ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

ชื่อผู้ใช้
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 179
» สมาชิกล่าสุด: ฮูกราตรี
» กระทู้: 5,322
» โพสต์: 8,108

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
โรงพยาบาลพระมงกุฏ เรื่อง...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
9 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 21
รองโฆษก ตร.เผยเอกสารคดี “...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
9 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 7
ดร.โสภณไปเป็นที่ปรึกษา ณ ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 07:50 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 9
ช่วยยิ่งลักษณ์...ช่วยประเ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 07:03 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 12
HBD Thaksin Shinawatra : ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 02:59 AM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 9,159
ทหารนัดเจอ 3 นักวิชาการ ห...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 02:38 AM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 1,619
'โฆษกกลาโหม' คาดทหารแค่ไป...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
07-23-2017, 01:58 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 12
ใส่หน้ากาก 'ไผ่ ดาวดิน' อ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
07-23-2017, 01:35 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 10
พระชั้นผู้ใหญ่จับมือคว่ำบ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
07-23-2017, 07:29 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 14
อาจารย์นักกฎหมายงง”ศาลฎีก...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
07-23-2017, 07:09 AM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 1,827

 
  โรงพยาบาลพระมงกุฏ เรื่องดีๆก็พอมี
โพสต์โดย: ฮูกราตรี - 9 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

เมื่อเอ่ยถึง โรงพยาบาล  พระมงกุฏ
โด่งดังมากเรื่องระเบิดตีนลูบหน้าคนกันเอง

มาวันนี้ขออนุญาตพูดเรื่องดีๆของโรงพยาบาลพระมงกุฏบ้างครับ

พอดีมีญาตรับการรักษาอยู่เป็นปีๆที่นั่น

ต้องตื่นตี 5 เพื่อไปเอาบัตรคิว
คนเป็นหลายร้อยวันหนึ่งๆเจ้าหน้าที่ หมอ และพยาบาลทำหน้าที่เต็มที่

ยังไม่เตยพบเห็นโรงพยาบาลไหน หรือ
อาจจะมีแล้ว

บริการหลังการรักษาชนิดตัวต่อตัว

ก่อนการจะตัดสินใจรักษา และหลังการรักษาที่มีการต้องให้หยูกยา และการรักษา

หมอแต่ละด้านติดต่อรายงานญาติคนไข้ตลอด แม้ยามค่ำคืน

และก่อนการบ่งชี้อาการของโรค
จะมีการประชุมแพทย์ทุกด้าน และมีระดับอาจารย์หมอกำกับ

ส่วนที่ไม่น่าจะถูกต้อง  ขออนุญาตบอก  ถือเสียว่า ติเพื่อก่อ

คิดได้ยังไงจัดให้บุรุษพยาบาล
เปลี่ยนเสื้อผ้าคนไข้ผู้หญิง


ดังนั้นถ้าจะได้ชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ  ก็คงต้องปรับปรุงเสีย

แพทย์ที่ดีๆและขอเอ่ยชื่อให้คนไข้ได้รุู้จักไว้

แพทย์หญิง นิษฐา เอื้ออารีมิตร
อาจารย์ นพ. ไนยรัฐ
นายแพทย์ บูรพัฒน์  
แพทย์หญิงพชรกร  
ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ  
โรงพยาบาลพระมงกุฏ


  รองโฆษก ตร.เผยเอกสารคดี “บอส อยู่วิทยา” ยังไม่ถึงมือ ผบ.ตร.เพราะมีขั้นตอนเยอะ....
โพสต์โดย: NightOwl - 9 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า การส่งเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้ายข้ามแดนของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง ผู้ต้องหาขับรถชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555

[Image: 0b821d9b89e746698726048205f5294f_620.jpg]

ทั้งนี้ ก่อนหลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทราบเรื่องที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแปลเอกสารประกอบคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และส่งมายังกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เอกสารจึงยังไม่ถูกส่งมายัง ผบ.ตร. และก่อนที่เอกสารจะมาถึง ต้องผ่านการตรวจสอบของฝ่ายอำนวยการ ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือ พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ก่อนส่งไปยัง ผบ.ตร.และส่งให้อัยการสำนักงานต่างประเทศดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้รับทราบการแปลเอกสารสำนวนคดีของนายวรยุทธ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งให้กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการลงเลขรับหนังสือไว้เป็นที่เรียบร้อยขั้นตอนต่อไปทาง ตร.จะต้องส่งต่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

อย่างไรก็ตาม คดีนี้จะให้ง่ายที่สุดคือให้นายวรยุทธมาสู้คดีก็จบ เพราะกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนค่อนข้างจะใช้เวลาซึ่งอยากให้เป็นกรณีตัวอย่างให้ประชาชนสบายใจได้ว่ากฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองคนดีและตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค....

http://www.posttoday.com/crime/504931


  ดร.โสภณไปเป็นที่ปรึกษา ณ กรุงพนมเปญ
โพสต์โดย: sopon4 - เมื่อวานนี้, 07:50 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           ดร.โสภณ มุ่งส่งออกความรู้ด้านการสร้างแบบจำลองทางสถิติในการประเมินค่าทรัพย์สินโดยล่าสุดไปเป็นที่ปรึกษา ณ กรุงพนมเปญ
           ในระหว่างวันอาทิตย์ที่ 23 - วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2560 ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้รับเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาจัดทำการประเมินค่าทรัพย์สินที่ดิน ด้วยการสร้างแบบจำลองทางสถิติ (Computer-assisted Mass Appraisal หรือ CAMA) ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดย ดร.โสภณ ได้เดินทางไปปฏิบัติงานด้านนี้หลายครั้งแล้ว
           CAMA เป็นการประเมินค่าทรัพย์สินครั้งละหลายๆ แปลง ซึ่งอาจเป็นพัน เป็นหมื่นหรือเป็นแสนๆ แปลง ด้วยการใช้แบบจำลองทางสถิติ โดยเอาราคาตลาดเป็นตัวแปรตามหรือตัวตั้งและมีตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรที่กำหนดราคาตลาดหลายตัวแปร เช่น ขนาดที่ดิน ความกว้าง-ความลึกของแปลงที่ดิน รูปร่างของแปลง สภาพของที่ดิน การใช้ประโยชน์ ตลอดจนสภาพแวดล้อม ถนน และสาธารณูปโภคอื่น เป็นต้น ตัวแปรเหล่านี้กำหนดหรือส่งผลต่อราคาที่ดินทั้งสิ้น และมีความสัมพันธ์กันเองซึ่งจะต้อง ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแบบจำลอง
           อนึ่ง ดร.โสภณ เป็นบุคคลแรกในประเทศไทยที่สร้างแบบจำลอง CAMA นี้เมื่อปี 2533 ในการประเมินค่าที่ดินในโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาเมืองที่ซอยวัดคู้บอน ถนนรามอินทรา ก.ม.8 ในโครงการที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยในคราวนั้นสามารถประเมินให้เจ้าของที่ดินได้มั่นใจว่าราคาที่ดินก่อนและหลังการจัดรูปที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะที่ดินหลังการจัดรูปที่ดินแต่ละแปลงจะมีขนาดเล็กลงไปบ้างก็ตาม การนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ทางการเงินในการจัดรูปที่ดินนั่นเอง
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt2026.htm


  ช่วยยิ่งลักษณ์...ช่วยประเทศไทย...ช่วยชาวไร่ชาวนา..." เรายินดีติดคุกกับยิ่งลักษณ์ "
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 07:03 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ช่วยยิ่งลักษณ์...ช่วยประเทศไทย...ช่วยชาวไร่ชาวนา..." เรายินดีติดคุกกับยิ่งลักษณ์ "

Chuu
24 ก.ค. 2017

ช่วยยิ่งลักษณ์....ช่วยประเทศไทย....ช่วยชาวไร่ชาวนา....

[Image: 035a_1.jpg?itok=4N5GEPLQ]

.............." เรายินดีติดคุกร่วมกับยิ่งลักษณ์ ".........................

........ปล่อยให้ปูติดคุกคนเดียว.........ได้อย่างไร....?
ถามหัวใจชาวไร่ชาวนา...สิว่า....พร้อมจะติดคุกร่วมกับปูไหม..?

เมื่อคนรับจำนำต้องผิด.......ผู้เอาของมาจำนำก็ต้องผิดด้วย

เพราะพวกท่านเป็นคนรับเงินที่ผิดกฏหมายไปแล้ว....ใช่หรือไม่..?

เมื่อถึงวันที่จะพิพากษาคุณปู......ซึ่งมีโทษถึงขั้นติดคุกติดตะราง

จึงขอเชิญชาวไร่ชาวนาทั้งแผ่นดินเข้ามอบตัว...ยอมติดคุกร่วมกับคุณปู

ผิดก็ต้องผิดทั้งคู่...........ถูกก็ต้องถูกทั้งคู่...........แฟร์ไหมพี่น้อง

......พอกันได้แล้วกับการให้กำลังใจ.....มันไม่ได้ช่วยอะไร

ให้คุณปู.....ต้องหลุดพ้นจากพันธนาการไปได้...........

ลงมือปฏิบัติกันเลยดีกว่า.......เดินทางมาช่วยคุณปูพร้อมกันทั้งแผ่นดิน

จับปู....ต้องจับเรา.....เดินไปให้มันจับ.....จับจนกว่าคุกจะแตกไม่มีที่จะขัง

ถ้าเป็นไปได้......ก้ช่วยกันทำความสะอาดประเทศไทยไปพร้อมๆกัน

สิ้นทรราช.....สิ้นคนเลว....สิ้นวงจรอุบาท.....ไทยเป็นเอกราชชาติเจริญ

คุณปูจะได้หลุดพ้น......กลับมามีอิสรภาพ......กลับมารับจำนำข้าวกันใหม่

ติดคุกมันยังไม่ตาย...ยังมีวันออก.....เสียสละกันหนเดียวครั้งสุดท้าย

เอามันให้จบ.....กำจัดระบอบเผด็จการชาดชั่ว....ใหสิ้นซากไปพร้อมๆกัน....

มีข่าวแว่วมาว่าทั่นแม้วจะเข้ามอบตัวในวันที่จะพิภากษาน้องสาว...และจะทำตาม

สัญญาที่เคยให้ไว้กับ...ปชช......จะมีการเดินเท้าเปล่าจากเวียงจันทน์เข้าหนองคาย

พร้อมกับชาวไร่ชาวนาทั้งแผ่นดิน....เพื่อเข้ามอบตัวด้วยกัน...ตามที่มันเคยท้าทาย.

.....ถ้าทำได้.......ท่านคิดว่า......ใครมันจะจบก่อนใคร....คับท่าน.

เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว......ที่จะพิสูจน์ความจริงใจของ ปชช .ว่า

" ความกตัญญู.....ยังหลงเหลือในจิตใจ....ของท่านหรือไม่ "


  ทหารนัดเจอ 3 นักวิชาการ หลังชูป้าย“เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร”ไม่ให้เคลื่อนไหวการเมือง
โพสต์โดย: NightOwl - 07-23-2017, 03:38 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (2)

[Image: 20187632_10213563180017663_757332492_n-768x445.jpg]

วันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีส่งรูปภาพทางโซเชียลมีเดีย ที่ระบุข้อความ ว่า นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าฯเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เนื่องจากเมื่อเวลา 15.00 น. มีนักวิชาการ นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว 3 คนคือนายประจักษ์ ก้องกีรติ นางภัควดี วีระภาสพงษ์และนายชัยพงษ์ สำเนียง ได้มาชูป้ายข้อความ “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” เพื่อให้ถ่ายภาพโพสต์ลงสื่อออนไลน์ต่างๆโดยใช้สถานที่ภายในห้องประชุมสัมมนาไทยศึกษา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ โดยใช้เวลาทำกิจกรรมระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งกลุ่มนี้เคลื่อนไหวในนาม กลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองหรือ คนส. เพื่อต่อต้านทหารและการรัฐประหาร ดังนั้น ทางกกล.รส.จว.เชียงใหม่จะเชิญบุคคลทั้ง 3 มาเข้าพบเพื่อชี้แจงและขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป

[Image: 4420.jpg]


https://www.khaosod.co.th/politics/news_445709


  'โฆษกกลาโหม' คาดทหารแค่ไปขอความร่วมมือ ไม่ใช่ขู่ 'เลขาฯ การศึกษาเพื่อความเป็นไท
โพสต์โดย: NightOwl - 07-23-2017, 01:58 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

พล.ต.คงชีพ โฆษกกระทรวงกลาโหม แจงยังไม่รับทราบเรื่อง 'เลขาฯ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท' ถูกทหารขู่ถึง ร.ร. แต่คาดว่าทหารคงจะเป็นการขอความร่วมมือถึงความเหมาะสมในการเขียนแถลงการณ์ถึงผู้บริหารประเทศ

[Image: 35705256322_0ec36b3583.jpg]
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (แฟ้มภาพ)

23 ก.ค. 2560 จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา สัณหณัฐ ศรัทธาพร เลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Sanhanutta Sartthaporn' ในลักษณะสาธารณะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบมาพบเขาที่โรงเรียน สอบถามถึง 'แถลงการณ์กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ฉบับที่ 02/60' กรณีการแทรกแซงของนายกฯ ต่อระบบการศึกษา โดย สัณหณัฐ เล่าด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ให้เขาดูข้อความที่ข่มขู่เขา พร้อมขู่อีกว่า "ถ้าน้องยังไม่หยุดวิจารณ์นายพี่ พี่จะส่งชื่อน้องให้โดนอะไรพี่ก็ไม่รู้นะ" (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ล่าสุดวานนี้ (22 ก.ค.60) Voice TV รายงานว่า พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่ายังไม่รับทราบเรื่องดังกล่าว แต่เบื้องต้นคาดว่าทหารไม่น่าจะเข้าไปข่มขู่ แต่คงจะเป็นการขอความร่วมมือถึงความเหมาะสมในการเขียนแถลงการณ์ถึงผู้บริหารประเทศ ส่วนที่ระบุว่าเป็น พ.อ.บุรินทร์ ทองพระไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. นั้น เชื่อว่า ไม่น่าเป็นไปได้ แต่จะตรวจสอบเพิ่มเติม

http://prachatai.org/journal/2017/07/72522


  ใส่หน้ากาก 'ไผ่ ดาวดิน' อ่านคำประกาศอีสานใหม่
โพสต์โดย: NightOwl - 07-23-2017, 01:35 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

22 ก.ค.2560 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเสวนา "อีสานกลางกรุง แถลงผลกระทบ 3 ปีของประชาชน" ภายหลังสิ้นสุดการเสวนาประชาชนที่ร่วมงานร่วมกิจกรรมใส่หน้ากากรูปไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ที่ขอนแก่นจากข้อหาความผิดตามมาตรา 112 กรณีที่เขาแชร์พระราชประวัติร.10 จากเว็บไซต์บีบีซีไทย

[Image: 35932939952_9b47e16f57.jpg]

[Image: 36101790225_0ebcd7acdc.jpg]

"พลเมืองไทยยังไม่สิ้นหวัง เราคืออีสานใหม่ เราผุดขึ้นมาจากความแห้งแล้งของผู้ปล้นชิง เติบโตจากหยาดน้ำของความเคารพกันและกันของเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย...เราจะยืนอยู่ที่เดิมเพื่อต่อสู้กับความยุติธรรมจากรัฐบาลเผด็จการ" แถลงการณ์ระบุ..

คำประกาศอีสานใหม่ 22 กรกฎาคม 2560
855 วันมาแล้ว เมื่อนับจากวันที่ 20 มีนาคม 2558 ที่เราเดินทางมาประกาศถึงอีสานใหม่ ณ ใจกลางเมืองหลวง

สถานการณ์ดูจะแย่ลงทุกที ไม่เพียงการใช้งบประมาณของกองทัพที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากการซื้ออาวุธ กระบวนการยุติธรรมที่ฉีกทึ้งทำลายหลักการอยู่ร่วมกันในสังคม กระบวนการล้มหลักประกันสุขภาพที่เหมือนการกระชากเอาถุงยาไปจากมือผู้ป่วย ในขณะที่ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำอย่างน่าใจหาย วันคืนที่ผ่านมาดูจะกลืนกินความอยู่ดีมีสุขของประชาชนจนแห้งเหือด
สถานการณ์การรุกรานชุมชนปล้นชิงทรัพยากรก็แย่ไม่แพ้กัน การรุกคืบเข้ายึดครองทรัพยากรชุมชนในนามของโครงการพัฒนาดูจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน

การยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้โรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปรุกรานท่ีอยู่อาศัย ที่ดินทำกินและที่สาธารณประโยชน์ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

การยกเว้นโครงการพัฒนาหลายประเภทที่จัดหาผู้ประมูลได้เลยในขณะที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่ได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบ
การประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษทับที่อยู่อาศัย ทีดินทำกินและที่สาธารณประโยชน์ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

การขับไล่คนยากคนจน คนไร้ที่อยู่อาศัยและท่ีดินทำกินออกจากป่าตามนโยบายทวงคืนผืนป่าเพื่อหวงแหนพื้นที่ป่าไม้เอาไว้ให้สำหรับการสัมปทานในกิจการต่าง ๆ อาทิเช่น สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ สัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียมสัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น

การอนุญาตให้กิจการที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรมเข้ามาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและกิจการสัมปทานต่าง ๆ ในพื้นที่ ส.ป.ก. ได้ ทั้ง ๆ ที่ควรสงวนหวงห้ามหรือกันแนวเขตพื้นที่ไว้สำหรับเกษตรกรรายย่อยและคนยากคนจนที่ไร้ที่ดินทำกิน เพื่อรักษาพื้นที่่ที่เหมาะสมแก่การทำเกษตรกรรมและแหล่งผลิตอาหารเอาไว้ให้ยั่งยืนยาวนาน

การให้สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่โปแตชและเกลือหินใต้ดินจำนวนหลายแหล่ง ที่ในอนาคตจะทำให้ผืนดินอีสานเปรอะเปื้อนไปด้วยความเค็มจนไม่อาจนำมาใช้ทำการผลิตในภาคเกษตรกรรมได้อีกต่อไป รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากเกลือหินจะผุดขึ้นราวดอกเห็ดเต็มไปหมดจนเกิดการแย่งยึดท่ี่ดินและแย่งชิงน้ำอย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ในภูมิภาคอื่น ๆ ก็รุนแรงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งการใช้ที่ดินในภาคใต้ การทวงคืนผืนป่าทางภาคเหนือ ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินทำกินกับกระจุกตัวในหมู่กลุ่มทุนใหญ่ การผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วทุกภูมิภาคโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบาราและโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลาเชื่อมสองฟากฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยให้เป็นสะพานเศรษฐกิจเพื่อหวังที่จะย่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าทางทะเล

การยอมจำนนทางอธิปไตยต่ออำนาจและอิทธิพลของจีนด้วยการยอมให้จีนเข้ามาสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณอำเภอเชียงแสนและเชียงของ จังหวัดเชียงรายเพื่อเตรียมระเบิดทิ้ง เป็นการเปิดโอกาสให้เรือจากจีนขนาด 500 ตัน สามารถเดินเรือในร่องน้ำลึกได้นั้นจะทำให้จีนสามารถขยายอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจควบคุมภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ

การใช้อำนาจรัฐจัดการควบคุมคุกคามการเคลื่อนไหวเรียกร้องของพี่น้องแรงงานที่ต้องการสร้างสวัสดิการที่สากลและเป็นธรรม การปล่อยให้เกิดการวิสามัญฆาตรกรรมสามัญชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไร้ความรับผิดชอบในการปกป้องสวัสดิภาพของประชาชน ทั้งกรณี ชัยภูมิ ป่าแส ในภาคเหนือ และสามัญชนอีกมากมายในปาตานี

ต่างจากช่วงเวลาของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตรงที่เราไม่สามารถเปล่งเสียงได้อย่างเสรี ซ้ำยังมีทหารเข้ามาควบคุมดูแลสอดส่อง และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นด้วยการออกกฎหมายห้ามชุมนุมขึ้นมาบังคับใช้ ด้วยพฤติกรรมรัฐเยี่ยงนี้จึงเสมือนเป็นการยุยงส่งเสริมนายทุนให้ลำพองด้วยการฟ้องคดีกลั่นแกล้งเป็นจำนวนมากเพื่อให้ชาวบ้านหวาดกลัวซ้ำร้ายหลายพื้นที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจนทำให้ชาวบ้านถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส เลือดตกยางออกและถูกข่มขู่เพื่อหมายปองเอาชีวิต ดังเช่นกรณีการลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำที่จังหวัดเลยของชาวบ้านในนามกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน ด้วยพฤติกรรมรัฐเยี่ยงนี้จึงทำให้เสียงพร่ำร้องของชุมชนที่ถูกรุกรานแผ่วเบาจนไม่อาจเป็นที่รับรู้ของสังคมที่จะร่วมกันถกเถียงเพื่อสร้างสังคมที่ใฝ่ฝันร่วมกันได้

เราต่างตกอยู่ท่ามกลางระบอบทุนนิยมถือปืน ที่อุดปากมัดมือขืนใจไร้ปรานี โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ภายใต้ข้ออ้างถึงความสงบ ความสามัคคี และคุณธรรมหลายประการ

เราคืออีสานใหม่

เราคือประชาชนตีนดำๆ ที่ไม่อาจก้มหน้าทน จนลุกขึ้นมาขัดขืนต่ออำนาจที่เข้ามารุกราน นี่คือการต่อสู้ระหว่างผู้รุกรานกับผู้รักษามาตุภูมิ นี่คือการต่อสู้ระหว่างผู้ปล้นชิงกับคนไร้อาวุธ

เรามองเห็นการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเสรีภาพจากที่นั่นที่นี่ เป็นสัญญาณบอกกล่าวต่อกันว่าพลเมืองไทยยังไม่สิ้นหวัง เราขอส่งข่าวถึงเพื่อนทั้งหลาย ดังเช่นเมือ 855 วันก่อนว่า

“เราคืออีสานใหม่ เราผุดขึ้นมาจากความแห้งแล้งในหัวใจของผู้ปล้นชิง เติบโตจากหยาดน้ำของความเคารพกันและกันของเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย”

และเราขอประกาศว่า

นี่ไม่ใช่การร้องขอ เรามีสิทธิที่จะมีที่ดินทำกิน งานที่ยุติธรรม ที่อยู่อาศัยที่พึงมี อาหารที่เพียงพอ หลักประกันสุขภาพ สุขอนามัย การศึกษา สภาพแวดล้อมที่ดี การจัดการตนเองและชุมชน เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความยุติธรรม และสันติภาพ

เราจะยืนยันสิทธิและเสรีภาพของเราด้วยความจริงเพื่อสู้กับคำลวงและการบิดเบือน
เราจะยืนหยัดอยู่ที่เดิมเพื่อต่อต้านความอยุติธรรมจากรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.

ขอสันติจงมีแด่ทุกท่าน
ขบวนการอีสานใหม่
วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

http://prachatai.org/journal/2017/07/72520


  พระชั้นผู้ใหญ่จับมือคว่ำบาตร ผอ.พศ.-กระทบชิ่งรัฐบาล
โพสต์โดย: NightOwl - 07-23-2017, 07:29 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

พระชั้นผู้ใหญ่เปิดหน้าขับ ผอ.สำนักพุทธฯ อ้างเหตุทำศาสนาเสื่อมเสีย จับพิรุธหลังตำรวจแตะเงินทอนวัดปากน้ำ สวมบทองค์กรพระสังฆาธิการคว่ำบาตร เจ้าคุณพิพิธหัวหอกชน วัดใหญ่ในเครือเมินพงศ์พร เหมือนไร้ตัวตน หวังกระทบชิ่งไปถึงรัฐบาล พบพระชั้นเทพ-พรหม-สมเด็จ ที่ออกโรงต้านแน่นแฟ้นวัดปากน้ำ-ธรรมกาย แถมบางรูปเคยหนุนคนเสื้อแดง

[Image: 560000007718101.JPEG.webp]

หนักขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการตอบโต้การตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด ที่มีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป.เป็นทีมหลักในการเข้าไปตรวจสอบตามวัดต่างๆ และพบการทุจริตเงินงบประมาณระหว่างทางวัดกับข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในหลายวัด พร้อมทั้งขยายการตรวจสอบออกไปถึงวัดดังในกรุงเทพมหานคร

อาการไม่เห็นด้วยเริ่มมาตั้งแต่ 16 มิถุนายน 2560 ที่พระชั้นผู้ใหญ่อย่าง พระเทพปฏิภาณวาที หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นเรื่องของระบบข้าราชการไม่ใช่มาโทษพระ
ในวันเดียวกัน พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท สังกัดวัดเบญจมบพิตร ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ในข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง หลังจากได้รับหนังสือเตือนเนื่องจากพระมหาอภิชาติ ออกมาตอบโต้สื่อของศาสนาอื่น

จากนั้น วัดพระธรรมกาย ออกโรงตอบโต้ พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า สำนักพุทธฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบบัญชีวัดทั่วประเทศ และมีแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ขององค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทยประกาศจะไม่รับเงินอุดหนุนใดๆ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อ 20 มิถุนายน 2560

รุกรอบ 2 ขอเปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธฯ

ทิ้งระยะเวลาไม่นานนัก เจ้าคุณพิพิธ ก็ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อ 10 กรกฎาคม 2560 โดยกล่าวตำหนิการทำงานของผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ จนกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพระสังฆาธิการ กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ตามมาด้วยแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ขององค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย เมื่อ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื้อหาไม่แตกต่างไปจากคำสัมภาษณ์ของเจ้าคุณพิพิธ ครั้งนี้ตำหนิไปที่การทำงานของพงศ์พร พราหม์เสน่ห์ โดยตรง และเพิ่มการตอบโต้เข้มข้นขึ้นถึงขั้นเสนอให้มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนนี้

องค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทยจึงแถลงการณ์มาเพื่อให้วัดทุกวัด และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญทุกแห่ง ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศจะขึ้นป้ายไม่ขอรับเงินอุดหนุนใดๆ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ พศ. หรือผู้นำ พศ.แสดงความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชิงประจักษ์เสียก่อน โดยไม่กระทำเพียงหวังสร้างเครดิตให้ตนเองเท่านั้น

[Image: 560000007718102.JPEG]
พิธีสวดถวายพระราชกุศล ณ วัดเทพศิรินทราวาส 13 กรกฎาคม 2560(ภาพจาก alittlebuddha.com)

ไม่สังฆกรรมสำนักพุทธฯ

ปฏิบัติการตอบโต้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจากวัดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร วัดเหล่านี้มีพระผู้ใหญ่เป็นกรรมการในมหาเถรสมาคม อย่างที่วัดเทพศิรินทร์ ในงานพิธีสวดถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ 13 กรกฎาคม 2560 ผอ.สำนักพุทธฯ ไปร่วมพิธีด้วย แต่ไม่มีการเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในพิธี วัดดังกล่าว มีสมเด็จพระธีรญาณมุนี เป็นเจ้าอาวาส

นอกจากนี้ยังมีการออกใบปลิวโจมตี ผอ.สำนักพุทธฯ หรือพระพรหมดิลก เจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ก็ออกมาตำหนิการทำงานของ ผอ.สำนักพุทธฯ เช่นกัน

จนทำให้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต้องหารือกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ถึงเรื่องการทำงานต้องใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุมในการทำงานกับคนหมู่มาก แต่ยังให้ ผอ.พศ.ทำงานต่อไป เพราะทำงานตามกฎหมาย เช่นเดียวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยังชื่นชมการทำงานของ ผอ.สำนักพุทธฯ

จัดหนักหลังเริ่มแตะวัดปากน้ำ

ลองไล่วันเวลาดูดีๆ ก็จะเห็นว่า เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร หลังจากที่มีรายชื่อ 12 วัดถูกเปิดเผยออกมาว่า พบทุจริตเงินทอน ช่วงเดือนมิถุนายนทางตำรวจ ปปป.ได้เข้าตรวจวัดใหญ่ในกรุงเทพมหานครหลายแห่ง จนนำมาซึ่งความสงสัยในวัดบำเพ็ญเหนือ และวัดราชสิทธาราม

หนึ่งในวัดที่ทางตำรวจขอเข้าตรวจสอบนั้นมีวัดปากน้ำรวมอยู่ด้วย แต่มีการขอเลื่อนนัดเจ้าหน้าที่มาเป็นวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 และก็มีการขอเลื่อนนัดอีกครั้งอย่างไม่มีกำหนด อีกทั้งนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้ายน.ส.ประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าไปสังกัดคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เมื่อ 11 กรกฎาคม หลังจากนั้นก็มี เจ้าคุณพิพิธและองค์กรพระสังฆาธิการออกมาเคลื่อนไหวอีกรอบ

เมื่อมีการตรวจสอบองค์กรพระสังฆาธิการ ไม่พบว่ามีพระรูปใดเป็นแกนนำ หรือมีสมาชิกเป็นท่านใดบ้าง และองค์กรดังกล่าวก็ไม่มีอยู่ในวงการของพระสงฆ์ แต่ที่น่าแปลกใจนั่นคือ คำให้สัมภาษณ์ของเจ้าคุณพิพิธ ตรงกับเนื้อหาส่วนใหญ่ในแถลงการณ์ฉบับที่ 2

นอกเหนือจากการไม่ขอรับเงินสนับสนุนจากสำนักพุทธฯ แล้ว ท่านเจ้าคุณยังกล่าวว่า ทางคณะสงฆ์ไม่หยุดแค่นั้น มีการรวมตัว และเห็นว่าต่อไปกิจกรรมใดก็ตามที่ทางคณะสงฆ์จัดขึ้นจะไม่เชิญผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เข้าร่วมอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ไม่มีเรื่องของการตัดสำนักพุทธฯ ออกจากกิจกรรมของวัด แต่ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์ที่หลายวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ ไม่เชิญผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เข้าร่วมพิธี แม้ตัวผู้อำนวยการฯ จะเดินทางไปในงานกิจกรรมของวัด เช่น วัดเทพศิรินทร์ ก่อนหน้านี้ก็มีอีกหลายวัดที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันก็ปฏิบัติเช่นนี้กับ ผอ.สำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นวัดใหญ่ทั้งสิ้น

[Image: 560000007718103.JPEG]

ผอ.สำนักพุทธฯ แค่เป้ารอง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำงานสนองงานของมหาเถรสมาคมเป็นหลัก จึงไม่เกิดความขัดแย้งกับพระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม แต่ในรัฐบาลนี้ได้เปลี่ยนตัวผู้อำนวยการด้วยมาตรา 44 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อมีการตรวจสอบเรื่องเงินทอนตามวัดต่างๆ ทำให้กระทบต่อพระหลายรูป

แหล่งข่าวจากวงการพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ถ้าวัดใดไม่เกี่ยวข้องต่อการทุจริตดังกล่าวก็ไม่น่าจะต้องเดือดร้อน เพราะการสร้างความโปร่งใสถือเป็นเรื่องที่ดี ที่สำคัญการตรวจสอบในเรื่องเงินทอนวัดนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ไม่ใช่สำนักพุทธฯ แต่พระชั้นผู้ใหญ่กลับพุ่งเป้าถล่มที่ตัว ผอ.สำนักพุทธฯ

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการทำงานของ พันตำรวจโทพงศ์พร พราหม์เสน่ห์ ในยุคที่ทำงานให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลายคดีเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง รวมทั้งคดีรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงที่มีการตรวจสอบวัดพระธรรมกาย จากกรณีร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรจากการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

นี่จึงเป็นอีกปมหนึ่งที่พระในสายของวัดปากน้ำ และวัดพระธรรมกาย เฝ้าจับตามองการทำงานของ ผอ.สำนักพุทธฯ คนนี้เป็นพิเศษ ดังนั้น ปฏิบัติการกดดันจึงรุกคืบถึงขั้นเสนอให้มีการเปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธฯ

“จริงๆ แล้วเขาอยากให้ไปถึงเปลี่ยนรัฐบาล ผอ.สำนักพุทธฯ เป็นแค่ด่านหน้าที่ยกขึ้นมาอ้างเท่านั้น หากรัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของพระสังฆาธิการจริง ก็เท่ากับลดความศักดิ์สิทธิ์ของมาตรา 44 ลง ซึ่งวัดพระธรรมกาย ทำสำเร็จมาแล้วที่ไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้”

[Image: 560000007718104.JPEG]
พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหาร(ภาพจาก kalyanamitra.org)

ปากน้ำ-ธรรมกาย-เสื้อแดง

วันนี้ถือว่าพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปเปิดหน้าเปิดตัวกันออกมาแล้วว่าอยู่ภายใต้ปีกใด จากเดิมที่ค่อนข้างคลุมเครือไม่ชัดเจนกับบทบาท และท่าทีของท่าน เจ้าคุณพิพิธ อยู่ในสายที่สนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช และยังเคยทักท้วงการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

พระพรหมดิลก เจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เป็นพระผู้ใหญ่ มีตำแหน่งในมหาเถรสมาคมอีกรูปที่ออกมาตำหนิการทำงานของ ผอ.สำนักพุทธฯ ถูกหลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุว่า เป็นผู้ที่สนับสนุนคนเสื้อแดง และชื่นชมยกย่องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทร์ ที่ไม่เชิญ ผอ.สำนักพุทธฯ เข้าร่วมในพิธีกรรมของทางวัด และพบใบปลิวโจมตีการทำงานของสำนักพุทธฯ

และยังมีอีกหลายวัดใหญ่ที่เจ้าอาวาสมีตำแหน่งในมหาเถรสมาคม และอยู่ในสายสัมพันธ์เดียวกับวัดที่กล่าวถึงมาข้างต้น รวมไปถึงองค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย ที่แถลงการณ์ที่ออกมานั้นไม่แตกต่างไปจากคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์

เมื่อย้อนกลับไปในช่วงที่วัดพระธรรมกายเกิดวิกฤตก็พบว่า มีเครือข่ายพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทยออกมาแสดงจุดยืนปกป้องวัดพระธรรมกาย ด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าพระชั้นผู้ใหญ่ที่เปิดหน้าเคลื่อนไหวในครั้งนี้ มักมีความสัมพันธ์กับวัดปากน้ำ ที่ท่านเจ้าอาวาสเคยประกาศเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดพระธรรมกาย เมื่อวัดใดวัดหนึ่งประสบเหตุ เครือข่ายพระชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ต่างออกมาช่วยกันเพื่อระงับเหตุ ไม่เพียงแค่เรื่องระหว่างวัดกับวัดเท่านั้น แต่ยังพบเห็นเรื่องพระชั้นผู้ใหญ่กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่โยงไปยังพรรคการเมืองบางพรรคได้

https://m.manager.co.th/SpecialScoop/det...0000074397


  อาจารย์นักกฎหมายงง”ศาลฎีกาฯจมีอำนาจอะไรที่จะไปวินิจฉัยไม่ส่งประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ
โพสต์โดย: NightOwl - 07-23-2017, 05:19 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

อาจารย์นักกฎหมายงง...”ศาลฎีกาฯจมีอำนาจอะไรที่จะไปวินิจฉัยไม่ส่งประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ”

ศาลฎีกาฯวินิจฉัยแบบนี้ได้อย่างไร งงมาก ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องเลย...

นี่ถ้าเอาเรื่องนี้ไปออกข้อสอบเนติบัณฑิต วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ยุ่งตายเลยครับ...

เชิญอ่านครับ :

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ยอมส่งประเด็นที่จำเลยโต้แย้งว่า

กฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีขัดรัฐธรรมนูญ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตามช่องทาง มาตรา 212 โดยตามข่าวนี้ ศาลเห็นว่าให้โอกาสคู่ความทุกฝ่ายเต็มที่ในการนำพยานบุคคลไต่สวนแล้วตามหลักเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

[Image: %E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%...24x683.jpg]

ศาลฎีกาฯวินิจฉัยแบบนี้ได้อย่างไร งงมาก ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องเลย

การตรวจสอบกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญแบบรูปธรรม หรือ concrete control ในประเทศไทย ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ต่อเนื่องมา 2560 เราใช้ระบบบังคับส่ง

หมายความว่า เมื่อคู่ความโต้แย้งมา ศาลแห่งคดีต้องส่งประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเสมอ เพราะ มาตรา 212 ไม่มีส่วนที่ให้ศาลแห่งคดีใช้ดุลยพินิจไม่ส่งได้

เงื่อนไขเบื้องต้นของ 212 มีเพียงต้องเป็นประเด็นเรื่องกฎหมายที่จะใช้แก่คดีนั้นขัดรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีคำวินิจฉัยในประเด็นนี้

ซึ่งกรณีที่เราพูดถึงอยู่นี้ เป็นกรณีที่โต้แย้งว่า มาตรา 5 ของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ขัดรัฐธรรมนูญ และแน่นอนว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยวินิจฉัยมาก่อน เพราะ รัฐธรรมนูญ 2560 พึ่งประกาศใช้เอง

ดังนั้น ศาลฎีกาฯจึงไม่มีอำนาจใดๆที่จะไปวินิจฉัยไม่ส่งประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนถ้ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องพิจารณา หรือสุดท้ายกฎหมายที่โต้แย้งมาไม่ขัด รธน นั่นเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญครับ ไม่ใช่ศาลฎีกาฯ
จำเลยไม่ได้โต้แย้งการใช้อำนาจของศาลว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่จำเลยเขาโต้แย้งว่ากฎหมายที่ใช้กับคดีขัดรัฐธรรมนูญ แล้วศาลฎีกาฯไปบอกว่าตนเองให้โอกาสคู่ความเต็มที่แล้ว ทำไม??? คนละเรื่องเลยครับ

นี่ถ้าเอาเรื่องนี้ไปออกข้อสอบเนติบัณฑิต วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ยุ่งตายเลยครับ

Piyabutr Saengkanokkul

July 21,2017

https://www.facebook.com/piyabutr2475/po...nref=story


  สนธิสัญญาคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนของ ยุโรป, ปี ค.ศ. 1994 คืออะไร?
โพสต์โดย: NightOwl - 07-22-2017, 04:17 PM - หัวข้อ: กฎหมายนานาชาติที่ควรรู้ - ไม่มีการตอบ

ครอบคลุมกิจกรรม ใดบ้าง?

อยากจะรู้เชิญอ่านครับ :

บทบัญญัติที่ ๖ หรือ Article 6 ของ ECHR, 1994 หรือ The European Convention on Human Rights, 1994 หรือ สนธิสัญญาคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนของ ยุโรป, ปี ค.ศ. 1994 คืออะไร? ครอบคลุมกิจกรรม ใดบ้าง?

ขัด หรือ แย้ง ต่อ The Tentative Drafted Articles on the Responsibility of a State for Internationally Wrongful Acts, 2001 หรือ ร่าง กฏเกณฑ์ในเรื่อง ความรับผิดชอบของ รัฐใดๆ ต่อการละเมิด ต่อ บทกฎหมายระหว่างประเทศ ในระดับนานา ชาติ ปี ค.ศ. 2001

บทบัญญัติ ที่ 1, 2, และ 3 หรือ Articles 1 – 3 เป็นเรื่อง ที่คนไทย ที่เป็นคนส่วนใหญ่ จะต้อง ระแวดระวัง และ ให้ ความสนใจ เป็น พิเศษ!!!!!!!!!!!!!!!!!

๑. ก่อนอื่นคนไทยทุกๆท่าน ต้องหันมาพิจารณาบทบัญญัติที่ ๖ ของสนธิสัญญาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของ ยุโรป, ปี ค.ศ. 1994 หรือ ECHR, 1994 หรือ The European Convention on Human Rights, 1994 ที่เป็นสนธิสัญญา ที่ก่อตั้งศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป หรือ The European Human Rights Court, EHRCt และ

๒. ได้มีการก่อตั้ง “คณะกรรมาธิการ เพื่อสิทธิมนุษยชนของ ยุโรป” หรือ “The European Human Rights Commissioners” เพื่อดำเนินการ ในเรื่อง ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในสหภาพยุโรป และ ในที่อื่นๆ ที่สหภาพยุโรป ไปประกาศ เป็น “สังคมประชาคมเศรษฐกิจหนึ่งเดียวกัน” เช่น “สังคมประชาคมเศรษฐกิจ อาเซี่ยน” (The Asean Community)

๓. บทบัญญัติที่ ๖ หรือ Article 6 of the ECHR, 1994 หรือ The European Con - vention on Human Rights, 1994 หรือ สนธิสัญญาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของ ยุโรป, ปี ค.ศ. 1994 ได้บัญญัติความไว้ดังนี้:

Article 6 reads as follows:

1. In the determination of his civil rights and obligations or of any criminal charge against him, everyone is entitled to a fair and public hearing within a reasonable time by an independent and impartial tribunal established by law. Judgment shall be pronounced publicly but the press and public may be excluded from all or part of the trial in the interest of morals, public order or national security in a democratic society, where the interests of juveniles or the protection of the private life of the parties so require, or the extent strictly necessary in the opinion of the court in special circumstances where publicity would prejudice the interests of justice.

2. Everyone charged with a criminal offence shall be presumed innocent until proved guilty according to law.

3. Everyone charged with a criminal offence has the following minimum rights:


(a) to be informed promptly, in a language which he understands and in detail, of the nature and cause of the accusation against him;

(b) to have adequate time and the facilities for the preparation of his defence;

© to defend himself in person or through legal assistance of his own choosing or, if he has not sufficient means to pay for legal assistance, to be given it free when the interests of justice so require;

(d) to examine or have examined witnesses against him and to obtain the attendance and examination of witnesses on his behalf under the same conditions as witnesses against him;

(e) to have the free assistance of an interpreter if he cannot understand or speak the language used in court.

๔. เมื่อถอดความ เป็น ภาษาไทย ได้ ความในภาษาไทย ดังต่อไปนี้:

“๑. ในการพิจารณาตีความของ สิทธิในทางแพ่ง และ พันธะ หรือ หนี้ หรือ ในเรื่องข้อหากล่าวหา ในทางอาญา ที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อ ตน, บุคคลทุกๆคน มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิในการพิจารณาคดี ที่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และ ที่เป็น การพิจารณาโดยสาธารณะภายในกำหนดเวลา ที่เป็นเหตุ เป็นผล โดยองค์คณะ ผู้ชี้ขาดตัดสิน ในปัญหาข้อ ขัดแย้ง (ศาล) ที่เป็นอิสระ และ เป็นกลาง ปราศจากอคติ ที่มีกฎหมาย รองรับในการมี และการใช้อำนาจ ดังกล่าว. คำชี้ขาดตัดสิน ในปัญหาข้อขัดแย้ง ดังกล่าว จะต้องมีการประกาศในทางสาธารณะ แต่ สื่อมวลชน และ สาธารณชน อาจถูก กันออกไปจาก การดำเนินคดีทั้งหมด หรือ บางส่วนของคดี ที่กำลัง ดำเนิน กระบวนพิจารณาอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งศีลธรรม, ความสงบเรียบร้อย หรือ ความมั่นคงของ ชาติ ในระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตย, ในกรณีเพื่อประโยชน์แก่ผู้เยาว์ หรือ เพื่อป้องกันชีวิต ความเป็นอยู่ ส่วนบุคคล ของคู่กรณี ที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไข, หรือในกรณีที่มีความจำเป็น โดยเคร่งครัด เพราะ เหตุจำเป็น ตามความเห็นของศาลในสถานการณ์พิเศษ ในกรณีที่สาธารณชน อาจมีอคติ ต่อ ประโยชน์แห่งความยุติธรรม.

๒. บุคคลทุกๆคน ที่ได้ถูกกล่าวหา ด้วยข้อหา หรือ ฐานความผิดในทางอาญา จะต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็น ผู้บริสุทธิ์ จนกว่า จะมี การพิสูจน์ตามกฎหมาย จนเสร็จสิ้นว่า เป็น ผู้กระทำความผิด

๓. บุคคลทุกๆคน ที่ต้องหา ในข้อกล่าวหา หรือ ฐานความผิด ในทางอาญา มีสิทธิในขั้นพื้นฐานเป็นขีดจำกัดอย่างน้อยใน:

(ก) จะได้รับ การแจ้ง ในข้อกล่าวหา โดยพลัน ในภาษา ที่เขา เข้าใจในความหมายได้ และ ในรายละเอียด, ถึงธรรมชาติ และ สาเหตุของ ข้อกล่าวหา เช่นที่ว่านั้น ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง.

(ข) จะได้รับความสะดวก และ เวลาที่พอเพียง ในการเตรียมตัว ในข้อหา ที่ถูกกล่าวหา.
(ค) เพื่อป้องกันตัวของ เขาเอง ในส่วนตน หรือ โดยผ่านการได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ด้วยการตัดสินใจเลือกของ ตัวเขาเอง หรือ, ถ้าเขา มีทุนทรัพย์ ที่เพียงพอในการที่จะจ่าย เพื่อ ที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายเช่นนั้น, หรือได้รับความช่วย เหลือที่ว่านั้น ฟรี เมื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ได้กำหนด การดังกล่าว เป็น เงื่อน ไข เอาไว้.

(ง) เพื่อซักค้านพยาน หรือ ถูกซักค้าน ในฐานะ ที่เป็นพยาน ที่เป็นปรปักษ์ ต่อ ตนเอง และ เพื่อได้รับสิทธิ ที่จะมีตัวตนอยู่ ในห้องพิจารณาคดี ในศาล และ เพื่อทำการซักค้าน และ ถูกซักค้าน ในฐานะ ที่เป็นพยาน ภายใต้เงื่อนไข ที่เป็นอย่างเดียวกันว่า พยานเช่นที่ว่านั้น เป็น ปฏิปักษ์ ต่อ ตนเอง.


(จ) ที่จะได้รับ ความช่วยเหลือ โดย มี ล่ามแปล โดยปราศจาก การจ่ายค่า ตอบแทน ใดๆ เมื่อตนเอง ไม่เข้าใจ หรือ พูดภาษา ที่เขา ใช้กันไม่ได้ ในศาล.”

๕. เมื่อบทบัญญัติที่ ๖ หรือ Article 6 ของ สนธิสัญญา ECHR,1994 หรือ the European Convention on Human Rights, 1994 หรือ สนธิสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองต่อ สิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1994 ที่มีผลบังคับทั่วไป ในสหภาพยุโรป ปี ค.ศ. 1998

๖. รวมทั้ง ให้มีผลบังคับ ในสถานที่ หรือ ดินแดน อื่นๆ [in the other territories] ที่บรรดากฎหมาย ที่ประกาศใช้อยู่ ในสหภาพยุโรป หรือ EU ที่สามารถเอื้อมไป ถึง ภายใต้หลักการ “ประชาคมเศรษฐกิจเดียวกัน” หรือ “the same Single Market”

๗. อาทิเช่น ASEAN or AEC หรือ องค์การประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน ที่ถูกประกาศ ควบรวมในปี ค.ศ. 1995 และ อยู่ภายใต้ คำประกาศ PROCEDURE, 15 January 2015 ที่ส่งผลให้ บรรดากฎหมายของ สหภาพยุโรป หรือ EU ในจำนวน -๑๐๘,๐๐๐- ฉบับ มีผลบังคับเหนือ ASEAN หรือ AEC หรือ องค์การประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน ตามหลักการ “Aquis Communautaire”

๘. นี่คือ การบ้าน ที่เป็นข้อคิดคำนึงของ ประชาชน คนไทย ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จะต้อง นำไปขบคิด เป็น เรื่องหลักในอนาคต อันใกล้ และ จะพาให้ประชาชนในประเทศนี้ ที่เป็น “ผู้ทุกข์ยาก” เพราะ ระบอบการปกครองภายใน ประเทศ ที่ได้สร้างปัญหา ในทางการเมือง การปกครอง และ ในทางเศรษฐกิจ และสังคม ได้รับ หรือ กำลังได้รับ อยู่ จะหลุดพ้น ออกไป เป็น “เสรีชน” หรือ “Free men, Free will” ทั่วทั้งประเทศ

นี่คือ บริบทของ การที่ต้องนำ “กฏเกณฑ์อันว่าด้วย ความรับผิดชอบของ รัฐ ในกรณีที่มีการละเมิด ต่อ บทกฎหมายระหว่างประเทศ ในระดับนานาชาติ ปี ค.ศ. 2001 หรือ The Tentative Draft Articles on the Responsibility of a State for internationally Wrongful Acts, 2001 เข้ามา ใช้ร่วม บังคับ เพื่อความผาสุกของ ลูกหลานไทยในอนาคต.

............................... (มีต่อ)

‎Thanaboon Chiranuvat‎

July 22, 2017



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.