ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

อีเมล:
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 751
» สมาชิกล่าสุด: Rogerivera
» กระทู้: 5,835
» โพสต์: 8,948

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
ชาวเชียงใหม่ล้านนาจะทำยัง...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-19-2018, 04:13 PM
» ตอบกลับ: 3   » อ่าน: 110
ความจริง..วงในมันกระหึ่มม...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-18-2018, 09:14 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 720
ณ ตอนนี้ ฟันธง! รัฐบาลไม่...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-17-2018, 04:51 PM
» ตอบกลับ: 6   » อ่าน: 1,926
ลองมาฟังคุณ markpakma ว่า...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-11-2018, 07:47 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 370
ฤาอารมณ์ต่อต้าน”หมู่บ้านผ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-10-2018, 02:02 PM
» ตอบกลับ: 5   » อ่าน: 628
“ฟ้าทนรำคาญ สวรรค์ทนลำเค็...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-10-2018, 12:00 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 307
“ปายุด “ โอดครวญ..ตังเองเ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-09-2018, 06:18 AM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 479
เวลาดวงซวยดูเหมือนอะไรๆก็...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-06-2018, 10:56 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 1,569
“หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแห...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-06-2018, 01:56 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 258
อย่าหลงประเด็นดีใจ....จาก...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
06-04-2018, 02:14 PM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 225

 
  ชาวเชียงใหม่ล้านนาจะทำยังกันดี...เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 เบี้ยว..ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งนายก
โพสต์โดย: admin - 06-19-2018, 06:23 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (3)

ชาวเชียงใหม่ล้านนาจะทำยังกันดี...เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 เบี้ยว..ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งนายกฯ


วันนี้(19 ก.ย. ) ทางเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าฯ นำโดยคุณธีระศักดิ์ รูปสุวรรณได้นำคณะไปยื่นหนังสือที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 เพื่อขอให้ชี้แจง(ตามคลิปที่เอามาให้ดู) ตามเงื่อนไขที่นายหัวขาวเคยมาเจรจาไว้

ปรากฏว่าทางศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้คณะเครือข่ายฯเข้าไปข้างในและไม่ยอมลงมาพบแค่อนุญาติให้คุณธีรศักดิ์กับผู้ร่วมงานอีกคนหนึ่งเดินเข้าไปโดยมียามเดินประกบไปส่งที่ตึก..

ขณะที่ผมเขียนนี้ยังไม่ทราบว่าออกมาแล้วผลจะเป็นเช่นไร...

แต่ตามความรู้สึก(แค้น)แล้วเห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 เคยบอกว่าให้เป็นไปตามความประสงค์ของนายกฯ เมื่อนายกจัดการลงมาแล้วทำไมศาลอุทธณ์ฯ ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งนายกฯ ..แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร..?

สังเกตเท่าที่ผ่านมาทางศาลฯ จะไม่ให้ความร่วมมือใดๆกับเครือข่ายฯเลยจะเข้าไปในสถานที่ก็ยังไม่ให้เข้า...ทั้งที่ประชาชนเป็นเจ้าของภาษีที่ศาลเอาไปสร้างสำนักงาน สร้างตึก สร้างบ้านพักอันหรูหราแท้ๆ....

ดังนั้น..เรา..ประชาชนจะผิดเหรอ..ที่จะออกไปประท้วง..ไปไล่...ศาลฯที่ทำให้ป่าแหว่ง จนเป็นที่รู้จักกันทั่วว่า “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “...

เขามาทำลายจิตวิญญาณและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ล้านนา..

เขามาทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนเหนือคนในท้องที่....

เขามาทำลายป่าไม้อันเป็นต้นน้ำลำธารของพวกเรา...

ยอมไม่ได้....ใช่ไหมพี่น้อง...วันที่ 30 มิ.ย. นี้...เจอกัน !

คลิปที่มา:

https://www.facebook.com/DoiSuthepModel/videos/249547825797235/


  ความจริง..วงในมันกระหึ่มมานานแระเรื่อง “ปายุด “ จะไปยุโรปเนี่ย..
โพสต์โดย: admin - 06-18-2018, 09:14 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ความจริง..วงในมันกระหึ่มมานานแระเรื่อง “ปายุด “ จะไปยุโรปเนี่ย..


แต่คนส่วนมากไม่รู้ว่าจะไปทำไม...สื่อรู้แต่ก็ปิดเงียบจนมาเมื่อวันสองวันนี้เองว่าจะไปเจรจาซื้อดาวเทียมและเครื่องบิน...


กลุ่มต่อต้านน่ะโผล่แน่...แต่จะทำความหนักใจให้ “ ปายุด “ แค่ไหนก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง..

[Image: %E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%...68x445.jpg]

ขอเอาใจช่วยกลุ่มต่อต้านฯ...ถ้าวางแผนกันมาดี...” ปายุด “ เจอดีแน่..

เรื่องจะซื้อดาวเทียมเนี่ยเบื้องหลังเบื้องลึกมันก็มี..จะทอนมากทอนน้อยมันอยู่ที่ “ Deal “  เครื่องบินหรืออาวุธอื่นๆก็เหมือนกัน...

ว่าไปว่ามา “ ปายุด “ ก็กล้าเน๊อะ เพราะมันจะมีคดีประวัติศาสตร์ในวันที่ 22วันมิถุนายน 2561 เวลา 8.30 น. ว่าศาลฎีกาจะ พิจารณารับฟ้องคดีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับฟ้อง คสช.ฐานกบฏหรือไม่? เกิดศาลฎีการับฟ้อง "ปายุด "สิเห็ดจั่งใด๋

ดีไม่ดีอาจจะขอลี้ภัยเลยก็ได้นะ..เมียก็ไปด้วย..คงไม่ได้พรากจากกัน..

เชิญอ่านข่าวครับ :
 
เผย บิ๊กตู่บินยุโรป พร้อมสัญญาสร้างดาวเทียม-ซื้อเครื่องบิน หวั่นกลุ่มต้านโผล่!

วันที่ 18 มิถุนายน 2561
 
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ และ ภริยา เตรียมนำคณะรัฐมนตรีและนักธุรกิจเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศส 19 -26 มิ.ย. พร้อมสัญญาสร้างดาวเทียม ซื้อเครื่องบิน และ ร่วมทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานกับแอร์บัส ชักชวนนักธุรกิจฝรั่งเศสมาลงทุนด้านขนส่งมวลชน และ สนามบิน

18 มิ.ย. มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีกำหนดการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) และฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 19-25 มิ.ย.นี้ โดยช่วงระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย.นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนสหราชอาณาจักร โดยมีกำหนดหารือทวิภาคีกับนางเทรีซา เมย์  (The Rt. Hon. Theresa May MP) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ในวันที่ 20 มิ.ย.สำหรับด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรึ มีกำหนดหารือกับผู้บริหารบริษัทเอกชนชั้นนำ 2 ราย ประกอบด้วย 1. นายเกรกอรี ฮอดคินสัน (Mr. Gregory Hodkinson) ประธานบริษัท อาหรัป และ 2. นายมาร์ค อี. ทักเคอร์ (Mr. Mark E. Tucker) ประธานกลุ่มบริษัท เอชเอสบีซี รวมทั้งจะได้กล่าวเปิดงาน Transforming Thailand แสดงวิสัยทัศน์แก่เอกชนไทยและอังกฤษ

ส่วนการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีขี้นระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. โดย ใน วันที่ 25 มิ.ย.พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะและพบหารือกับ นายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
และเป็นสักขีพยานร่วมกัน ในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลง Joint Venture Company Principles Agreement ระหว่างบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท Airbus
และสัญญาซื้อขาย ดาวเทียมธีออส2 (THEOS II) ระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน – GISTDA) กับบริษัท Airbus Defence & Space SAS รวมทั้งจะได้พบปะกับภาคเอกชนของฝรั่งเศสด้วย

·        อ่าน : บิ๊กตู่ขออย่าระแวง! บินยุโรป6วัน ไม่ได้ไปช้อป-เผยเขาเชิญเอง หลังพ้นโดนแบน

·        อ่าน : บิ๊กตู่เยือนอังกฤษ ขณะที่ แม้วจัดงานวันเกิดให้ ยิ่งลักษณ์ที่ลอนดอน 21 มิ.ย. นี้

·        อ่าน : งานเข้า! ม็อบคนไทยต้านรัฐประหาร เตรียมโผล่ประท้วง บิ๊กตู่กลางลอนดอน!

อย่างไรก็ตาม กำหนดการมาเยือน ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ภรรยา ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ สาเหตุเนื่องจากไม่ต้องการให้กลายเป็นประเด็นกับการชุมนุมของกลุ่มคนไทยที่ลี้ภัยทางการเมืองในฝรั่งเศสและยุโรป ซึ่งขณะนี้มีการเคลื่อนไหวนัดชุมนุมต่อต้านการเดินทางในครั้งนี้ของพล.อ.ประยุทธ์

https://www.khaosod.co.th/politics/news_1229963
 


  ณ ตอนนี้ ฟันธง! รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหากรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “
โพสต์โดย: admin - 06-17-2018, 04:58 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (6)

ณ ตอนนี้ ฟันธงรัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหากรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “

 
คือเขาต้องการ “ ยื้อ “ ไม่ “ รื้อ “ จากหน้าข่าวของสื่อต่างๆรวมทั้งจากเพจของ “เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าฯ “ ที่กลุ่มเครือข่ายฯใช้สื่อสารกับประชาชน..

[Image: %E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%...68x445.jpg]

แถลงถึงความคืบหน้าต่างๆ..ทั้งก่อนและหลังการเจรจากับนายหัวขาว..จนกระทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆมาจัดการปัญหาเรื่องนี้..

เอาไปเอามากลายเป็นว่า” ศาล “ เป็นคนที่กีดกันไม่ยอมให้รื้ออันสังเกตุได้จากข่าวที่ว่า..

“คณะกรรมการของเครือข่ายฯ ไม่มีสิทธิ์และไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปตรวจสอบพื้นที่กับข้าราชการและนักวิชาการอื่นๆ” ตามที่เอามาให้ดูต่อท้ายกระทู้นี้...ซึ่งอ่านแล้วก็จะลงความเห็นเช่นเดียวกับผมว่า “ณ ตอนนี้ ฟันธง! รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา..”

แล้วจะจัดการอย่างต่อก็เป็นคำถามต่อมาที่ส่งมาถาม มาก่นด่าเยอะผมจนตอบไม่ไหว..

แต่ก็ขอเรียนว่า “กลุ่มคนล้านนาไม่เอาป่าแหว่ง “ สนับสนุนการทำงานและเผยแพร่ข่าวสารของเครือข่ายฯ มาตั้งแต่ต้น..

เราไม่เห็นด้วยประการเดียวคือการ “เจรจา “ เพราะมันจะเป็นการหยุดชะงักอารมณ์และความต้องการของคน "อยากรื้อ อยากเต สถานเดียว"

แต่เมื่อการเจรจรมันเกิดขึ้นแล้วจนมาถึงเหตุการณ์จากการแถลงของเครือข่ายฯแล้ว....

เราต้องหันมาร่วมมือกันสู้ใหม่...รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว แสดงพลังสู้จนกว่ามันจะรื้อ จะเต สถานเดียว...

เครือข่ายฯเคยเริ่มนำมาอย่างไรก็ดำเนินต่อ โดยไม่ต้องไปเจรจาใดๆอีก...

ตั้งธงไว้เลยว่า “ไม่เห็นคำสั่ง รื้อตามกรอบเวลาที่แน่นอน เราจะไม่หยุด ไม่เลิกการ ต่อต้าน”

เขาจะรื้อโดยวิธีใดก็ให้เป็นเรื่องของเขา...จัดการกันเอง..มาอย่างไรให้กลับไปอย่างนั้น..

แล้วไม่ต้องมาอ้างว่าเสียดายของ เสียดายภาษี ของประชาชน ในส่วนที่จะต้องรื้อประมาณ 600กว่าล้านบาท....แถมยังมาทำลายความสงบสุขร่มเย็นและความต้องการที่จะให้ป่ากลับสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ของคนในพื้นที่..

เงินภาษีของประชาชนที่รัฐบาลเอาไปสูญเสียให้กับ จีที200 1000กว่าล้าน เรือเหาะ 350 ล้าน โรงพักร้าง 396 แห่ง 6พันกว่าล้าน 

และยังจะสูญไปกับการใช้ ม. 44 สั่งปิดเหมืองทองของออสเตรเลียโดนเขาฟ้องเรียกค่าเสียหายสามหมื่นกว่าล้าน..

ไม่เห็นรัฐบาลบ่นสักคำและจะเอาผิดกับใครได้...

ป.ล. การจะออกมาแสดงพลังต่อต้านเราจะสนับสนุนและเดินตามเครือข่ายฯเป็นหลัก แต่ต้องไม่ปิดกั้นกลุ่มอื่นๆในการต่อต้านและแสดงความคิดเห็น...เพราะจุดยืนของพวกเราคือ “ต้องรื้อ ต้องเต สถานเดียว “


  ลองมาฟังคุณ markpakma ว่าเรื่องหมู่บ้าน ผู้พิพากษาป่าแหว่ง ดูนะครับ..
โพสต์โดย: admin - 06-11-2018, 07:47 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

[ltr]ลองมาฟังคุณ markpakma ว่าเรื่องหมู่บ้าน ผู้พิพากษาป่าแหว่ง ดูนะครับ..[/ltr]




[ltr]มีคิดเห็นยังไงเชิญตามสะดวกเลย....เขิญอ่าน...[/ltr]





[ltr]***ป่าแหว่งมันยื้อแล้ว ไม่จบหรอก ต้องถอยออกมาตั้งหลักกันใหม่ทางเดียวเท่านั้น ไม่งั้นโดนมันยื้อไม่รื้อแน่นอน[/ltr]




[ltr]ฟังจากปากพวกมันแล้ว ไม่มีใครพูดว่ารื้อสักคน[/ltr]




[ltr]มีแต่งตั้งกรรมการ รางวัด จะรื้อไม่ต้องรางวัด[/ltr]






[ltr][Image: 5tPvHl7.jpg][/ltr]




[ltr]ปลูกป่าลีลาวดี จะรื้อไม่ต้องปลูกป่า มันจะขึ้นเอง ป่าลีลาวดีไม่ใช่ป่าเกิดในธรรมชาติแถวนั้น[/ltr]




[ltr]มันแปลกแยกจากพืชพันธุ์ท้องถิ่น ยิ่งปลูกแล้วปูหญ้านั่นมันหลอกไปจัดสวนแล้ว[/ltr]




[ltr]รื้อบ้านจะทำผิดกฎหมาย ซื้อGT200 แพงก็ทำผิดกฎหมายไม่เห็นไปตามหาว่าใครเอาเงินส่วนต่างไป[/ltr]




[ltr]ให้เป็นแหล่งเรียนรู้... เป็นป่าก็เรียนรู้ได้ จะเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องสร้างหมู่บ้านไว้เรียนรู้[/ltr]




[ltr]มันหลอกให้ไปร่วมสนับสนุน ไม่ยอมให้ต่อต้านมัน โดยการตั้งเป็นกรรมการ[/ltr]




[ltr]เซ็นต์ยอมรับให้มันยื้อต่อ... ไอ้คนพวกนี้มันยอมตั้งบังเกอร์เป็นปีเพื่อหาจังหวะยึดอำนาจมาแล้ว[/ltr]




[ltr]สรุปว่างานนี้ขืนยังไปเป็นกรรมการกับมัน มันก็ยื้อออกไปเรื่อยๆเหมือนเลือกตั้งนั่นแหล่ะ[/ltr]




[ltr]ห้าปีแล้ว มันยังบอกจะเลือกตั้งวันที่เท่าไรไม่ได้เลย มันบอกมีโร๊ดแมป มันทำตามโร๊ดแมป[/ltr]




[ltr]รื้อบ้านนี้ก้มีโร๊ดแมปเหมือนกันเลย... สรุปว่าถูกมนุษย์เชี่ยหลอกลวง[/ltr]




[ltr]ขนาดบันคีมูนเป็นถึงเลขาธิการสหประชาชนยังโดน ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีอเมริกาก็โดนมันหลอกมาแล้ว[/ltr]




[ltr]อาเบะก็โดนคนแรกๆเลย คนไทยทั้งประเทศมันหลอกมาห้าปีแล้ว[/ltr]




[ltr]เป็นมนุษย์ถ้าไม่รักษาคำพูดมันก็ไม่ใช่แล้ว  ยังมีเครดิตคำพูดอะไรให้เชื่อถือได้อีกอย่างนั้นหรือ.... [/ltr]




[ltr]markpakma  11 มิถุนายน 2561[/ltr]


จากเว็บไซด์ "ประชาทอลค์ "


  “ฟ้าทนรำคาญ สวรรค์ทนลำเค็ญ มนุษย์ปากเหม็นไปเคี่ยวเข็ญเทวดา“ใครคือมนุษย์ปากเหม็นคนนั้น
โพสต์โดย: admin - 06-10-2018, 12:00 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

“ ฟ้าทนรำคาญ สวรรค์ทนลำเค็ญ มนุษย์ปากเหม็นไปเคี่ยวเข็ญเทวดา “ ใครคือมนุษย์ปากเหม็นคนนั้น..?


หัวข้อกระทู้ที่ผมนำมาเขียนวันนี้มันมาจากเนื้อเพลงที่ผมเคยร้องตั้งแต่สมัยผมเรียนอยู่ชั้นประถมแล้วมั้ง...ไม่รู้ว่าใครร้อง..จำได้แค่นั้น..หรือจะต่ออีกนิดก็..กลุ้มใจๆเหลือระอาทนทรมา..อะไรประมาณนี้แหละ...

สถานการณ์ตอนนี้มันช่างเข้ากับบรรยากาศ “มนุษย์กับเทวดา “ จริงๆที่ทำให้ผมนึกขึ้นได้..

ทั่น “ปายุด “ ผู้นำของเราไปบ่นออกสื่อ ออกทีวี ทำนองว่าท่านไม่ได้เป็นเทวดานี่จะได้ตรัสรู้ไปได้หมด...เทวดาต้องมาเป็นมนุษย์อย่างเขาถึงจะรู้ได้...

แม๊..! ช่างเปรียบเทียบค่อนแคะเน๊าะ...

แล้วเทวดาตัวเป็นๆนี่รูปร่างหน้าตาเป็นยังไงผมก็ไม่เคยเห็นเห็นแต่จากภาพวาดและก็รูปปั้น..

[Image: Jedyod2.jpg]
ปูนปั้นรูปเทวดา...ผนังวิหารเจ็ดยอด เชียงใหม่

แต่เจอเยอะครับที่เป็นมนุษย์ไม่ใช่แต่ปากเหม็นนะครับ ขี้เหม็นด้วยที่ทำตัวเป็นเทวดาอยู่เหนือคนอื่น...แล้วก็หลงตัวเองซะไม่มี..

เออ..แล้ว “ ปายุด “ นี่เคยเห็นเทวดาหรือเปล่าน๊า..แต่ผมว่าไม่เคยเห็น...และก็เชื่อว่าไม่มีใครเคยเห็นเทวดาตัวเป็นๆมาก่อน...แล้วไง “ปายุด “  ถึงไปยกตัวอย่างว่าไม่ใช่เทวดาไปนู่น...

รู้ได้ยังไงว่าเป็นเทวดาแล้วต้องเป็นยังไง...ผมว่ามโนเพ้อเจ้อไปแระ..

เพราะความจริงตอนนี้คือ...”ปายุด “ จะเป็นนายกไม่ได้ถ้าไม่ได้รับเลือกผ่านการเป็นสมาชิกสภาฯ มาก่อนหมากอะไรที่วางไว้มันเละตุ้มเป๊ะเข้าทางตันไปหมด..

ยังไม่พอ สมาชิกสนช. ยังมาหลับประจานระหว่างการประชุมเรื่องงบประมาณอีก...

จึงเกิดอารมณ์เสียอย่างว่า..ไม่รู้จะระบายอย่างไรก็ค่อนขอดไปถึงเทวดานู่น...


  ฤาอารมณ์ต่อต้าน”หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “กำลังหดหายไปจากผลของการเจรจา..?
โพสต์โดย: admin - 06-10-2018, 09:13 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (5)

ฤาอารมณ์ต่อต้าน”หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “กำลังหดหายไปจากผลของการเจรจา..?

จากการออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ “รื้อ เต ทุบ ป่าแหว่ง สถานเดียว “ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518 ซึ่งผมก็ได้ไปที่นั่นในวันนั้นด้วย ก็ได้กล่าวกับคนที่ไปด้วยกันว่า..

“ถ้าประชาชนออกกันมาอย่างนี้อีก 2 ครั้งเราจะชนะแน่มันจะเป็นบรรทัดฐานในการเรียกร้องไม่ว่าอะไรว่าพลังของประชาชนคือสิ่งที่เผด็จการกลัว แต่หากเครือข่ายฯไปเจรจาก็หมายถึงเราแพ้ “

แล้วมันก็เป็นไปอย่างว่าจริงๆ..ถึงยังไม่แพ้(เพราะยังมีหลายๆกลุ่มยังยืนหยัดสู้)ก็เหมือนแพ้ การเจรจาที่รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการตั้งมามีเป็นร้อยแล้วเมื่อไหร่มันจะมาถึงจุดที่จะบรรลุให้สมความต้องการของประชาชนได้ ในเมื่อรัฐบาลเห็นอย่างหนึ่ง คณะกรรมการเครือข่ายฯเห็นอีกอย่างหนึ่ง การเจรจาจึงทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักช้าลงและไม่รู้ว่าจะใช้การเจรจาอีกนานเท่าไหร่..

ประชาชนก็เฝ้ารอฟังข่าวหรือแถลงการณ์อะไรออกมา..มันไม่ก็มีอะไรคืบหน้า ในแต่ละแถลงการณ์ไม่มีคำว่า “รื้อ เต ทุบ “ มีแต่คำว่า “ฟื้นฟูป่า “(ตามที่เอามาให้ดู) ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะให้ป่ากลับสู่สภาพเดิมได้ถ้าไม่รื้อไม่เต...เพราะมันมีแต่สิ่งปลูกสร้างเต็มพื้นที่ จะปลูกต้นไม้ในพื้นซีเมนต์ได้หรือ

[Image: KYBWkQv.jpg]

[Image: rjB7irh.jpg]

อันนี้ผมเอามาจากเพจขอคืนพื้นที่ป่าฯ เขากล่าวว่า “  
 
วันนี้ ผมรู้สึกว่า เรื่องนี้เงียบจัง ใครทำอะไร ไปถึงไหนแล้วครับ 
คนเชียงใหม่ ส่งเสียงหน่อยซิครับ
เราจะยอมจำนน แล้ว เหรอ ครับ ?
 
จะตอบให้ก็ได้..คือมันเซ็ง มันเบื่อ ที่มัวแต่ประชุม ประชุม ประชุม รายงานแต่ละแผ่นที่ได้มา มีแต่ฟื้นฟูป่า อยากฟังเสียงคนเชียงใหม่...

ผมก็ส่งเสียงมาแล้วนะ..และก็จะขอบอกว่าคนเชียงใหม่อีกหลายกลุ่มไม่ได้ยอมจำนน อย่างที่ถามมาหรอกครับ เขาดูทีท่าว่าคณะกรรมการเครือข่ายฯ ที่รัฐบาลตั้งมาจะทำอย่างไรต่อ...
 
ป.ล.เชิญคลิกอ่านข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมที่เอาต่อท้ายข้อเขียนนะครับ :

มีต่อ...


  “ปายุด “ โอดครวญ..ตังเองเป็นมนุษย์..ไม่ได้เป็นเทวดาจึงจะทำอย่างเทวดาไม่ได้..
โพสต์โดย: admin - 06-09-2018, 05:13 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (2)

ปายุด โอดครวญ..ตังเองเป็นมนุษย์..ไม่ได้เป็นเทวดาจึงจะทำอย่างเทวดาไม่ได้..


เขาว่า....ช่วงนี้ ปายุด อยู่ในช่วงที่อัดอั้นตันใจกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกหลายๆเรื่อง...

แต่ละเรื่องก็หนักๆทั้งนั้น..เรื่องไอ้เมือกเทือก..ไอ้โล้นอิสระ..นาฬิกาหรู...ไม่อยากเลือกตั้งฯลฯ

แล้วนี่จ่อเข้ามาแล้ว คิงส์เกตฯ จ่อฟ้องอนุณาโตแล้วกรณ๊ใช้ ม. 44 ปิดเหมืองทองของเขา ตามรายละเอียดที่เอามาให้ดูล้างล่าง..

ค่าเสียหาย 3 หมื่นล้านที่เขาป้อง..จะเอาที่ไหนไปให้..แถมตัวเองประกาศว่า "ผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น"

พี่ป้อมก็อยากได้ดาวเทียมราคา 6หมื่นล้านไว้ป้องกันประเทศ..มีแค่ดาวเทียมมันจะป้องกันได้ยังไง มันน่าจะสั่งขีปนาวุธที่ถล่มข้ามชาติได้เข้ามาเยอะๆ

เขาว่าอีกว่า ปายุดในเวลานี้ไม่ต่างกับเดินเข้าสู่ตะแลงแกง จึงพยายามดิ้นที่จะเอาตัวรอดแต่มันรอดยาก...เพราะประชาชนรู้เห็นเช่นชาติหมดแล้ว...

ลงเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็จบข่าว...ในนรกเขาก็ต้มน้ำร้อนรอไว้แล้ว....


เชิญอ่านข่าวครับ :

คิงส์เกตฯ ฟ้องอนุญาโตฯ แล้ว ม.44 ปิดเหมืองทอง

คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแล้ว อุตฯ เผยตลอดกระบวนการยังสามารถหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันได้


[Image: 41591283915_d59f90581b_b.jpg]
ภาพประกอบจากเว็บไซต์ http://www.akararesources.com

มติชนออนไลน์ รายงานการเปิดเผยของนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ว่า บริษัท คิงส์เกตฯ ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาท (สเตทเมนท์ ออฟ เคลม) ในกรณีพิพาทกับราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับการประกอบกิจการเหมืองทองของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย หรือ ทาฟต้า แล้วเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติขั้นแรกของกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ถือเป็นเพียงการใช้สิทธิของบริษัท คิงส์เกตฯ ภายใต้ทาฟต้า เท่านั้น ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดแต่อย่างใด หลังจากนี้ไทยจะยื่นคำคัดค้านกลับไปที่อนุญาโตตุลาการในเร็วๆ นี้ ขณะที่คณะอนุญาโตตุลาการจะต้องรวบรวมข้อมูลและพิจารณาพยานหลักฐานโดยละเอียดจากทั้งสองฝ่ายก่อนจะมีคำตัดสินชี้ขาดต่อไป โดยตลอดกระบวนการอนุญาโตตุลาการ คู่กรณียังสามารถหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันได้

 

กรณีพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง (มาตรา 44) ที่ 72/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำที่ให้ระงับการอนุญาตให้สำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ทำให้เหมืองทองอัคราต้องหยุดดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ตัวเลขที่รัฐบาลไทยอาจจะต้องชดเชยความเสียหายจากการปิดกิจการ โดยประเมินจากผลประกอบการที่สูญเสียตลอดอายุสัมทานของบริษัทบริษัท คิงส์เกตฯ เป็นเงินถึง 30,000 ล้านบาท หากอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศชี้ขาดให้รัฐบาลไทยต้องชดใช้



·        ISDS vs มาตรา 44 หรือจะเป็นความพ่ายแพ้ราคา 3 หมื่นล้านของ คสช. (แล้วใครจะรับผิดชอบ?)

 
https://prachatai.com/journal/2018/06/77238


  เวลาดวงซวยดูเหมือนอะไรๆก็โถมเข้ามา”ไอ้เมือกเทือก”โดนป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่ม ในคดี 396
โพสต์โดย: akausa - 06-06-2018, 10:56 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

เวลาดวงซวยดูเหมือนอะไรๆก็โถมเข้ามา”ไอ้เมือกเทือก”โดนป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่ม ในคดี 396 โรงพักฉาว…

ตามข่าวอ่านแล้วก็เหมือนเอาแฟ้มคดีมาปัดฝุ่นแล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะเพื่อที่หวังจะบีบคอใครได้บ้าง..

อันนี้...ก็ไม่รู้นะรู้แต่ว่าจนป่านนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้เงินภาษของรัฐสูญไปกว่า 6 พันล้านเงินไปเข้ากระเป๋าใครบ้างก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน..

ไอ้เมือกเทือกเพิ่งร้องไห้บีบน้ำตาออกสื่อไปเมื่อไม่กี่วันมานี้..

ข่าวป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่มในคดีงาบโรงพัก 396แห่งโผล่มาวันนี้..

อยากจะรู้ว่ามันจะแถยังไงต่อ....

เชิญอ่านข่าวครับ :

ป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่มคดี 396 โรงพักฉาว เล็งแจ้งอีกข้อหา‘มาร์ค-เทือก’
วันที่ 6 มิถุนายน 2561 - 16:02 น.

ป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่มคดี 396 โรงพักฉาว  เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  เล็งแจ้งข้อหาเพิ่ม‘มาร์ค-เทือก’
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ รายงานข่าวจากป.ป.ช.เผยว่า สำหรับความคืบหน้าการไต่สวน กรณีกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และคดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กับพวก กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่ง

[Image: %E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%...8%A7-1.jpg]
ป.ป.ช.สั่งไต่สวนเพิ่มคดี 396 โรงพัก เล็งแจ้งข้อหาเพิ่ม‘มาร์ค-เทือก’

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการไต่สวน ประกอบด้วย กรรมการป.ป.ช.ทั้งองค์คณะได้ประชุมพิจารณาความคืบหน้าสำนวนทั้ง 2 คดี โดยเป็นการประชุมตรวจสอบความคืบหน้าการไต่สวนคดีว่าจะสรุปสำนวน เพื่อเสนอเป็นวาระการประชุมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ได้หรือไม่

แต่เมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า ทั้งสองสำนวนยังไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสรุปสำนวนคดี เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้พิจารณาชี้มูลความผิดได้ จึงมีมติให้คณะอนุกรรมการไปดำเนินการไต่สวนเพิ่มเติม เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คณะอนุกรรมการยังได้พิจารณาตรวจดูบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมด้วย

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1178996


  “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ เป็นโครงการที่เห็นแก่ตัวและไร้จิตสำนึกอย่างที่สุด...
โพสต์โดย: akausa - 06-06-2018, 01:56 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

“หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ เป็นโครงการที่เห็นแก่ตัวและไร้จิตสำนึกอย่างที่สุด...

ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของโครงการฯที่มีวุฒิภาวะอย่างคณะตุลาการจะตัดสินใจกระทำลงไปได้..

มันเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ เป็นสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่ล้านนา..

แต่มันถูกทำลายลงด้วยกลุ่มคนที่คิดว่าตัวเองถืออำนาจ ถือกฎหมายไม่กี่คนและกระทำไปเพื่อสนองตันหาและความสุขส่วนตนแท้ๆ...

งบประมาณที่เอามาสร้างก็มาจากภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์...

การมาย่ำยีหัวใจชาวบ้าน สร้างแผลในหัวใจให้ชาวบ้านแล้วคิดว่าตัวเองจะมีความสุขอยู่ได้กระนั้นหรือ..?

มิใยที่สังคมต่างรุมด่าสาปแช่งมาจากทุกสารทิศ...โครงการฯก็ยังดื้อรั้น เงียบเป็นเป่าสาก ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน โยนไปให้หน่วยราชการงานอื่นรับผิดชอบ...

การกระทำเยี่ยงนี้มันถูกต้องสมควรแล้วหรือ...?

ถ้าไม่เรียกว่าหน้าด้านแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร

คุณคนนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่..

ก็อยากจะรู้นักว่าท่านผู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรหรือจะโยนลงตระกล้า..?

ป.ล. ผู้ร้องเรียนได้ขีดคร่อมที่อยู่ไว้เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

เชิญอ่านครับ :

[Image: B2zqGLC.jpg]


  อย่าหลงประเด็นดีใจ....จากข่าวที่ว่า.. “ เลขาศาลฯ เเจงยิบ 8 ประเด็นสร้างบ้านพักตุลาการ
โพสต์โดย: admin - 06-04-2018, 04:36 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

อย่าหลงประเด็นดีใจ....จากข่าวที่ว่า.. เลขาศาลฯ เเจงยิบ 8 ประเด็นสร้างบ้านพักตุลาการ ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริง บิ๊กตู่’” นั้น....


มันเป็นข่าวจากนสพ.ข่าวสด ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 แล้ว...

ที่นายสราวุธ เบญจกุลเลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า สำนักงานศาลยุติธรรมขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงการขอใช้พื้นที่และการดำเนินโครงการฯ

ไม่ไม่ใช่เพิ่งมามีตามที่เครือข่ายฯเอามาเผยแพร่ ว่า ดีเดย์ 3 วันส่งงานตามสัญญา 1 2 และ 3

[Image: Un23titled-1-2-768x445.jpg]

เนื้อหาชี้แจงก็จาก ข่าวสด ที่เอามาให้ดูนั่นแหละครับ.....

จากคำชี้แจงที่ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเสมอมา บริเวณก่อสร้างที่มีต้นไม้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ได้ขุดล้อมแล้วนำไปปลูกบริเวณใกล้เคียง มีรายละเอียดของต้นไม้ที่ขุดล้อมไปคือ ต้นประดู่ 29 ต้น ต้นพลวง 86 ต้น ต้นสัก 4 ต้น ต้นกระบาก 77 ต้น และไม้เนื้ออ่อนอื่นอีก 44 ต้น รวม 240 ต้น

ไม่ทราบว่าเอาไปปลูกที่ตรงไหน..มีภาพถ่ายหรือจะเข้าไปตรวจสอบได้หรือเปล่า..

แล้วเรื่องการแจกแจงสัญญาและการส่งมอบโครงการฯ 2และ3 มันก็มีมูลค่าเพียง 321,670,000 บาท (สามร้อยยี่สิบเอ็ดล้านหกแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)และ342,900,000 บาท (สามร้อยสี่สิบสองล้านเก้าแสนบาทถ้วน)

ก็รวมเป็น 664,570,000.00(หกร้อยหกสิบสี่ล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) ถ้าจะรื้อทิ้งมันก็ไม่ได้เสียหายเป็นพันล้านอย่างที่สื่อเอาไปตีกัน....

รัฐเอาเงินไปเสียหายอย่างอื่นเช่นค่าเรือเหาะที่เหาะไม่ได้ 350ล้าน 

ค่าไม้ล้างป่าช้าจีที200 พันกว่าล้าน 

ค่าโรงพักร้าง 396แห่ง หกพันกว่าล้าน รัฐยังฟ้องเอากะใครไม่ได้เลย..

แล้วนี่หกร้อยกว่าล้าน...สำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นคู่สัญญามาอ้างว่า...

 “ไม่อาจดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ได้ เนื่องจากหากสำนักงานศาลยุติธรรมยุติโครงการย่อมจะตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องถูกคู่สัญญาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณชดใช้ค่าเสียหาย อีกทั้ง หากสำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการรื้อถอนก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้และยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงอาจจะต้องถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหาผู้รับผิดชอบตามกฎหมายด้วย

มันเป็นเงินจากภาษีของประชาชนนะครับและที่เสียหายยิ่งกว่าจำนวนเงินคือมันมาทำลายความรู้สึกและจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่และประชาชนคนไทยที่รักผืนป่าทั่วไป

จากการติดตามข่าวแบบเกาะติด.....งานนี้มียื้อแน่นอน....แล้วจะสรุปผลสั้นๆว่าไม่รื้อ..เอาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น....โดยจะอ้างกฎหมายสารพัด...

ถ้าเขาว่ามาอย่างนี้....ถามว่าเครือข่ายฯ จะทำยังไงต่อ..?

หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานออกไปมันจะไม่สายเกินหรือยากที่จะแก้หรือ?
 
เชิญอ่านข่าวครับ :

เลขาศาลฯ เเจงยิบ 8 ประเด็นสร้างบ้านพักตุลาการ ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริง ‘บิ๊กตู่’

วันที่ 9 เมษายน 2561
 
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ห้องประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ศาลฎีกา ศูนย์ราชการฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) พิจารณาวาระพิเศษเพิ่มเติมกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งโครงการดังกล่าวปัจจุบันใกล้เสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาแล้ว แต่ปรากฏว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งคัดค้านและเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างพร้อมให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในโครงการก่อสร้างดังกล่าวออกไป
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า สำนักงานศาลยุติธรรมขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงการขอใช้พื้นที่และการดำเนินโครงการดังกล่าวดังนี้

1.เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2540 กระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้สานักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค 5 ขอใช้พื้นที่ในราชการทหารบริเวณด้านหลังของหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เนื้อที่ประมาณ 106 ไร่ เพื่อก่อสร้างบ้านพักและอาคารที่ทำการของกระทรวงยุติธรรม ต่อมาวันที่ 12 เม.ย.2542 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 มีหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ให้ยืนยันการขอใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้านพักและอาคารที่ทำการของกระทรวงยุติธรรม

2.วันที่ 21 เม.ย.2542 สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ได้มีหนังสือยืนยันใช้ที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อก่อสร้างบ้านพักและอาคารที่ทำการของกระทรวงยุติธรรม ต่อมาวันที่ 20 ส.ค.2543 ศาลยุติธรรมได้แยกจากกระทรวงยุติธรรมตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และให้มีสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับงานธุรการของศาลยุติธรรม เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ศาลยุติธรรม
3.เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2546 สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 มีหนังสือถึง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ขอใช้ที่ดินบริเวณด้านหลังของหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เนื้อที่ประมาณ 106 ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการของศาลยุติธรรมและบ้านพัก

4.ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 มี.คง2546 รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการขอใช้ที่ดินมายังสำนักงานศาลยุติธรรมว่า มณฑลทหารบกที่ 33 ขอให้จัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ ในที่ดินแปลงที่ขอใช้ เพื่อเสนอกองทัพบกพิจารณา

5.มณฑลทหารบกที่ 33 ได้มีหนังสือลงวันที่ 4 มี.ค.2547 แจ้งว่าไม่ขัดข้อง ที่จะให้สำนักงานศาลยุติธรรมใช้ที่ดินเนื้อที่รวม 147 – 3 – 41 ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลาการและขอให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดูแล บำรุงรักษาที่ราชพัสดุ ประกอบกับก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2546 มณฑลทหารบกที่ 33 มีหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 แจ้งว่า ในการขอใช้ที่ดินของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 มณฑลทหารบกที่ 33 ได้ตรวจสอบแล้ว บริเวณพื้นที่ที่ขอใช้ไม่คาบเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ สุเทพ – ปุย ป.พัน.7 และหน่วยในพื้นที่แต่อย่างใด ประกอบกับสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 มีความจำเป็นเร่งด่วนในการขอใช้ที่ดิน จึงเห็นควรสนับสนุน

6.สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือ ลงวันที่ 19 ก.ย.2548 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอใช้ที่ดินเนื้อที่ประมาณ 147 – 3 – 41 ไร่

7.กรมธนารักษ์มีหนังสือ ลงวันที่ 21 ก.ค.2549 แจ้งอนุญาตให้สำนักงานศาลยุติธรรม ใช้ที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1723 (บางส่วน) เนื้อที่ 147 – 3 – 30 ไร่ ตามวัตถุประสงค์ที่ขอใช้

8.จังหวัดเชียงใหม่มีหนังสือลงวันที่ 14 พ.ย.2549 จัดส่งหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุให้สำนักงานศาลยุติธรรม
 
 
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า เมื่อได้รับการอนุญาตให้เข้าใช้พื้นที่โดยถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมจึงดำเนินการด้านงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนได้ผู้รับจ้างและได้ลงนามในสัญญาโครงการก่อสร้างดังกล่าวในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1723 (บางส่วน) กับบริษัท พี.เอ็น.เอส.ไซน์ จากัด ผู้รับจ้าง โดยมีบริษัท เอ็นจิเนียริ่งดีไซน์ คอนซัลแตนส์ จากัด เป็นผู้คุมงาน วงเงินรวม 3 โครงการ จำนวน 955,064,056.28 บาท มีรายละเอียดดังนี้

โครงการที่ 1 ก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ตามสัญญาเลขที่ 87/2557 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2557 และบันทึกเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาจ้าง (ครั้งที่ 1 – 14) เป็นเงิน 290,495,056.28 บาท (สองร้อยเก้าสิบล้านสี่แสนเก้าหมื่นห้าพันห้าสิบหกบาทยี่สิบแปดสตางค์) กำหนดเสร็จภายในวันที่ 28 ส.ค. 2559 ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก 242 วัน สัญญาสิ้นสุดวันที่ 27 เม.ย.2560 ผู้รับจ้างได้มีหนังสือส่งมอบงานเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2560 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลงรับหนังสือเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรับงานงวดสุดท้าย เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 บัดนี้โครงการแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์และได้เข้าใช้งานแล้ว

โครงการที่ 2 ก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา 38 หน่วย อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ 16 หน่วย บ้านพักผู้อำนวยการ 1 หน่วย และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม 36 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ตามสัญญาเลขที่ 31/2557 ลงวันที่ 25 ก.พ. 2557 และบันทึกเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาจ้าง (ครั้งที่ 1 – 12) เป็นเงิน 321,670,000 บาท (สามร้อยยี่สิบเอ็ดล้านหกแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)

กำหนดเสร็จวันที่ 4 ส.ค.2558 ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก 1,048 วัน สัญญาสิ้นสุดวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผู้รับจ้างก่อสร้างตามสัญญา ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2561 โครงการที่ 2 นี้ มีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2557 แบ่งงวดงานออกเป็น 98 งวดงาน ส่งมอบงาน ตรวจรับและเบิกจ่ายเงินแล้ว 82 งวดงาน เป็นเงิน 244,962,886 บาท ยังไม่ได้ส่งมอบ 16 งวดงาน เป็นเงิน 76,707,114 บาท โดยมีผลงานการก่อสร้างสะสมตามแผนถึงเดือนเม.ย. 2561 คิดเป็นร้อยละ 94.62 โดยมีผลงานก่อสร้างจริงร้อยละ 86.08

โครงการที่ 3 ก่อสร้างบ้านพัก รวม 9 หน่วย และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ 64 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ศาลยุติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ตามสัญญาเลขที่ 55/2556 ลงวันที่ 19 ก.ค. 2556 และบันทึกเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาจ้าง (ครั้งที่ 1-16) เป็นเงิน 342,900,000 บาท (สามร้อยสี่สิบสองล้านเก้าแสนบาทถ้วน)

กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 9 ก.ค. 2558 ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาทำการก่อสร้างออกไปอีก 1,066 วัน สัญญาสิ้นสุดวันที่ 9 มิ.ย. 2561 ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค.2561 ปรากฏว่าจากงวดงานทั้งหมด 60 งวดงาน มีการส่งมอบงาน ตรวจรับงานและเบิกจ่ายแล้ว 53 งวดงาน คิดเป็นเงิน 270,574,750 บาท ยังไม่ได้ส่งมอบอีก 7 งวดงานเป็นเงิน 72,325,250 บาท มีผลงานสะสมตามแผนนับถึงเดือนเม.ย. 2561 คิดเป็นร้อยละ 89.28 มีผลงานก่อสร้างจริง คิดเป็นร้อยละ 84.52 หากมองภาพในมุมสูง จะเห็นว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าวจะอยู่แนวระดับเดียวกับ สวนสัตว์ไนท์ ซาฟารี อ่างเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชุมชนช่างเคียน ชุมชนช้างเผือก

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเสมอมา บริเวณก่อสร้างที่มีต้นไม้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ได้ขุดล้อมแล้วนำไปปลูกบริเวณใกล้เคียง มีรายละเอียดของต้นไม้ที่ขุดล้อมไปคือ ต้นประดู่ 29 ต้น ต้นพลวง 86 ต้น ต้นสัก 4 ต้น ต้นกระบาก 77 ต้น และไม้เนื้ออ่อนอื่นอีก 44 ต้น รวม 240 ต้น

ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการตรวจการจ้าง นอกจากนี้ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ สำนักงานศาลยุติธรรมมีโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่องโดยเบื้องต้นมีแผนจะปลูกต้นพยุง 60 ต้น ต้นแคนาและแคนาป่า 94 ต้น ต้นลีลาวดี 299 ต้น และไม้พุ่มต่างๆ รวม 6,400 ต้น แต่เนื่องจากสำนักงานศาลยุติธรรมมีข้อจำกัดในเรื่องกำลังคนและงบประมาณ จึงขอรับการสนับสนุนด้านกำลังคนและงบประมาณ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ และต้นไม้ จากรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามโครงการปลูกต้นไม้ดังกล่าวต่อไป

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่บุคคลกลุ่มหนึ่งพยายามให้ยุติและรื้อถอนโครงการดังกล่าวนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นคู่สัญญาไม่อาจดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ได้ เนื่องจากหากสำนักงานศาลยุติธรรมยุติโครงการย่อมจะตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องถูกคู่สัญญาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณชดใช้ค่าเสียหาย อีกทั้ง หากสำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการรื้อถอนก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้และยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงอาจจะต้องถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหาผู้รับผิดชอบตามกฎหมายด้วย

จากข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรมจึงนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ในวันนี้ และมีมติว่า ให้สำนักงานศาลยุติธรรมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ชอบธรรมและด้วยสันติวิธี โดยตระหนักถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม และให้มีหนังสือกราบเรียนนายกฯ ถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากรัฐบาลเห็นสมควรประการใด เช่น ให้ชะลอการใช้บ้านพักเฉพาะส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราวหรือดำเนินการอื่นในระหว่างฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง
 
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_945664



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org