเริ่มมีข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและคำมั่นสัญญาต่างๆตามสถานที่ต่างๆและตามท้องถนนและจะหนักหน่วงยิ่งขึ้น..ยิ่งขึ้น..หลังจากสิ้นปีไปแล้ว...ที่พลังมวลชนที่รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคมจะเริ่มออกมากันเรื่อยๆ...
 
ทราบมาว่า....งานนี้รัฐบาลทหารเผด็จการก็เตรียมตั้งเป้าที่จะจับคนที่เป็นหัวหน้าหรือเป็นแกนนำตามวิธีการที่ตัวเองถนัดและเคยทำมา...
 
ตอนนี้..ยังทีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆในกทม.ที่ประชาชนจะใช้เป็นที่นัดหมายกันไปส่งเสียงแสดงพลัง…ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่ห้ามเพราะห้ามไม่ได้..แต่เขาจะเก็บภาพไว้แล้วจะส่งคนไปเยี่ยมท่านทีหลัง..
 
เพื่อเป็นการป้องกันสิทธิของตัวเองผมจึงนำเอาบทความและข้อเสนอแนะจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษย์ชนมาให้อ่านกัน..หากเกิดมีคนแปลกหน้าไปเยี่ยมท่านจริงๆท่านควรจะรับมืออย่างไร...
 
ผมเคยโดนเจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้านหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เคยถูกเรียกไปพบเพราะเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นที่ผมมีชื่ออยู่ในลิสต์ที่เขาจะมาเยี่ยมแทบทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่จะส่อไปในทางระดมพลต่อต้านรัฐบาลและมาดูว่าผมจะเคลื่อนไหวอะไรหรือเปล่าเพราะเขาคิดว่าผมเป็นแกนนำ...55555..
 
แต่เมื่อเขามาผมก็ไม่ตื่นตระหนกตกใจกลัวอะไร เขามาผมก็จัดหาน้ำท่ามาต้อนรับแล้วก็นั่งคุยหรือตอบคำถามที่เขาถามส่วนมากก็จะจบด้วยคำว่า “ความจริงผมก็ไม่อยากมาหาหรอกเพราะรู้ว่าท่านไม่ได้มีพิษภัยอะไร ที่มาเพราะนายสั่ง..ถ้าไม่มาแล้วไม่มีอะไรไปรายงานผมก็จะเดือดร้อน..”  ก็แค่นี้แหละครับ..
 
ดังนั้น..หากจะมีใครไปเยี่ยมท่านที่บ้านก็ไม่ต้องกลัวนะครับหากมันจะเลยเถิดไปถึงการละเมิดสิทธิก็ต้องว่าไปตามคำแนะนำที่ผมเอามาให้อ่านนะครับ..จะให้ดีก็เซฟบทความนี้หรือพริ้นเก็บไว้..พร้อมกับเบอร์ของศูนย์ทนายที่เราสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้นะครับ..
 
เชิญอ่านบทความ :
 
 ข้อสังเกตและคำแนะนำต่อกระบวนการนอกกฎหมาย บังคับให้ข้อมูล และทำบันทึกข้อตกลง
[Image: 49108349056_65cb270753_o_d.jpg]
[b]ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
[/b]
จากกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาพบที่ห้องเรียนและพาตัวไปซักถามข้อมูลชื่อบัญชีและรหัสผ่านในโซเชียลมีเดีย และความเห็นในประเด็นต่างๆ ที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวงโดยไม่มีการแสดงตัว ไม่มีหมาย และได้ทำบันทึกข้อตกลงว่าห้ามทวิตข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์อีก
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตต่อกรณีดังกล่าวว่า แม้ในระยะหลังมี แนวโน้มการดำเนินคดีต่อการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ที่เปลี่ยนไป แต่กลับพบรูปแบบการใช้กระบวนการนอกกฎหมายในการค้น ควบคุมตัว ขอข้อมูลส่วนบุคคล และทำบันทึกข้อตกลง ซึ่งไม่ใช่เพียงกรณีข้างต้นเพียงกรณีเดียว ศูนย์ทนายความฯ มีข้อสังเกต และคำแนะนำในกรณีเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวต่อไปนี้
[Image: 49108349381_8596ed6f98_o_d.jpg]
[b]1.การโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียนั้น ไม่ใช่การกระทำความผิดซึ่งหน้าจึงไม่อาจถูกจับโดยไม่มีหมายจับได้ ดังนั้น หากมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวคุณโดยไม่มีหมายจับสามารถปฏิเสธไม่ไปกับบุคคลดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่หรือบุคพึงระลึกว่ากระบวนการเชิญตัวไปสอบถามข้อมูลและจัดทำบันทึกข้อตกลงนั้น เป็นกระบวนการนอกกฎหมาย” แม้กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ตาม ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานหน่วงเหนียวกักขัง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหากเผชิญกระบวนการในลักษณะนี้
[/b]
คุณต้องถามชื่อและหน่วยงาน หรือหากจำเป็นต้องถ่ายภาพบุคคลนั้นไว้ จะพาตัวคุณไปที่ใด คุณควรโทรศัพท์ปรึกษาทนายความหรือบุคคลที่คุณไว้วางใจทันทีที่มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาพบคุณ ไม่ควรติดตามไปโดยไม่ทราบว่าเป็นบุคคลดังกล่าวเป็นใคร จะพาไปยังสถานที่ใด ด้วยสาเหตุใด และเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายใด และควรมีผู้ที่ไว้วางใจหรือทนายความไปพร้อมกับคุณ หรือควรแจ้งบุคคลที่ไว้วางใจหรือทนายความให้ทราบว่าคุณกำลังจะถูกนำตัวไปที่ใด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายมากกว่าการซักถาม หรือถูกบังคับให้ข้อมูลได้
คลใดๆ ก็ไม่อาจควบคุมตัวหรือเชิญตัวหรือนำตัวคุณไปได้ หากคุณไม่ยินยอม
[Image: 49107840233_8596ed6f98_o_d.jpg]
จะเป็นประโยชน์มากกว่า และมีข้อแลกเปลี่ยนว่าหากยินยอมให้ข้อมูลและลงชื่อในบันทึกข้อตกลง การดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ จะยุติลง และจะไม่ถูกดำเนินคดี [b]แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าเมื่อเราให้ข้อมูลแล้วจะไม่มีการดำเนินคดีเกิดขึ้น ในทางตรงกันข้ามเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ถูกควบคุมตัวมักถูกกดดันจนต้องยอมให้ข้อมูลส่วนตัว หรือต้องอธิบายความจนอาจเป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีได้
นอกจากนี้ ศูนย์ทนายความฯ พบว่าบันทึกข้อตกลงในบางกรณีนั้นเป็นบันทึกที่ลงชื่อโดยผู้ถูกควบคุมตัวเพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวร่วมลงชื่อร่วมด้วย หรือแม้จะมีเจ้าหน้าที่ร่วมลงชื่อ บันทึกข้อตกลงยินยอมนั้นก็ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และไม่ควรลงชื่อทั้งที่คุณไม่ได้ยินยอมหรือสมัครใจ นอกจากนี้ข้อมูลที่คุณให้ไปอาจถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานเอาผิดคุณในชั้นศาลได้
[/b]
[Image: 49108349306_8f3001f091_o_d.jpg]
3. [b]กรณีเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การที่เจ้าหน้าที่จะทำสำเนาข้อมูล เข้าถึงข้อมูล หรือให้ส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (รวมถึงโทรศัพท์มือถือ) นั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีหมายศาลเท่านั้น ไม่ควรให้สำเนาอุปกรณ์ หรือรหัสผ่าน (password) แก่บุคคลอื่น เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำมาขยายผลและนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับคุณหรือบุคคลอื่น และอาจถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นอันก่อความเดือดร้อนมากกว่าความเป็นจริงได้[/b]
[Image: 49108539872_d4ffa28198_o_d.jpg]
4. ข้อความที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวนำมาแสดงหรืออ้างว่าจะกล่าวหาดำเนินคดีนั้น อาจไม่ใช่ข้อความที่ผิดกฎหมาย หากถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมยังต้องได้รับการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ว่าเข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่ [b]คุณสามารถต่อสู้คดีได้ ดังนั้นคุณจึงควรปรึกษาทนายความก่อนยินยอมให้ข้อมูลหรือลงบันทึกยินยอมใดๆ
[/b]
[b]อีกทั้งภาพบันทึกหน้าจอ (screenshot) เพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุตัวตนของผู้โพสต์ข้อความได้ พยานหลักฐานในการดำเนินคดีจะแน่นหนาเพียงใดนั้นต้องพิจารณาในชั้นศาลอีก[/b]
[b][Image: 49108349226_bcfa627f03_o_d.jpg][/b]
[b]5. อย่างไรก็ตาม หากยินยอมเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว พึงระลึกว่า [b]คุณยังมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการที่จะให้ข้อมูลหรือไม่ให้ข้อมูล มีทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจระหว่างกระบวนการ ปรึกษาทนายความก่อนเข้าร่วมกระบวนการ แจ้งญาติ หรือนัดหมายในวันเวลาและสถานที่ที่เราสะดวก และหากเปลี่ยนใจในระหว่างกระบวนการ สามารถถอนความยินยอม หรือไม่ลงชื่อในเอกสารใดๆ ก็ตามได้ทุกเมื่อ เนื่องจากขั้นตอนดังกล่าวนั้นไม่ใช่ขั้นตอนตามกฎหมาย การดำเนินการต่างๆ จึงขึ้นอยู่กับความยินยอมของเราเพียงเท่านั้น[/b][/b]
[b] [Image: 49107840028_51674c9f73_o_d.jpg][/b]
[b]6. หากตัดสินใจทำบันทึกข้อตกลง [b]ต้องอ่านข้อมูลให้ละเอียดทุกครั้งก่อนลงชื่อในเอกสารว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ เป็นผลเสียต่อคุณหรือบุคคลอื่นหรือไม่ และอาจถูกใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีคุณในอนาคตหรือไม่ นอกจากนี้ต้องขอสำเนาบันทึกเอกสารไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วย[/b][/b]

[b][b]https://prachatai.com/journal/2019/11/85269[/b][/b]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ขออนุญาตอัพเดทครับ
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
การกลั่นแกล้งคุกคามประชาชนจากเจ้าหน้าที่รัฐขอเถอะ...อำนาจเผด็จการอำมาตย์ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า


ยุคคสช.เรืองอำนาจจะเห็นได้ว่าข่าวการข่มขู่กลั่นแกล้งคุกคามประชาชนจะมีแทบทุกเมื่อเชื่อวัน..

ตามที่ “นายสั่งมา “

นัยว่าเพื่อที่จะข่มขู่ให้ประชาชนกลัวไม่ให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง....
ขอเถอะ...นายหรือคนที่คุณๆเจ้าหน้าที่ทั้งหลายรับใช้...เขาไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า...
อำนาจมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...ประชาชนเป็นใหญ่เมื่อไหร่ การเปลี่ยนแปลงจะมีอย่างแน่นอน..

เมื่อนั้น...กรรมที่ท่านได้ทำ..ก็สามารถที่จะไปเอาผิดกับท่านได้....อย่าหลงระเริงไปเลย..

“นายอานนท์ นำภา “และองค์กรสิทธิฯ อื่นๆ ก็ขอเจ้าหน้าที่และกองทัพหยุดคุกคามประชาชน ซึ่งตอนนี้ประชาชนก็กลายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนไปแล้ว...
จะกลัวไปใย...ในเมื่อประชาชนผู้เสียภาษีทั้งหลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงของอำนาจรัฐ...พร้อมใจกันหยุดส่งเมื่อไหร่...รัฐก็ตายเมื่อนั้น...อย่างที่เรารู้เราเห็นนั่นแหละว่ารัฐกำลังประสพกับปัญหาอะไร

ข้อแนะนำในวันนี้....

การโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียนั้น ไม่ใช่การกระทำความผิดซึ่งหน้าจึงไม่อาจถูกจับโดยไม่มีหมายจับได้ ดังนั้น หากมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวคุณโดยไม่มีหมายจับสามารถปฏิเสธไม่ไปกับบุคคลดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดๆ ก็ไม่อาจควบคุมตัวหรือเชิญตัวหรือนำตัวคุณไปได้ หากคุณไม่ยินยอม
พึงระลึกว่ากระบวนการเชิญตัวไปสอบถามข้อมูลและจัดทำบันทึกข้อตกลงนั้น เป็นกระบวนการนอกกฎหมาย” แม้กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ตาม ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานหน่วงเหนียวกักขัง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหากเผชิญกระบวนการในลักษณะนี้

คุณต้องถามชื่อและหน่วยงาน หรือหากจำเป็นต้องถ่ายภาพบุคคลนั้นไว้ จะพาตัวคุณไปที่ใด คุณควรโทรศัพท์ปรึกษาทนายความหรือบุคคลที่คุณไว้วางใจทันทีที่มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาพบคุณ ไม่ควรติดตามไปโดยไม่ทราบว่าเป็นบุคคลดังกล่าวเป็นใคร จะพาไปยังสถานที่ใด ด้วยสาเหตุใด และเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายใด และควรมีผู้ที่ไว้วางใจหรือทนายความไปพร้อมกับคุณ หรือควรแจ้งบุคคลที่ไว้วางใจหรือทนายความให้ทราบว่าคุณกำลังจะถูกนำตัวไปที่ใด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายมากกว่าการซักถาม หรือถูกบังคับให้ข้อมูลได้
เชิญไปอ่านบทความเต็มๆได้ที่..

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=10115
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2021 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org