ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

อีเมล:
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 762
» สมาชิกล่าสุด: dhjicgto
» กระทู้: 5,881
» โพสต์: 9,057

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
ประกาศขายที่ดิน อยู่ในเขต...
หัวข้อ: ประกาศขายบ้านและที่ดิน
08-17-2018, 10:17 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 379
อ้าว !...โอยยยย...สะใจครั...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-17-2018, 07:53 AM
» ตอบกลับ: 6   » อ่าน: 1,414
กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-17-2018, 04:00 AM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 516
อย่าเพิ่งหลงลม..จากข่าวที...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-12-2018, 12:18 PM
» ตอบกลับ: 3   » อ่าน: 918
ถ้าทำอย่างนี้ขอเชียร์ ! :...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-10-2018, 12:12 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 408
อยากเสี่ยงโชคถูกหวยล็อตโต...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-10-2018, 03:40 AM
» ตอบกลับ: 5   » อ่าน: 697
ประชาชนรุกป่าศาลจับขังปรั...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-09-2018, 04:32 PM
» ตอบกลับ: 4   » อ่าน: 246
รัฐบาลก็พึ่งไม่ได้..ศาลก็...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-08-2018, 07:32 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 177
เครือข่ายฯขอคืนพื้นที่ป่า...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-08-2018, 05:15 AM
» ตอบกลับ: 3   » อ่าน: 1,091
ป่าแหว่งเป็นอีกความอัปยศท...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-07-2018, 05:19 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 459

 
  ประกาศขายที่ดิน อยู่ในเขตต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่..
โพสต์โดย: admin - 08-17-2018, 10:17 AM - หัวข้อ: ประกาศขายบ้านและที่ดิน - ไม่มีการตอบ

ประกาศขายที่ดิน อยู่ในเขตต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่


ที่ดินมีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งานกับ 77 ตารางวา

มีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้าน 1 หลัง

[Image: e8Pg8p2.jpg]

[Image: 5z0xtp4.jpg]

[Image: 1mhPOtw.jpg]

[Image: 2QIUOcm.jpg]

[Image: PEMkcUB.jpg]

สนใจติดต่อได้ที่ 088-512-5522


  กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ ท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ก็ได้ทำหน้าที่ของท่านแล้ว..
โพสต์โดย: admin - 08-17-2018, 03:54 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (2)

กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ ท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ก็ได้ทำหน้าที่ของท่านแล้ว..ขั้นต่อไปคือรัฐบาลจะว่าอย่างไร...


คือท่านผู้ว่าฯ ได้จัดการประชุม สรุปผลลงมติของคณะกรรมการแล้วส่งต่อไปให้รัฐบาลตามข่าว..

ส่วนรัฐบาลจะจัดการอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง..จะบิด..จะเบี้ยว..จะยื้อ..ยังไงก็ต้องติดตาม....

ในเวลาเดียวกันหมู่เฮาชาวเหนือที่รักและหวงแหนป่าดอยสุเทพของเราก็จะไม่หยุดการแสดงการต่อต้านไม่ว่าจะทางสัญลักษณ์หรือทางสื่อใดๆจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนในการที่จะที่จะรื้อบ้านจำนวน 45 หลังและอาคารชุด อีก 9 หลังที่รุกผืนป่าออกในกรอบเวลาที่ชัดเจน...

พร้อมกันนี้ก็จะขอสาปแช่งอีกครั้งว่า “มันผู้ใดที่ไปบุกรุกแผ้วถางป่าดอยสุเทพ ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือการไปมีสิ่งปลุกสร้างใดๆเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ขอให้มันผู้นั้นจงมีอันเป็นไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ขออย่าได้มีความสุขในการดำรงชีวิตขอให้เจ็บป่วยไข้ตายด้วย...

สาธุ !
 

เชิญอ่านข่าวครับ :

มติกรรมการบ้านพักตุลาการให้รื้อ บ้านป่าแหว่ง 45 หลัง เร่งฟื้นฟูคืนพื้นที่ป่า

วันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการ เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ตัวแทนตำรวจภูธรภาค.5 มทบ.33 ตัวแทนจากสำนักงานอัยการ กรมธนารักษ์ ตัวแทนสำนักบริหารพื้นที่ 16 ในส่วนตัวแทนเครือข่ายขอคืนผืนป่าเชิงดอยสุเทพ ที่เข้าประชุม ประกอบด้วย นายบัณรส บัวคลี่ นายชัชวาล ทองดีเลิศ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ

[Image: 9990010100.jpg]

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ จากการหารือกับตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนในวันนี้ เห็นควรที่จะรื้อบ้านจำนวน 45 หลังออก ส่วนอาคารชุด 9 หลัง ก็เห็นควรให้รื้อออกเช่นกัน แต่สามารถอยู่ได้เท่าที่จำเป็น โดยจะต้องรื้อบ้าน 45 หลังก่อน จากนั้นจะส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์เพื่อปรับปรุงผืนป่าต่อไป จากนี้จะใช้เวลา 2-3 วัน ในการปรับแก้ความเห็นบางอย่างให้ชัดเจน ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่ของรัฐบาลต่อไป

[img=1x1]file:///C:\Users\Com\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image001.gif[/img]

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนผืนป่าเชิงดอยสุเทพ กล่าวว่า ผลการหารืออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยจะให้รื้ออาคาร 45 หลัง ออกเร่งด่วน ส่วน อาคารชุด 9 หลัง นั้น ก็เห็นชอบให้รื้อออกเช่นกัน แต่หากมีความจำเป็นก็ให้อยู่ได้ในเวลาที่จำกัด อย่างไรก็ตามในวันที่ 26 ส.ค. นี้ ทางเครือข่ายยืนยันจะชุมนุมที่ประตูท่าแพเช่นเดิม เพื่อรอฟังความชัดเจนจากรัฐบาล



ที่มา :
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1453018


  อย่าเพิ่งหลงลม..จากข่าวที่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะย้ายไปเชียงราย...
โพสต์โดย: admin - 08-12-2018, 02:42 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (3)

อย่าเพิ่งหลงลม..จากข่าวที่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะย้ายไปเชียงราย...


สื่อหลักต่างลงข่าวพาดหัวเรื่องป่าแหว่งว่า “ย้ายแล้ว”....ย้ายห่า(ขออภัย)ที่ไหน...

เงื่อนไขมันมีอยู่ว่า “การย้ายบุคคลที่พักอาศัยได้นั้นต้องรอที่ทำการเเละบ้านพักในที่ใหม่ดังกล่าวสร้างเสร็จสิ้นเสียก่อน

แต่ไม่ได้กำหนดในกรอบเวลาชัดเจนว่า...” When ?

“ หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “สร้างมา 5 ปีแล้วยังไม่เสร็จสมบูรณ์..ต่อสัญญาต่อแล้วต่ออีก..

แล้วถ้าจะรอเงื่อนไขอย่างว่า...จะต้องรออีกกี่ปี ?

อย่ามาหลอกยื้อกันให้โง่เลย...

ความจริงตึกที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้นก็ดีแล้ว..ไม่เห็นจะต้องย้ายที่ทำการไปที่ไหนให้ลำบากลำบน แถมยังมีอาคารยูนิตอีก 4 หลังซึ่งอยู่ในเขตไม่ใช่พื้นที่ป่า สามารถให้ข้าราชการตุลาการเข้าพักอาศัยได้...

เพียงแต่พื้นที่ในส่วนที่แหว่งขึ้นไปบนดอยอย่างน่าเกลียดเท่านั้น..ที่เราต้องการให้รื้อ....

แล้วไปหาที่สร้างใหม่...จะแนะให้ก็ได้.....

เท่าที่ผมเห็นและทราบ..ที่ดินตรงหลังศาลากลางที่เป็นที่ว่างเขาใช้จัดงานฤดูหนาวอะไรนั่นที่ก็กว้างใหญ่มาก...สร้างหมู่บ้านจัดสรรยังได้เลย..แถมยังมองเห็นวิวดอยสุเทพชัดเจน...

หรือไม่ก็ไปสร้างในที่ๆทหารให้ “ไอ้โหรวอกวารินทร์ “ สร้างสำนักอยู่ เนื้อที่ก็ว่างมากโขอยู่..

อยู่ติดๆกันกับที่ทำการศาลอุทธรณ์นั่นเลย ผู้พิพากษาปั่นจักรยานไปทำงานยังได้เลย..ไม่ต้องมาอ้างว่าเดินทางไกลทำงานไม่สะดวก...

ผมมีความเชื่อมั่นในคุณธีรศักดิ์ รูปสุวรรณผู้ประสานงานของเครือข่ายฯว่าจะนำพาพวกเราให้เอาป่าดอยสุเทพของเราคืนมาได้...เพียงแต่ยึดมั่นในอุดมการณ์ความต้องการตามที่ได้ประกาศไว้ไม่ต้องไปเจรจาอะไรอีก...แค่นี้..ก็จะมีผู้สนับสนุนอย่างล้นหลาม..

อย่าลืมเรื่องพิธีกรรมสาปแช่งโดยใช้ดินจาก 7 ป่าช้านั่นก็แล้วกัน..
เพราะมันเป็นสิ่งที่ “ ต้องทำ “ และทำการรณรงค์ต่อต้านอย่างต่อเนื่อง

เชิญอ่านข่าวครับ :

 ย้ายแล้ว! มติ ก.บ.ศ.ให้ใช้ที่เชียงรายสร้างบ้านพักศาล แทนริม ดอยสุเทพ

ที่ประชุม ก.บ.ศ. มีมติเห็นชอบให้สำนักงานศาลยุติธรรม ขอใช้ที่ดินศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สร้างที่ทำการ-ที่พักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เเทนพื้นที่ริม ดอยสุเทพ เผย เป็นการย้ายมาทั้งหมดทั้งที่ทำการเเละที่พักอาศัย

[Image: 11-%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%...%B8%A5.jpg]

[b]ดอยสุเทพ / เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายสราวุธ เบญจกุลเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9-10 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมสัญจร (กบศ.) ที่โรงแรม เดอะ ริเวอรร์ บาย กะตะธานี จังหวัดเชียงราย ที่ประชุมก.บ.ศ.สัญจร มีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมทำความตกลงขอใช้ที่ดินจากกรมวิชาการเกษตร บริเวณศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย และดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป[/b]


นายสราวุธ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย เพื่อดูพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จนวันที่ 10 ส.ค.จึงได้มีการนำเสนอสถานที่ดังกล่าวให้ที่ประชุมก.บ.ศ.พิจารณาเห็นชอบสถานที่ดังกล่าว โดยสถานที่ดังกล่าวหากได้รับการจัดสรรงบประมาณเเละก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จนเเล้วเสร็จก็จะย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จากที่ริมดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ มายังพื้นที่ใหม่นี้ เป็นการย้ายมาทั้งหมดทั้งที่ทำการเเละที่พักอาศัย

 

 

·        อ่านข่าว : บ้านพักริมดอยฯ ส่อขัด รธน.หลายมาตรา สร้างโดยไม่ฟังความเห็นประชาชน!



·        อ่านข่าว : ‘วิษณุตอบแล้ว! ทุบบ้านพักศาลเชิงดอยฯไม่ได้ ผิดกฏหมาย ใช้งบไปตั้งพันล้าน!



·        อ่านข่าว : บ้านพักตุลาการ ยังไม่มีคนอยู่ ที่เห็นมีแสงสี แค่ทดสอบระบบไฟ



·        อ่านข่าว : ‘ไม่กล้าอยู่!เผย ผู้พิพากษาจำนวนมาก ไม่ขออยู่บ้านพักศาลริมดอยฯ!



เมื่อถามว่า หากย้ายมาเเล้วพื้นที่เดิมที่มีการส่งมอบตามสัญญาเเล้วใน จ.เชียงใหม่ ก็ต้องคืนใช่หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า เรื่องการคืนพื้นที่ต้องประสานงานรัฐบาลว่าจะต้องทำอย่างไร เเต่ทาง ก.บ.ศ.ได้มีมติว่าจะใช้ที่ดินที่จ.เชียงราย เพื่อทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 รวมถึงที่พักอาศัยด้วย



นายสราวุธ กล่าวต่อว่า โดยการย้ายบุคคลที่พักอาศัยได้นั้นต้องรอที่ทำการเเละบ้านพักในที่ใหม่ดังกล่าวสร้างเสร็จสิ้นเสียก่อน นอกจากนี้ที่ประชุม ก.บ.ศ.มีมติเห็นชอบให้เปิดทําการศาลแขวงเชียงรายในวันที่ 1 เม.ย. 2562 โดยใช้อาคารที่ทําการ อ.เมืองเชียงราย หลังเก่าที่ไม่ได้ใช้การเเล้ว

 
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1433816


  อ้าว !...โอยยยย...สะใจครับ....สะใจ!...ฤาเทพยดาที่ปกปักรักษาป่าแหว่ง..จะแผลงฤทธิ์..
โพสต์โดย: admin - 08-11-2018, 03:14 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (6)

อ้าว !...โอยยยย...สะใจครับ....สะใจ!...ฤาเทพยดาที่ปกปักรักษาป่าแหว่ง..จะแผลงฤทธิ์
จากข่าวพาดหัวนี้...
“ ตุลาการเดือด!อธิบดีศาลภาค 2 นำล่าชื่อผู้พิพากษาถอด'ชำนาญ'พ้นก.ต.
นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์เป็นประธานแผนกล้มละลายในศาลฎีกา
คือคนที่มาขออยู่ที่ป่าแหว่ง 10 ปีนั่นแหละ ถูกเข้าชื่อถอดถอนให้ออกจากตำแหน่ง
โดยได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า...
ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้ 
ตามข่าวรายละเอียดที่เอามาให้ดูก็แสดงว่านายชำนาญ รวิวรรณพงษ์คงไปทำอะไรที่กลุ่มตุลาการไม่ชอบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งหรือหลายๆเหตุตามพ.ร.บ. ข้าราชการตุลาการที่ยกมาอ้าง...เพื่อลงชื่อถอดถอนเพราะเหลืออดจริงๆ...
ถ้าเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าบรรดาผู้พิพากษาทั่วประเทศในขณะนี้ที่มีจำนวน 4,555 คนนั้น...มีเยอะเลยที่ยังมีใจเป็นธรรมอยู่และยังพอเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนได้บ้าง....ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงคระตุลาการทั้งหมด..ซึ่งมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ปฎิบัติตัวนอกลู่นอกทางสร้างปัญหา...
ที่สุดเขาก็จัดการกันเอง....เพื่อจะไม่ให้เป็นตุลาการวิบัติอย่างที่พวกเรารู้เห็นกัน...
เชิญอ่านข่าวครับ :
 
ตุลาการเดือด!อธิบดีศาลภาค 2 นำล่าชื่อผู้พิพากษาถอด'ชำนาญ'พ้นก.ต.
 
9 ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีการายหนึ่ง โดยมีเอกสารแนบประกอบด้วยใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น, แผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น และซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ 1 ซอง

[Image: image_big_5b6c28ff330e4.jpg]
โดยหนังสือดังกล่าวได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งการดำเนินกิจการที่จัดให้มีการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.นั้น ระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4 (3) กำหนดให้ต้องมีรายชื่อผู้แทนของผู้เข้าชื่อจำนวน 3 คน ในคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.

โดยหนังสือเวียนดังกล่าวใบปะหน้ามีข้อความดังนี้ “เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน กระผมเริ่มดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยจะส่งหนังสือชี้แจงถึงพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนให้ทุกท่านได้ทราบเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมหนังสือเข้าชื่อถอดถอนให้แก่ท่านด้วย (เอกสารดังกล่าวนี้ ท่านน่าจะเห็นจากการส่งต่อทางไลน์กันแล้ว) เมื่อท่านได้รับหนังสือแล้ว หากท่านเห็นด้วยกับกระผมว่า พฤติกรรมของบุคคลตามที่ระบุในหนังสือไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอีกต่อไป กระผมขอความกรุณาท่านลงนามในหนังสือเข้าชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา ใส่ซองที่จัดส่งไปให้ แล้วส่งกลับมาให้กระผมตามที่อยู่ที่พิมพ์ไว้แล้วหน้าซอง เพื่อกระผมจะได้รวบรวมรายชื่อพร้อมคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป อนึ่ง สำหรับท่านที่ประสงค์จะเป็นผู้ประสานงานในศาลใด ขอให้พิมพ์เอกสารจากไฟล์ PDF ที่ท่านได้รับจากทางไลน์ เพื่อดำเนินการแล้วจัดส่งมาให้ผมโดยตรงที่ ตู้ ปณ.สี่แยกเฉลิมไทย เลขที่ 31 จังหวัดชลบุรี 20002 ผู้ใดประสงค์จะรับเป็นผู้ประสานงาน โปรดติดต่อผมที่หมายเลข xxx” พร้อมลงชื่อ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 วันที่ 8 ส.ค. 2561



หนังสือดังกล่าวมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนของผู้เข้าชื่อมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ก.ต.ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ก.ต.คนดังกล่าว ...........ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198, ขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพเเละปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนเป็นที่เชื่อถือศรัทธา......



ซึ่งตามพฤติการณ์ดังกล่าว หากยังคงให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต. ต่อไป ...อาจใช้ตำแหน่งดังกล่าวก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ แทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ทำให้เกิดความหวาดเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าจะถูกกลั่นแกล้งดำเนินการทางวินัยไม่ชอบ จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านเข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.บุคคลดังกล่าวส่งมาภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะได้รวบรวมรายชื่อเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ต่อไป



ผู้สื่อข่าวรายงานขั้นตอนการการถอดถอน ก.ต.ตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.พ.ศ.2544 กำหนดไว้ว่า เมื่อมีเหตุแห่งการณ์ถอดถอน ก.ต. เช่น มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ข้อบังคับ กระทำผิดวินัยฯ ผู้พิพากษา 1 ใน 5 ต้องเข้าชื่อยื่นคำร้องถอดถอน โดยมีผู้แทนเข้าชื่อ 3 คน ส่งไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะต้องจัดให้มีการลงมติภายใน 30 วัน โดยจะต้องมีการปิดประกาศคำร้องและรายชื่อผู้เข้าถอดถอน ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จากนั้นเลขาธิการการสำนักงานศาลฯ จะส่งคำร้องให้ผู้ถูกร้องภายใน 7 วัน เพื่อทำคำชี้แจงกลับมาภายใน 7วัน



โดยระหว่างนั้น ก.ต.ผู้ถูกร้องในระหว่างกระบวนการถอดถอนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งระหว่างดำเนินการจะให้มีการปิดประกาศคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศด้วย จากนั้นจึงให้ผู้พิพากษาที่มีอำนาจถอดถอนทั่วประเทศทำการลงมติ หากมีมติให้ถอดถอนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมด ผู้ถูกร้องจะต้องพ้นตำแหน่งนับแต่วันนับคะแนนเสร็จ และมตินี้ถือเป็นที่สุด



ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาที่ประจำในศาลภาค 2 เข้าชื่อแล้วประมาณ 300 กว่าคน ซึ่งหนังสือดังกล่าวนั้นมีการส่งเวียนไปยังศาลต่างๆ ทั่วประเทศ จึงยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมลงชื่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนประมาณเท่าไหร่ มีการตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ชื่อผู้พิพากษาประมาณ 1,100 คน ซึ่งตามกฎหมายแล้วหากมีผู้พิพากษาเข้าชื่อตั้งแต่ 911 คน ก็จะเข้าเกณฑ์ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย เนื่องจากผู้พิพากษาทั่วประเทศในขณะมีจำนวน 4,555 คน โดยการรวบรวมรายชื่อจะเสร็จสิ้นในวันที่ 27 ส.ค.นี้ และอาจจะยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 ส.ค.นี้ทันที


https://www.thaipost.net/main/detail/15072


  ถ้าทำอย่างนี้ขอเชียร์ ! : เตรียมทำปลุกพิธีเสกดินเจ็ดป่าช้า ไล่ออกพื้นที่ป่าแหว่ง
โพสต์โดย: admin - 08-10-2018, 12:12 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

[ltr]ถ้าทำอย่างนี้ขอเชียร์ ! : เตรียมทำปลุกพิธีเสกดินเจ็ดป่าช้า ไล่ออกพื้นที่ "หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง "… [/ltr]



[ltr]ยกระดับการเคลื่อนไหวใหญ่!!! รวมพลังแม่น้ำร้อยสายทวงสัญญาป่าแหว่ง "เตรียมทำพิธีปลุกเสกดินเจ็ดป่าช้า" สาปแช่งพื้นที่ต้องคำสาปตามประเพณีล้านนาโบราณ...[/ltr]



[ltr]อย่าไปเสียเวลาคุยกับคนตระบัดสัตย์..![/ltr]



[ltr]จัดที่ไหน..จะไปร่วม....[/ltr]



[ltr]https://www.facebook.com/lovedoisuthep/videos/291404538278230/[/ltr]


  ประชาชนรุกป่าศาลจับขังปรับไล่ออกจากที่ทำกิน...แต่กลุ่มผู้พิพากษารุกป่า.นายกฯป้อง..
โพสต์โดย: admin - 08-09-2018, 02:38 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (4)

ประชาชนรุกป่าศาลจับขังปรับไล่ออกจากที่ทำกิน...แต่กลุ่มผู้พิพากษารุกป่า.นายกฯป้อง..


ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557

สั่ง ณ วันที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2557

โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ในเวลาไม่ถึงเดือนจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557

ประชาชนเป็นร้อยๆพันๆได้ผลกระทบจากคำสั่งนี้..เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าทั่วประเทศ..

ผู้พิพากษาสั่งปรับ สั่งจองจำมากน้อยลดหลั่นกันไป จนเกิดองค์กรขึ้นมาต่อต้านคำสั่งนี้...

แต่แปลกแฮะ..” หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ เมื่อปี 2557 ยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์...

มาปี 2561 หมู่บ้านที่หลุ่มผู้พิพากษาทำแหว่งขึ้นไปในพื้นที่ป่าบนดอยสุเทพแบบเย้ยฟ้าท้าดิน เสียดแทงใจชาวเมืองเชียงใหม่ล้านนาเป็นอย่างยิ่ง..

ทั้งที่การกรำทำนั้นมันผิดตามคำสังคสช.อย่างชัดแจ้ง...
เมื่อประชาชนออกมาร้องเรียนต่อต้าน..นายกฯกลับใช้อำนาจปกป้อง...

มันหมายความว่าจั่งใดนิ...

ลองอ่านดูที่อีลุงคนนี้เขาว่า....

ที่ดินของผมที่กาฬสินธุ์มี 20 ไร่ ปลูกยางหวังจะมีเงินกับเขานั่นแหละ เมื่อก่อนปลูกมะขาม แต่พอปลูกยางได้เจ็ดปี ปีที่แล้วเขาตัดเกลี้ยงเลย จะให้ผมทำไง เขาตัดแล้วก็แล้วไป ผมรู้ว่าเรียกร้องอะไรไม่ได้ หนี้สินผมก็ไม่มีจะใช้แล้ว หาส่งดอกเบี้ยเขาได้ก็หา หาไม่ได้ก็ตายจากโลกไป ผมก็แก่แล้ว จะเอาอะไรไปสู้ ผมก็ไม่กลัวจะเสียอะไรแล้ว แต่ถามว่าทำไมนายทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมยาง มองจากถนนก็เห็นชัดว่าอยู่กลางป่าสงวน แต่ไม่โดน รีสอร์ทก็ขึ้นข้างๆ ทางติดอุทยานก็ไม่เห็นโดนไล่ โดนห้าม อยู่ๆ มาบอกว่ามีโฉนด ผมเลยคิดว่าให้อภัย เขาทำหน้าที่เขา เราทำหน้าที่เรา

อีลุงชาวไร่ยางกล่าวอย่างหม่นหมอง....

อ่านแล้วก็เศร้า...กี่ร้อยกี่พันครอบครัวที่ประสพชะตากรรมอย่างนี้...

แต่คณะศาลอุทธรณ์ ภาค 5 กลับมีสิทธิพิเศษเหนือชาวบ้านธรรมดาๆ...

มันไม่ยุติธรรมเลยนะเนี่ย.....

ป.ล. วันนี้เอาลิ้งค์ข่าวชาวบ้านที่โดนสั่งปรับ สั่งขังโทษฐานขัดขืนคำสั่งคสช. มาให้ดูท้านกระทู้นี้ด้วย

ศาลสั่งจำคุกรวม 12 เดือนและสั่งให้ออกจากที่ดิน คดีทวงคืนผืนป่าชาวบ้านชัยภูมิ
 
ศาลชัยภูมิอ่านคำพิพากษานิตยา ม่วงกลาง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ข้อหาบุกรุกป่า พิพากษาจำคุกรวม 12 เดือนปรับ 1.4 แสนบาท และสั่งให้ออกจากที่ดินซึ่งปลูกมันสำปะหลัง โดยที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติไทรทองฟ้องชาวบ้านรวม 19 คดี ศาลพิพากษาแล้ว 4 คดี 

[Image: 41412343035_46bd12fd12_b.jpg]
นิตยา ม่วงกลาง สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (แฟ้มภาพ)

8 ส.ค. 2561 เวลา 9.00 น. วันนี้ ศาลจังหวัดชัยภูมิอ่านคำพิพากษานิตยา ม่วงกลาง สมาชิกเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ในข้อหาบุกรุกป่ารวม 2 คดี โดยคดีที่ 1 ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลพิพากษาจำคุก 8 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท และคดีที่ 2 ที่ห้องพิจาณาคดีที่ 2 ศาลพิพากษาจำคุก 4 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 40,000 บาท นอกจากนี้ศาลมีคำสั่งให้ออกจากที่ดินทำกินทั้ง 2 คดี



ตามรายงานของสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ภายหลังกระบวนการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลคุมตัวจำเลยไปยังห้องคุมขัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์กองทุนยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิ ตามที่ทนายความจำเลยได้ทำการยื่นคำร้องขอหลักทรัพย์การประกันตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว



สำหรับนิตยา ซึ่งเป็นชาวบ้านซับหวาย ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ และในฐานะที่เป็นแกนนำหญิงผู้ลุกขึ้นมาต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ทำให้เธอถูกฟ้องคดีเป็นคนแรก ต่อมาทั้งแม่และน้องสาวเธออีก 2 คน ก็ถูกฟ้องคดี รวมทั้งเพื่อนบ้านเธอรวมทั้งหมด 14 ราย 19 คดี โดยเพื่อนบ้านของนิตยา ถูกศาลพิพากษาแล้วจำนวน 3 ราย ดังนี้ 



วันที่ 17 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกสีนวล พาสังข์ 5 เดือน 10 วัน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท

วันที่ 25 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกปัทมา โกเม็ด 8 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 250,000 บาท



วันที่ 26 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกสมพิตร แท่นนอก 10 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท

ทั้ง 3 ราย ศาลพิพากษาให้ออกจากที่ดินทำกิน โดยทั้ง 3 ราย ได้รับการประกันตัวตามที่ทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิไปแล้ว



อีกมุมนโยบายทวงคืนผืนป่า เมื่อ 'นิตยาและเพื่อนบ้าน' รวม 14 ราย ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า



สำหรับข้อกล่าวหาต่อนิตยานั้น หลังจากที่นิตยากลับมาช่วยแม่และน้องสาวทำไร่มันสำปะหลังในที่ดินที่ผู้เป็นแม่มอบให้ทำกินคนละ 10 ไร่นั้น ต่อมาวันที่ 10 เม.ย. 2558 ช่วงที่เธอกับน้องสาวอีก 2 คนไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานแห่งชาติไทรทองจำนวน 25 คน เข้ามาหาแม่ของเธอ พร้อมบอกว่าครอบครัวทำผิดกฎหมายบุกรุกพื้นที่ป่า โดยให้ลงนามยินยอมคืนพื้นที่ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช.



เจ้าหน้าที่บอกให้แม่ของนิตยาลงนามแทนให้เธอและน้องสาวด้วย แม้ว่าแม่ของนิตยาขอให้รอเจ้าตัวมาลงนามเอง แต่ได้รับการปฎิเสธ พร้อมกับข่มขู่ว่าหากไม่ลงนามจะถูกจับกุม ดำเนินคดี และจะไม่ให้เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง แม่ของนิตยาจึงยอมลงนาม

ต่อมาเมื่อนิตยาได้ทราบเรื่องราว จึงได้หันมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมในสิทธิที่ดินทำกิน ด้วยเกรงว่าในอนาคตของครอบครัวรวมทั้งเพื่อนบ้านจะไม่มีที่ดินทำกิน เหตุเพราะเพื่อนบ้านของเธอก็ถูกข่มขู่ให้ยินยอมลงนามเอกสารหลายราย ในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้นิตยาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) โดยเริ่มเคลื่อนไหวเมื่อ 8 มี.ค. 2559 ร่วมกับ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีและร่วมเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางนโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2559 นิตยาและแม่ รวมทั้งน้องสาว รวม 4 คน ได้รับหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง แจ้งความดำเนินคดีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ดังกล่าว โดยนอกจากนิตยาแล้วยังมีเพื่อนบ้านถูกแจ้งหาอีกรวมทั้งหมด 14 รายดังกล่าว



ที่มา :
https://prachatai.com/journal/2018/08/78193


  อยากเสี่ยงโชคถูกหวยล็อตโตในสหรัฐ...เชิญอ่าน...เงินรางวัลเป็นพันๆล้าน..
โพสต์โดย: admin - 08-08-2018, 01:30 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (5)

 
อยากเสี่ยงโชคถูกหวยล็อตโตในสหรัฐ...เชิญอ่าน...เงินรางวัลเป็นพันๆล้าน..

ถ้าดวงดีจะกลายเป็นเศรษฐีพันล้านได้ง่ายๆ..

การเล่นก็ง่ายๆ....มันก็เหมือนซื้อหวยในเมืองไทยนี่แหละ....

แต่ถ้าถูกขึ้นมาแล้วจะรวยเป็นมหาเศรษฐีกันทีเดียว....

เกมที่เขานิยมเล่นกันก็มี PowerBall และ Mega Million

แจ็คพ็อตจะเริ่มต้นที่ $40 ล้านเหรียญหรือประมาณ 1,280ล้านบาท 

ถ้าไม่มีใครถูกรางวัลก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะมีคนถูก...

PowerBall งวดวันพุธที่ 8 ส.ค.2018 รางวัลแจ็คพ็อต $223ล้านเหรียญ

Mega Million งวดวันศุกร์ที่ 9 ส.ค.2018  รางวัลแจ็คพ็อต $63ล้านเหรียญ

คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ก็เอา 33 คุณเอา...

วิธีเล่นก็ตามตัวอย่างที่แนบมา
  
[Image: VKz72ES.jpg]

การจะถูกรางวัลแจ็คพ็อต  จะต้องถูกทั้ง 5 ตัว +เลข Power Ball
มีอยู่ 9 ช่องทางที่จะถูก ไปดูรายละเอียดได้ตามลิ้งค์

PowerBall ออกทุกวันพุธและวันเสาร์หลังจากปิดการขายเวลา7.00 p.m. จะออกเลขรางวัลเวลา 17.49 p.m.

Mega Million ออกทุกวันอังคารและวันศุกร์ เวลา 7: 59p.m. (ปิดขายเวลา 7:45p.m.)

เลขที่ออกงวดวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018 คือ : 3 11 38 44 58  PowerBall 2
 
มีรางวัลสูงถึง $203 ล้านดอลล่าห์  แต่ไม่มีใครถูก ...
 
ดังนั้นงวดวันพุธ ที่ 8 นี้ ยอดรางวัลเพิ่มขึ้นเป็น $223ล้าน ดอลล่าห์
 
คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ฿7,300ล้าน
 
ซื้อแค่ $2.00 หรือ 67บาท (1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.2429 บาทไทย ณ วันที่ 3/8/2561. 100 USD )
 
สนใจที่จะเสี่ยงโชคไหมล่ะ....ถ้าสน..ถามมา..จะส่งรายละเอียดและวิธีเล่นไปให้..
 
ผลที่ออกงวดที่แล้ว :
https://youtu.be/_BGQ5iTSOvg


  รัฐบาลก็พึ่งไม่ได้..ศาลก็พึ่งไม่ได้..วันนี้ผมมาขอฟ้องประชาชนกรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา
โพสต์โดย: admin - 08-08-2018, 07:32 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

[ltr]รัฐบาลก็พึ่งไม่ได้..ศาลก็พึ่งไม่ได้..วันนี้ผมมาขอฟ้องประชาชนกรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “....[/ltr]

เรื่องนี้ความจริงมีอยู่ว่าเมื่อปี 2557 สภาพป่าดอยสุเทพมันเป็นป่าสมบูรณ์อย่างภาพที่เอามาให้ดู...

พอมาปี 2561 เขาได้ทำให้มันแหว่งเป็นหมู้บ้านอย่างนั้นแล้ว.


[Image: zra7Yy9.jpg]

[ltr]ที่ป่าเป็นของกรมกองไหน หน่วยงานไหน ประชาชนอย่างเราๆไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ได้...มารู้เห็นก็อีกภาพเมื่อโครงการสร้างเกือบจะแล้วเสร็จ ประชาชนก็เริ่มออกมาต่อต้าน..เพราะ....[/ltr]

พื้นที่ป่าดอยสุเทพแห่งนี้เป็นตำนาน เป็นสัญลักษณ์ อันมีพระธาตุดอยสุเทพซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเชียงใหม่ล้านนา...เป็นสมบัติของแผ่นดิน...ไม่สมควรและไม่เหมาะสมด้วยประการใดๆที่จะตัดโค่นไม้ทำลายป่าหรือจะไปมีสิ่งปลุกสร้างใดๆในผืนป่าแห่งนี้...

การที่กลุ่มผู้พิพากษาซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือมากที่สุด ไปบุกรุกโค่นไม้ทำลายป่าเสียเองเพื่อสร้างที่อยู่บ้านเรือนปานวิมานแดนสวรรค์ให้กลุ่มของตัวเอง มันไม่เหมาะสมด้วยประการใดๆแถมยังเอางบประมาณจากภาษีของประชาชนมาทำโครงการอีก..

ประชาชนได้ออกมาต่อต้านมา 3-4 เดือนแล้ว รัฐบาลประกาศออกมาอย่างไร ศาลออกมาประกาศอย่างไรพวกเราก็ทราบกันดี...

ในฐานะที่เป็นพลเมืองเจ้าของประเทศและท้องถิ่น...เราจะยอมทนให้อภิสิทธิ์ชนซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย ...มากดขี่เหยียบย่ำหัวใจอย่างที่พวกเขากำลังทำอย่างนั้นหรือ...

ถามว่า...ทำไมเราต้องทน...ศักดิ์ศรีของความเป็นคนเหมือนกันอยู่ที่ไหน...

ถ้าเราไปทำอย่างเขาบ้าง..เขาจะกระทำกับเราเช่นไร...


ถ้าไม่ออกมาต่อต้าน..พวกเราก็จะถูกรุกรานเหยียบย่ำอยู่ร่ำไป...


สามัคคีคือกำลัง....สามัคคีเท่านั้น...ที่จะต่อต้านผู้รุกรานได้....



จะเอายังไงกับผู้ที่มาบุกรุกป่าของพวกเรากันดี...?


  เครือข่ายฯขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ...ขอให้เลิกไปเจรจาใดๆกับภาครัฐได้แล้ว...
โพสต์โดย: admin - 08-07-2018, 03:51 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (3)

เครือข่ายฯขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ...ขอให้เลิกไปเจรจาใดๆกับภาครัฐได้แล้ว...


เพราะประจักษ์ด้วยตัวเองกับโสตทั้ง 5 แล้ว...ว่าเขามีความจริงใจแค่ไหน...

แค่ตั้งธงไว้อย่างเดียวว่าจะต่อต้านเอาป่าแหว่งดอยสุเทพคืนมาให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆเหมือนเมื่อปี 2557 ให้ได้...

[Image: zra7Yy9.jpg]

นั่นก็ย่อมหมายถึง...วิมานป่าแหว่งบนดอยของตุลาการจะต้องรื้อต้องเตออกไป..

จะโดยวิธีใดนั้น..ใครก่อ....คนนั้นต้องเป็นคนไปแก้....ไม่ใช่ประชาชน..เพราะตอนสร้างประชาชนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย..มาเห็นก็ต่อเมื่อกลุ่มผู้พิพากษาตัดโค่นต้นไม้ รุกป่า ทำลายป่าเพื่อสร้างวิมานจนป่าสมบูรณ์มันแหว่งอย่างที่เห็น....

เมื่อไม่แก้...เราไม่ยอม...จะประท้วงต่อต้านอย่างต่อเนื่อง..

ขอเสนอแนะเครือข่ายฯในการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆอาทิตย์..เช่น..

1. ออกไปปั่นจักรยานจากตัวเมืองไปตามถนนสายต่างๆในอำเภอรอบนอก ติดธงเขียวเป็นสัญลักษณ์ต่อต้าน เชิญนักข่าวมาทำข่าว มีรถกระบะที่มีป้ายขนาดใหญ่ห้อยไว้ทั้งสองข้าง ขับตามหลังไปทำติดต่อกันทุกอาทิตย์

2. จัดทีมจิตอาสาไปตามตลาดนัดและตลาดต่างๆ จัดนิทรรศการเล็กๆตั้งโต๊ะเดินแจกใบปลิว (ที่มีข้อความเรียกร้องทวงคืนผืนป่าและข้อเท็จจริงว่าทำไมเราต้องทวงคืน) แจกริบบิ้นเขียวและธงเขียวที่สามารถเอาไปติดตามที่ต่างๆได้

3. จัดพิธีกรรมสาปแช่งโดยไม่ต้องใช้มวลชนมากมายแต่จะอาศัยนักข่าวแพร่ข่าวและภาพกระจายออกไป

4. ทำสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ต่อต้านป่าแหว่งแจกให้กับบ้านหรือร้านค้าทั่วไปที่มีความประสงค์จะเอาไปติดที่ร้านของตนทั่วเมืองเชียงใหม่มีข้อความภาษาอังกฤษด้วยยิ่งดี....

ทำติดต่อกันอย่างนี้สักเดือนหรือสองเดือนให้มวลชนรับรู้รับทราบ..จัดหนักขึ้นเรื่อยๆให้ประชาชนมีความรู้สึกร่วม รักและหวงแหนผืนป่าของเขา ไม่ยอมให้ใครมารุกและทำลายป่าดอยสุเทพอีกต่อไป..ไม่มีข้อยกเว้น...ตราเป็นกฎหมายไว้เลย...

เชื่อมั่นว่าทางกลุ่มเครือข่ายฯต้องทำได้....โดยไม่ต้องมีการชุมนุมใดๆจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเราชาวล้านนาที่รักป่าดอยสุเทพทนต่อการย่ำยีในหัวใจอีกไม่ไหว...ถึงเวลานั้น...เราออกมาพร้อมกัน....

 


  ป่าแหว่งเป็นอีกความอัปยศที่ใช้กฎหมายเอาตามที่ต้องการโดยไม่ต้องฟังใคร…
โพสต์โดย: admin - 08-07-2018, 05:19 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ป่าแหว่งเป็นอีกความอัปยศที่ใช้กฎหมายเอาตามที่ต้องการโดยไม่ต้องฟังใคร


ใช่แล้ว..แบบหน้าด้านสุดๆหน้าด้านไม่มีใครเกิน...

แผ่นดินเป็นของเรา...ทุกคนควรมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน...

เราจึงยอมไม่ได้...จะยอมให้เขามาเป็นอภิสิทธิ์ชน เอารัดเอาเปรียบพวกเราไม่ได้..

เราต้องสู้เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของเรา...

[Image: LQtDUZl.jpg]

เชิญอ่านบทความครับ :

โดยคุณ markpakma  5 สิงหาคม 2561  
 
ถ้าจะอ้างกฎหมาย คุณก็ทำถูกกฎหมายของคุณ 
 
ใครจะกล้าเอากฎหมายไปงัดข้อกับคนถือและใช้กฎหมาย
 
และเป็นคนตัดสินคนด้วยกฎหมาย สู้กับคุณในเวทีของคุณเนี่ยนะ
 
แค่อ้าปากคนคิดสู้ก็แพ้แล้ว คุณเลือกเอาเฉพาะกฎหมายที่อนุญาตให้คุณทำได้
 
แต่ชาวบ้านจะมาอ้างใบอนุญาตปลูกสร้างมันเล็กน้อยมาก
 
อ้างความลาดชัน คุณก็บอกมันไม่ได้ขึ้นกับกฎหมายที่ดิน
 
อ้างขวางเส้นทางเดินน้ำ ทำลายสิ่งแวดล้อม คุณก็อ้างเป็นที่ราชพัสดุได้รับอนุญาตแล้ว
 
อ้างสำรวจประชาพิจารณ์หรือไม่เนื่องจากอยู่บนเส้นทางน้ำลงอ่างเก็บน้ำคุณก็ไม่จำเป็นต้องตอบ
 
มันก็เหมือนเอาพจนานุกรมมาตัดสินคดี เหมือนสั่งห้ามสร้างรถไฟความเร็วสูงนั่นแหล่ะ
 
ใครมันจะไปเถียงกับคุณได้ล่ะ ใครไม่เชื่อก็หมิ่นคุณอีก  ชาวบ้านสู้กับคุณต้องมีเงินมีค่าใช้จ่าย
 
แต่คุณสู้ด้วยกฎหมาย สู้ด้วยหน้าที่การงาน สู้ไปกินเงินเดือนไป ค่าธรรมเนียมก็ไม่ต้องเสีย
 
ใครจะไปสู้คุณทางกฎหมายได้
 
ในที่สุดพวกคุณก็เข้าไปอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ไม่ฟังเสียงค้านจากประชาชน
 
ยิ่งไอ้ฟายตัวอนุมัติยิ่งแล้วใหญ่ วันนี้พูดอย่างพรุ่งนี้พูดอีกอย่างตลอดเวลา
 
และแบบนี้จะปกครองแผ่นดินได้อย่างไรโดยไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง
 
ทีพวกกันทำผิดมันบอกอภัยให้กันได้ไหม อยู่ไปก่อนได้ไหม ทั้งที่เคยสั่งห้ามใครเข้าอยู่เอาใจชาวบ้าน
 
คนแบบนี้หรือจะมาเป็นผู้นำถาวรประชานิยมยั่งยืน..ส้นตีนเถอะ...



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org