ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

ชื่อผู้ใช้
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 215
» สมาชิกล่าสุด: pohoxuvo
» กระทู้: 4,937
» โพสต์: 7,543

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
UN สรุปสถานการณ์ละเมิดสิท...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 06:57 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 17
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า สส.ป...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 04:59 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 1,478
ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนกับ เ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 04:51 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 13
พวกมึงเลือกมันมา มึงก็แก้...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 04:47 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 19
เทศกาลวันสงกรานต์ใกล้จะมา...
หัวข้อ: อาหารพื้นเมือง : “ ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ "
03-28-2017, 02:43 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 37
โรงไฟฟ้าถ่านหินปลอดภัยแน่...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
03-28-2017, 10:29 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 31
ได้ยินเหมือนกันเหรอ : คนไ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
03-27-2017, 03:44 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 1,441
ผู้ต้องหา กบฏ โทษประหารชี...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
03-27-2017, 01:45 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 37
อ้าว..!..”หม่อมอุ๋ย “ แฉ ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
03-27-2017, 01:29 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 2,166
ไอ้พวกทหารขยะต่ำทรามพวกนี...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
03-27-2017, 12:28 PM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 3,165

 
  UN สรุปสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย "วิกฤตทุกด้าน"
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 06:57 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

โดยคุณ Bugbunny
29 มี.ค. 2017

ยูเอ็นสรุปสถานการณ์สิทธิไทยปี 2016 วิกฤตทุกด้าน

[Image: images.png]

[Image: images.jpg]

หลังจากที่ได้ฟังคำชี้แจงเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยจากตัวแทนรัฐบาลไทย สหประชาติก็ได้รายงานผลประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย โดยแสดงความเป็นห่วงว่าไทยกำลังอยู่ในวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนหลายประเด็น ตั้งแต่การละเมิดเสรีภาพในการแสดงความเห็น การใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ไปจนถึงการค้ามนุษย์

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHRC ออกรายงานผลการพิจารณาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของไทย หลังจากที่ได้ฟังคำชี้แจงและคำอธิบายสถานการณ์ด้านสิทมนุษยชนจากตัวแทนของรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 13 - 14 มีนาคมที่ผ่านมา ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

โดย UNHRC ยังคงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยนชนของไทยในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องสถานการณ์คนไร้สัญชาติ ความไม่เท่าเทียมทางเพศ การคุกคามนักสิทธิมนุษยชน การใช้โทษประหารชีวิต การค้ามนุษย์ การซ้อมทรมาน จับกุมตามอำเภอใจ และบังคับสูญหาย

UNHRC เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมโดยพลการทั้งหมดในทันที พร้อมชดเชยค่าเสียหาย และรีบปรับปรุงประเทศให้มีความน่าเชื่อถือว่าประชาชนจะไม่เป็นอันตรายจากความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ นอกจากนี้ ต้องไม่นำประชาชนขึ้นศาลทหาร และขอให้มีการทบทวนกฎหมายมาตรา 112 ไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

UNHRC ยังได้แสดงความเสียใจที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยนแห่งชาติของไทย หรือ กสม. ถูกลดสถานะจากเกรดเอ มาเป็นเกรดบี เนื่องจากคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติไม่มั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานและคัดเลือกคณะกรรมการของกสม.

http://news.voicetv.co.th/thailand/475311.html

-------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งคนไปคณะมหึมากว่าทุกประเทศ ใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาล หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะช่วยแก้ไขภาพลักษณ์ที่ทั้งโลกเขาประณาม เพราะเห็นชัดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเผด็จการทหารขยะ แต่ไม่ได้ผลอะไรเลย ยังคงถูกเขาแถลงการณ์ประณามหยามเหยียดถึงขนาดนี้ นี่คือการทำลายเกีบรติภูมิของประเทศชาติชัดเจนและหนักหนาที่สุด แถลงการณ์ผลการประเมินการกระทำของพวกมันโดย UNHCR ครั้งล่าสุดนี้ ยิ่งแสดงว่า ในความเป็นจริงนั้น ชาวโลกเขายังคงมองเห็นแจ่มแจ้งว่า เผด็จการประยุทธ ประวิทย์ อนุพงษ์ และผู้สนับสนุนทั้งหลายคือพวกที่สังคมโลกเขาตราหน้าว่าเป็นกลุ่มคนต่ำทรามที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนไทยอย่างหนัก ถ้ายังคงดื้อดึงหน้าด้านปล้นประเทศต่อ ไม่ไสหัวออกไปอีก คอยดูผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่กันเองก็แล้วกัน


  เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า สส.ปชป. มันจะเหี้ยกันหมดทุกตัว..ตั้งแต่หัวหน้าพรรคยันลูกพรรค...
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 04:59 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

พอมาฟังคามคิดนายคนนี้....มิน่า..เขาถึงอยู่ร่วมพรรคไม่ได้.....หลุดออกมาพรรคแมลงสาปได้ก็ดีแระ..มาเป็นกำลังฝ่ายประชาธิปไตยต่อไป..

เชิญชมคลิปครับ :




  ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนกับ เผด็จการทรราชที่พาประเทศชาติดิ่งลงเหวนรก.... !!
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 04:51 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

โดยคุณ Chuu
29 มี.ค. 2017

ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนกับ เผด็จการทรราชที่พาประเทศชาติดิ่งลงเหวนรก...!

...ไม่แปลกใจเลยว่า ......ทำไมทุกประเทศถึงต้องเดินหนี...ปทท.

ยอมทิ้งโปรเจท ดีๆแล้วพากันสะบัดตูดหนีไปกันหมด...ขนาดลงทุนไปกราบกราน
อ้อนวอนเขามา...ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุน.......ผดก...ก็ยังไม่รู้ตัวเองว่า

ที่เขาไม่กล้าเข้ามาลงทุน......ก็เพราะ เข้าไม่มั่นใจ.....ในความป่าเถื่อนของ

ระบอบ ผดก.....กระบวนการยุติธรรมเยี่ยงโจร....สัญญาต่างๆที่จะลงนาม

ก็เป็นสัญญาโจร.....สิทธิมนุษยชนที่ปฏิบัติต่อ ปชช คนงาน..ไม่ต่างไป

จากกฏโจร...เจ้าหน้าที่รัฐที่คิดจะกลั่นแกล้งใครก็ยัดเยียดข้อหาแบบโจรๆ

มองเห็น ปชช ที่คิดเห็นต่างเป็นโจร....กลั่นแกล้งนักธุรกิจที่ไม่เอื้อ

ผลประโยชน์ให้ว่า....ฟอกเงินและเป็นธุรกิจผิดกฏหมาย....ฯลฯ......

.......และ......ในเมื่อความเป็นจริง....มันเห็นตำตาอยู่ทุกวันนี้..................

......แล้วถามว่า.....จะมีไอ้หน้าโง่ที่ไหน....มันจะกล้าเข้ามาลงทุนใน ปทท....

--------------------------------------------------------------------------

การลงทุนทุกชนิด

สิ่งแรกที่ต้องกระทำ___คือการวิเคราะห์ ความเสี่ยง ( RISK )

ถ้าเสี่ยงมาก จะไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุนโดยเด็ดขาด....แม้จะเสี่ยงเพียง 10 - 20 %

เขาก็ยังลังเลที่จะต้ดสินใจ....การย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ออกไปจาก

ประเทศไทย....ครั้งมโหฬารอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง

ซัมซุง...เอลจี...มิตซู...โตโยต้า ฯลฯ หรือ ที่คิดจะเข้ามาลงทุน เช่น ไมโครซอฟท์...

อารีบาบา กูเกิล...เหลานี้เป็นต้น....หรือ....แม้แต่นักลงทุนไทย...ก็ย้ายฐานการผลิต

ไปยังประเทศเพื่อบ้านแทบทั้งสิ้น.....เหลือแต่เพียงอุตสาหกรรมชั้นต่ำไว้ให้คนไทยทำ

เพราะไม่มีใครไว้ใจในระบอบเผด็จการทรราช....ทั้งหมด...ก็เพราะความเสี่ยง

ทางการเมืองในประเทศไทยที่มีอันตรายสูงสุด..จนมีคนกล่าวถึงสัจธรรมคำตอบที่ว่า

" รัฐประหารคือวงจรอุบาททำลายชาติ " ที่จะยังไม่หมดไปจากประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

จึงพากันโดดหนี....ไปจนหมดสิ้น....โครงการเมกะโปรเจคที่คุยโวโอ้อวดไว้นักหนา

เป็นได้แค่เพียงภาพลวง ที่ตบตาคนทั้งโลกไม่ได้....ในความเป็นจริง จะไม่มีนักธุรกิจที่ไหน

เข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐบาลเผด็จการ เพราะมันเสี่ยงต่อความหายนะ.....มากเกินไป

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ ปชช ได้อำนาจ ปชต สมบูรณ์แบบกลับคืนมา ผลที่จะตามมาก็คือ

สิ่งใดที่เผด็จการปล้นอำนาจไปจาก ปชช. และได้ไปลงนามในสัญญาต่างๆกับแต่ละประเทศไว้

ก็จะตัองกลายเป็นโมฆะและถูกยกเลิกทันที เพราะผิดมาตั้งแต่ต้นที่ไปปล้นอำนาจมาจาก ปชช

แล้วจะมี นักธุรกิจ หรือ ประเทศหน้าโง่ที่ไหน____จะกล้ามาเสี่ยงลงทุนในประเทศไทยอีกต่อไป

เพราะฉะนั้นโครงการเมกกะโปรเจคของเผด็จการ...เป็นได้แค่เพียงความฝันลมๆแล้งๆ...ของคนโง่เขลา

ที่ใช้หลอกลวงได้แต่คนโง่ไปวันๆนึง....เท่านั้นเอง...

[Image: Risk1.png]


  พวกมึงเลือกมันมา มึงก็แก้กันเองเถอะ
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 04:47 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

โดยคุณ markpakma
28 มี.ค. 2017

อิ๊บอ๋ายแล้ววันนี้ ภาษีที่ดินเริ่มเดินหน้าเรียกเก็บ มุ่งจันทร์ส่องหล้าเป็นบ้านหลังแรกที่ต้องเสียภาษีรายปีตามราคาประเมิน

ให้เกียรติทักษิณเป็นคนแรกที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนอัตราใหม่ตามาคาประเมิน คิดแบบขายที่ดินออกไป ประเมินเท่าไรเสียภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

เคยเสียเหมาไร่ละห้าบาท จากนี้ไปเสียล้านละสองหมื่น มีบ้านร้อยล้านเสียภาษีปีละสองล้าน ทักษิณมีเงินเสีย แต่โรงเรียนไม้ในสุขุมวิทจะเสียได้อย่างไร
เป็นทรัพย์มรดกตกทอดแต่ดันมาเปิดเป็นโรงเรียนท่ามกลางโรงแรมหรูเปิดสอนลูกคนยากจนพนักงานยามแถวนั้นแม้ที่ดินจะมีมูลค่ามหาศาลแต่ไม่ได้ขายออก

มันไม่ได้ทำเงินมากมาย จะเอาที่ไหนมาเสียภาษีร้อยละสอง ร้อยละห้า(ถ้าเลิกกิจการ) ของราคาประเมิน ถ้าประเมินสามพันล้านต้องเสียปีละหกสิบล้าน

เก็บค่าเทอมเด็กเทอมละสามร้อย ต้องเก็บเด็กกี่แสนคนจึงจะพอมาจ่ายเงินเดือนครู มาจ่ายภาษีที่ดินใหม่...

วันนี้บุกปิดป้ายทวงเสียภาษีบ้านจันส่องหล้า พรุ่งนี้จะลามไปทุกหย่อมหญ้า..ใครมีบ้านประเมินแล้วเกินห้าสิบล้าน

เตรียมตัวได้ ใครมีบ้านไม่ถึงห้าสิบล้านแต่ดันซื้อให้คอนโดในเมืองให้ลูกเรียนหนังสือเป็นหลังที่สองก็เข้าเกณฑ์เสียร้อยละสองร้อยละห้า

แม้จะไม่ถึงห้าสิบล้าน

ค่าขยะที่เก็บกันเดือนละสิบห้าบาทวันนี้ต้องจ่ายร้อยห้าสิบแล้ว เพียงแต่เทศบาลทั่วประเทศยังไม่กล้าเรียกเก็บราคานั้น

กลัวโดนชาวบ้านกระทืบ เอาไว้เก็บราคานี้ตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทักษิณเข้ามา.. ค่อยออกฤทธิให้คนด่าทักษิณ

ค่าภาษีเหล้าขาวจากขวดละแปดสิบห้า เป็นขวดละร้อยเก้าสิบเก้า ขึ้นเกินเท่าตัว จากบุหรีเก็บมวนละห้าบาท มันบ้าไปแล้ว

จะล่อภาษีน้ำมันห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาน้ำมัน จากลิตรละสามสิบมันจะเอาอีกสิบห้าบาทเป็นลิตรละสี่สิบห้าไปซื้อเรือดำน้ำ

ซื้อปืนซื้อรถถัง มาป้องกันคนเดินขบวนขับไล่มัน มันซื้อ GT200 เขาขายมาอันละเจ็ดพันมาถึงกองทัพกลายเป็นอันละล้านสาม

วันนี้กลายเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อน ศาลไคฟง อัยการไคฟง หน่วยปราบโกงที่ใช้ปราบทักษิณ กำลังลำบากใจหาหลักฐานโกงลำบาก... เวรกรรมของกู

ไม่เอายิ่งลักษณ์ ไม่เอาทักษิณ แต่ไปเลือกนักรบคนดี เข้ามาบริหารแทน

พวกมันเหมือนปลวกที่ไปเลือกมันมาไว้กราบไหว้บูชาในบ้าน.. ค่อยกินค่อยๆแทะฝาบ้าน..จะในที่สุด มันจะกินบ้านทั้งหลัง

มันจะยึดบ้าน กินทั้งวันทั้งคืนจนนอนในบ้านไม่ได้... พวกมึงเลือกมันมาหวังว่าจะให้ปราบจันส่องหล้า ให้มาปราบทักษิณที่ไอ้เทือกมันบอกว่าโกง

โกง GT200 โกงเรือเหาะ โกงโรงพัก โกงทางด่วนโฮปเวล โกงซื้อเสียงกกต.ที่ราชบุรี... มึงไม่ดูให้ดี ที่ไอ้เทือกมันบอกว่านักการเมืองโกง..มันอยู่พรรคไหน

มันพูดถึงคดีของพวกมันเองหรือเปล่า... ไอ้โง่


  เทศกาลวันสงกรานต์ใกล้จะมาถึงแล้ว..สั่งจองจากเมนู ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ & BBQ Ribs
โพสต์โดย: NightOwl - 03-28-2017, 02:43 PM - หัวข้อ: อาหารพื้นเมือง : “ ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ " - ไม่มีการตอบ

เทศกาลวันสงกรานต์ใกล้มาถึงแล้ว อยากได้บรรยากาศชาวเหนือก็สั่งจองจากเมนูไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ & BBQ ซี่โครงหมูได้นะครับ...

มีไส้อั่วกก.ละ 380 บาท แคบหมู กก.ละ 400 บาท น้ำพริกหนุ่มกก.ละ 340 บาท ไส้กรอกอีสานกก.ละ 320บาท BBQ ซี่โครงหมู....ก.ก. ละ 400บาท

[Image: 17458051_1236998383065609_42706453680993...e=59617672]

[Image: 17553619_1236998566398924_17084561827883...e=5965E718]

[Image: 17626197_1236998779732236_89399086961971...e=59651C98]

จะสั่งเอาไปทำบุญถวายพระหรือเก็บไว้เลี้ยงระหว่างเพื่อนฝูงก็สั่งแต่เนิ่นๆ นะครับ เราทำแบบ Home made ตามสั่งเท่านั้น ไม่ได้ทำแบบอุตสาหกรรมขายจึงวางใจได้ในรสชาติและความสด สะอาด วันสุดท้ายที่จะจัดส่งในเขตกทม.หรือต่างจังหวัดได้คือวันที่ 9 เมษายน 2560 เท่านั้นจะจัดส่งให้ตามปกติหลังวันที่ 15 เมษ. 2560

หากท่านที่มาจากต่างจังหวัดมาเที่ยวเชียงใหม่ จะสั่งซื้อ “ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ “ แล้วมารับไปเองหรือเอาไปส่งให้ที่พัก ก็สั่งจองล่วงหน้าได้นะครับเพื่อความสะดวกสบายของท่านที่ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อแถมยังได้ของอร่อยสะอาด รสชาติดี ไปเก็บไว้ทานหรือเป็นของฝากได้ด้วย

***สำหรับการส่งโดยรถทัวร์ในเขตกทม.หรือต่างจังหวัด เราจะใช้บริการของสมบัติทัวร์และนครชัยแอร์หากท่านอยู่ใกล้ที่ไหนตามสถานีข้างล่าง ก็ให้ระบุมา เราจะส่งไปให้ที่นั่นหลังแปดโมงเช้าของอีกวันจากวันส่งก็ไปรับเอาได้
 
***การส่งโดยอีเอ็มเอสส่งได้ในเขตกทม.และจังหวัดในภาคเหนือเท่านั้น

***ส่งโดย ปอ ลอ Express ได้ทุกจังหวัดวันเดียวถึง(เฉพาะในเขตอำเภอเมือง)

โทรสอบถามหรือสั่งได้ที่ : 061-303-1967, 053-322-032 หรือทิ้งข้อความไว้....

ID Line : Pim3331

https://www.facebook.com/%E0%B9%84%E0%B8...537697135/


  โรงไฟฟ้าถ่านหินปลอดภัยแน่ ดูมาเลย์เป็นตัวอย่าง
โพสต์โดย: sopon4 - 03-28-2017, 10:29 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           บางคนห่วงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะส่งผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อม พวกเอ็นจีโอโวยวายกันใหญ่ ดร.โสภณเลยขอพาทุกท่านไปชมโรงไฟฟ้าถ่านหิน Kapar ที่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์เพียง 56 กิโลเมตร มาดูกันว่าปลอดภัยไร้กังวลอย่างไรบ้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินก็เป็นอสังหาริมทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่พึงจับตามอง
           เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2560 ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (http://www.area.co.th) ได้รับเชิญไปประชุมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ดร.โสภณจำได้ว่าใกล้นั้น มีโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่โรงหนึ่ง ดังนั้นในวันสุดท้ายของการประชุม ดร.โสภณเลยเหมาแท็กซี่จากโรงแรมใจกลางกรุงไปที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 56 กิโลเมตรทางทิศตะวันตก แล้วตรงไปส่งสนามบินซึ่งอยู่ทางใต้ห่างออกไปอีก 60 กิโลเมตรเลย งานนี้ใช้เงินไปประมาณ 2,000 บาท เพื่อไปค้นหาความจริงกันว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ ปลอดภัยจริงหรือไม่ เผื่อจะทำให้คนไทยคลายกังวลลงได้บ้าง
           โรงงานไฟฟ้าถ่านหินนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sultan Salahuddin Abdul Aziz Power Station เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกของมาเลเซีย ตั้งขึ้นเมื่อปี 2528 ตั้งอยู่ในเขตเมือง Kapar ในรัฐ Selangor การปรากฏขึ้นของโรงไฟฟ้าแห่งนี้แสดงว่าไทยเรายังนำหน้ามาเลเซียในการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งที่แม่เมาะและกระบี่มานานแล้ว เอาแค่ที่กระบี่ก็เดินเครื่องตั้งแต่ปี 2509 แล้ว ยิ่งกว่านั้นยังเป็นประจักษ์หลักฐานชี้ให้เห็นว่าขนาดมาเลเซียที่มีแก๊สและน้ำมันเหลือเฟือในราคาถูก ยังหันมาใช้ถ่านหินซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่า และหลังจากการตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้สำเร็จ ก็ยังได้ตั้งใหม่อีกหลายแห่ง
           จะสังเกตได้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ และแห่งอื่น ๆ ในมาเลเซีย ล้วนตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเลย แตกต่างจากโรงไฟฟ้ากระบี่ที่ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งนับสิบกิโลเมตร นี่แสดงว่าเขามั่นใจในความปลอดภัย ไร้กังวล การมีโรงไฟฟ้าห่างฝั่งมากไป อาจส่งผลเสียต่อต้นทุนการขนส่งถ่านหินซึ่งมาทางทะเลด้วยซ้ำไป แหล่งถ่านหินใหญ่ของโรงไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ ขนส่งทางเรือมาจากประเทศอินโดนีเซีย ถ่านหินเหล่านี้คือ 'บิทูมินัส' ซึ่งเป็นถ่านหินที่ดีกว่าลิกไนต์ ซึ่งเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพต่ำกว่า ดร.โสภณเองก็เกือบได้ไปประเมินเหมืองถ่านหินที่เกาะบอร์เนียว (เสียดายต้องรอไปก่อน) แต่เท่าที่ศึกษาเหมืองแต่ละแห่งดำเนินการบนพื้นฐานความปลอดภัยสูงมาก (ต่างจากที่เอ็นจีโอเที่ยวโพนทะนา
           การมีโรงไฟฟ้าถ่านหินทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้น รวมทั้งการจ้างงานทางอ้อม เช่น การค้าขายต่างๆ ถ้าปิดไป เช่นการปิดเหมืองทองคำพิจิตรในไทย ก็ทำให้คนงานตกงานนับพันๆ คน การค้าขายในพื้นที่ก็คงมลายไปด้วย คนคงต้องเข้าเมืองหางานในกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน ยิ่งในแง่ของอสังหาริมทรัพย์ การเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้านี้ย่อมส่งผลดีในแง่ที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น เพราะมีคนมาทำงานกันมาก ก็ต้องการที่พักอาศัย หรือแหล่งการค้าเพื่อการจับจ่ายใช้สอยของพนักงานในพื้นที่ ก็ย่อมทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นผิดครับความวิตกในตอนแรกๆ ว่าจะเกิดมลพิษต่างๆ นานา
           ส่วนอสังหาริมทรัพย์ด้านการเกษตร ก็ไม่มีปัญหาผลกระทบใดในด้านสิ่งแวดล้อม ยังปรากฏมีสวนยาง สวนปาล์มทั้งเก่าและใหม่อยู่โดยรอบอย่างหนาแน่น การนี้แสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรมแต่อย่างใด ยิ่งในแง่ของที่อยู่อาศัยของชาวบ้านทั่วไป ก็พบว่ามีที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงโดยรอบมีทั้งชุมชนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ นี่ถ้าโรงไฟฟ้าถ่านหินมีมลพิษจริงเค้าคงไม่ให้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างแน่นอน
           ตอนแรกตั้งโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ก็มีเสียงคัดค้านว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นพื้นที่อพยพของนกจากทางไกลและเป็นแหล่งนกในท้องถิ่นอีกด้วย แต่การที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ดำรงอยู่ได้มาระยะหนึ่ง เสียงคัดค้านก็หายไปเพราะพิสูจน์ได้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่มีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่นี้ในกรณีประเทศไทย พวกเอ็นจีโอกลับอาศัยความกลัวมาข่มขู่ไม่ให้สร้างโดยไม่ยอมให้โรงไฟฟ้าได้พิสูจน์ให้เห็นเลย ทางที่โรงไฟฟ้าใหม่ที่กระบี่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าในมาเลเซียเสียอีก
           ตอนนี้มีการกระพือข่าวโดยพวกเอ็นจีโอว่ามีการปิดโรงไฟฟ้ามากมายหลายแห่งโดยเฉพาะในจีน ข่าวนี้เป็นการบิดเบือนเพราะการปิดโรงงานที่ก่อมลพิษ จีนก็ดำเนินการปิดอยู่ตามปกติอยู่แล้ว แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ในประเทศต่างๆยังอยู่และยังจะสร้างต่อไปอีกมาก จากรายงานผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าอนาคตของถ่านหินสดใสมากเนื่องจากเทคโนโลยีในแต่ละประเทศสามารถควบคุมมลพิษได้แล้วและที่สำคัญราคาถูกที่สุด
           แบบอย่างมาเลเซียจึงชี้ชัดว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินปลอดภัย อย่าให้พวกเอ็นจีโออาศัยความกลัวมาทำลายผลประโยชน์ของประชาชนจากการได้พลังงานราคาถูกและปลอดภัยเลยนะครับ พวกเอ็นจีโอมักมีข้ออ้างอยู่ร่ำไป เช่น แม้ว่าความปลอดภัยจะดี แต่คนไทยคุณภาพไม่ดี จึงควบคุมโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ดี อาจเกิดอุบัติเหตุได้ นี่คงเป็นการดูถูกและตบหน้าคนไทยชัดๆ ถ้ากลัวมากทำเอ็นจีโออ้างก็คงต้องจ้างวิศวกรมาเลย์ ญี่ปุ่น หรือเยอรมนีมาควบคุมแล้วหรอครับ
           มาร่วมกันทำความจริงให้ปรากฏอย่าให้พวกเอ็นจีโอหลอกลวงเราได้นะครับ
Youtube ดูวิดิโอคลิก: http://bit.ly/2ncHl4w
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1893.htm


  ได้ยินเหมือนกันเหรอ : คนไทยในต่างประเทศจัดหนักให้เผด็จการคสช..”ปายุด” ถึงกับแช่ง
โพสต์โดย: NightOwl - 03-27-2017, 03:44 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ข่าวพาดหัวจาก “มติชน “ บอกว่า “ประยุทธ์ แช่งคนต่างประเทศจ้องด่า ขอให้ปวดท้อง ลั่น ยิ่งไล่ยิ่งอยู่เอาให้รู้กันไป!! “

[Image: 32-10.jpg]

ตัดตอนมาจากเนื้อในข่าว “ปายุด” ว่า :

“วันนี้ใครอยากจะด่ารัฐบาลก็ด่าไป ผมก็ไม่ขอรับอะไรทั้งสิ้น เพราะผมไม่ได้ทำ ส่วนไอ้คนด่าก็คงปวดท้องวันนี้ขอว่าอย่าทำให้สังคมเสียหายและอย่าทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดเมื่อเขาไม่เข้าใจเราหรือเข้าใจผิดเขาก็ไม่มา เขาก็ไม่ซื้อสินค้าเรา ผมขอถามว่าผมไปละเมิดสิทธิมนุษยชนตรงไหน ก็มีแต่บางคนเท่านั้นที่จะต่อต้านผมในต่างประเทศ ก็มีแต่คนไทยที่ไปพูดให้ประเทศเสียหายในต่างประเทศ ขอถามจริงๆว่าทำเพื่ออะไร เดี๋ยวผมก็ไปแล้วถึงเวลาเราก็ต้องไป แล้วจะทำไปทำไม ทำแล้วคิดว่าไล่ผมได้หรือ ทำแล้วคิดว่าผมจะไปหรือ ยิ่งทำก็ยิ่งอยู่ เอาให้รู้เรื่องกันไปเลย อยากรู้จริงๆ ว่าพวกคุณทำไปทำไม ขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำตามความต้องการของพวกเขาอยู่แล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูดไป วันนี้ผมเห็นประชาชนเดือดร้อน ผมอยากช่วยเหลือ ขอบอกไว้เลยถ้าคนไทยไม่พัฒนาขึ้นภายใน 5 ปีอันตราย แต่เมื่อพูดแบบนี้กลับไปก็โดนด่า แต่ในเมื่อคุณว่าผมผมก็จะตอบแบบนี้ เค้ายิ่งไล่ผมก็ยิ่งอยู่ ใครเห็นด้วยขอให้ยกมือ ผมไม่ใช่นักการเมืองคงไม่ต้องหาเสียงแต่อยากถามความคิดเห็นพวกคุณเท่านั้น”

ครับ....คนไทยที่รักประชาธิปไตยในต่างประเทศ “รุกหนัก “ หลายกลุ่มหลายเหล่าออกคลิปมาฟังกันไม่หวาดไม่ไหว..ได้รู้ถึงความจริงที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้..หลายๆข่าวที่เกิดขึ้น..สื่อไทยไม่กล้าลงแต่ก็ไปหาฟังเอาในยูทุบได้....ชอบใคร..แบบไหน..มีหมด...

คนไทยรู้....คนไทยพร้อม....แค่รอผู้นำ....ครับ....แค่รอผู้นำเท่านั้น....

งานนี้ทหารก็รุกหนักจะเอาตัวคนที่ต่อต้านมาลงโทษให้ได้...

ทหารเองก็ลืมหรือแกล้งลืมว่าคนไทยเหล่านั้นเขาก็มีสิทธิ์รักบ้านรักเมืองรักประเทศชาติเหมือนกัน...เพียงแต่เขายังยึดอำนาจเอาประชาธิปไตยที่เผด็จการปล้นเอาไปมาสู่มือประชาชนยังไม่ได้..กำลังยังน้อย..แต่เขาก็สู้....ไม่ละความพยายาม...

เกิดวันหนึ่งวันใด..วันที่ประชาชนเหลืออดเหลือทน..ต่อการกดขี่บีบคั้นจากรัฐบาลเผด็จการ...เขาพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้...เผด็จการหนีตูดแหกแน่..

เชิญอ่านข่าวรายละเอียดครับ :

ประยุทธ์ แช่งคนต่างประเทศจ้องด่า ขอให้ปวดท้อง ลั่น ยิ่งไล่ยิ่งอยู่เอาให้รู้กันไป!!

บิ๊กตู่ ซัด พวกป่วนอยู่ต่างประเทศ บอกเหนื่อยใจ ขอคนไทยอย่าเชื่อ แฉ จ้องด่ารัฐบาล ลั่นยิ่งไล่ยิ่งอยู่เอาให้รู้กันไป ระบุอย่าหวังให้ทำตามข้อเรียกร้องพวกต้านรัฐบาล แช่งคนด่าขอให้ปวดท้อง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนครพนม จากนั้นออกเดินทางโดยขบวนรถยนต์ ไปยังโรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เพื่อพบประชาชนที่มาให้การต้อนรับกว่า 3,000 คน จากนั้น นายกฯได้ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ท“ต่างประเทศเวลามาเที่ยวเมืองไทยเขาติดใจไม่อยากกลับ เว้นแต่คนไทยไม่ติดใจประเทศตัวเอง ไม่อยากอยู่ อยากไปอยู่ที่อื่น แปลกดีนะ ไม่ใช่พวกเรานะ มีบางพวกชอบหนีไปอยู่ที่อื่น มันไม่ใช่ มันต้องอยู่ประเทศไทย แผ่นดินไทยเกิดที่นี่ ต้องอยู่ที่นี่ ตายที่นี่ อะไรหนีไปอยู่ที่อื่น แล้วก็ด่าประเทศไทยโครมๆ ท่านยอมหรือ ผมไม่ทำหรอกไอ้แบบนี้ อย่าไปเชื่อเขา ไม่เชื่อผมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปเชื่อเขาแล้วกัน ผมก็เหนื่อยใจ”

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องอุตสาหกรรมเราเป็นประตูหลายประตู แต่ชอบปิดประตูเอาไว้ มันต้องเปิดประตูแต่ต้องมีกฎหมายกติกาที่พร้อมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เราเปิดประตูแต่อีกข้างเขายังควบคุมอะไรไม่ได้ เราต้องค่อยๆไล่เรียงไป การเปิดทุกประตูดีอยู่แล้ว แต่เราควบคุมได้หรือไม่ เรามีเจ้าหน้าที่ มีด่านพอหรือยัง ความมั่นคงมันต้องมี จะทำอะไรก็ตามอย่าคิดว่ามันไม่มีอะไรในบ้านเรา โอกาสมันมีทุกประเทศในโลก ดีว่าคนไทยเป็นคนน่ารัก เชื่อใจ เชื่อมั่น มีความรัก ความซื่อสัตย์ กตัญญู ใครให้อะไรก็รับหมด แต่วันนี้ก็แถมสักนิดเวลาใครเขาให้อะไรมา ดูว่าเขาให้ถูกหรือให้ผิด

นายกฯ กล่าวว่าอยากให้เกษตรกรลองนำมันญี่ปุ่นมาเพาะปลูกเพราะราคาดีกว่ามันแกว ไม่ใช่มันแกวไม่ดี แต่มันแกวราคาถูกทำให้เกษตรกรรายได้อาจไม่พอ อีกทั้งมันญี่ปุ่นมีรสชาติดี ราคาสูง ประชาชนนิยม แม้เราจะยึดหลักความพอเพียงแต่เราจะต้องนึกถึงความก้าวหน้าของประเทศควบคู่ไปด้วย เราต้องช่วยกันพัฒนาประเทศ ส่วนผลไม้ไทย อาทิ แตงโม ลิ้นจี่หากตลาดประชารัฐเราสามารถส่งออกต่างประเทศได้รับรองว่าคนไทยรวยเละเพราะผลไม้ไทยอร่อย ทั้งนี้ขอให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีและมาใช้เกษตรอินทรีย์แทน

นายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องโรดแมปขอให้ทุกคนอยากกังวล ช่วงระยะเวลา 20 ปีข้างหน้าประเทศจะเดินไปอย่างไรก็ขอให้ทุกคนไปขอจากรัฐบาลหน้า วันนี้ตนวางแผนให้แล้ว และต้องพัฒนาให้ได้ภายใน 5 ปีที่เหมือนกับเด็กต้องเดินให้ได้ หากเดินแล้วล้มนั้นไม่แข็งแรง จึงขอแค่ 5 ปีให้ทุกคนคิดแบบตน รัฐบาลหน้าใครจะทำตนไม่รู้ แต่ขอให้ทำแบบที่ตนคิดไว้ให้ ยืนยันว่าไม่ได้บังคับว่าต้องทำตรงโน้นตรงนี้ก่อนหลัง ตนไม่เขียนแบบนั้นแน่นอน

นายกฯกล่าวว่า เพียงแค่เขียนไว้ว่ายุทธศาสตร์ที่ 1 คือประเทศชาติต้องมีความมั่นคงด้านต่างๆ ไม่ใช่เพียงความมั่นคงด้านทหารตำรวจเท่านั้น ส่วนความมั่นคงเราต้องสร้างให้คนอื่นเขาเกรงใจ ในเมื่อคนอื่นเขามีแต่เราไม่มีเขาก็ไม่เกรงใจเรา ซึ่งเรียกว่าศักยภาพการรบที่ไม่มีตัวตนยุทธศาสตร์ที่ 2 คือลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนโดยประชาชนมีส่วนร่วม เริ่มจากการแก้กฎหมายทั้งหมดก็คงเกือบ 3,000 ฉบับยุทธศาสตร์ที่ 3 คือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง เช่น เป็นประชาธิปไตยแล้วจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรไม่ให้มีการบาดเจ็บและสูญเสีย ไม่มีอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ใช่คิดว่าไม่ใช่พวกตนก็เอาให้เละไปเลย แบบนี้ไม่ถูกต้อง ประชาธิปไตยไม่ใช่แบบนั้น รัฐบาลประชาธิปไตยจะต้องนำความเห็นที่ต่างมาคิดว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร หาวิธีการแก้ไข ไม่ใช่ต่อสู้ บิดเบือน ทำผิดกฎหมาย ถามว่ารัฐบาลนี้บังคับหรือไม่ คนที่มานั่งด่าตนโครมๆ ทุกวันตนจะจับก็ได้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 ต้องเป็นการพัฒนาที่สร้างความสมดุลยระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาทุกข้อเคยทำมาแล้วแต่ไม่ทำอย่างจริงจัง ตนเพียงแค่เข้ามาจัดกลุ่มให้ชัดเจน

“วันนี้ใครอยากจะด่ารัฐบาลก็ด่าไป ผมก็ไม่ขอรับอะไรทั้งสิ้น เพราะผมไม่ได้ทำ ส่วนไอ้คนด่าก็คงปวดท้องวันนี้ขอว่าอย่าทำให้สังคมเสียหายและอย่าทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดเมื่อเขาไม่เข้าใจเราหรือเข้าใจผิดเขาก็ไม่มา เขาก็ไม่ซื้อสินค้าเรา ผมขอถามว่าผมไปละเมิดสิทธิมนุษยชนตรงไหน ก็มีแต่บางคนเท่านั้นที่จะต่อต้านผมในต่างประเทศ ก็มีแต่คนไทยที่ไปพูดให้ประเทศเสียหายในต่างประเทศ ขอถามจริงๆว่าทำเพื่ออะไร เดี๋ยวผมก็ไปแล้วถึงเวลาเราก็ต้องไป แล้วจะทำไปทำไม ทำแล้วคิดว่าไล่ผมได้หรือ ทำแล้วคิดว่าผมจะไปหรือ ยิ่งทำก็ยิ่งอยู่ เอาให้รู้เรื่องกันไปเลย อยากรู้จริงๆ ว่าพวกคุณทำไปทำไม ขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำตามความต้องการของพวกเขาอยู่แล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูดไป วันนี้ผมเห็นประชาชนเดือดร้อน ผมอยากช่วยเหลือ ขอบอกไว้เลยถ้าคนไทยไม่พัฒนาขึ้นภายใน 5 ปีอันตราย แต่เมื่อพูดแบบนี้กลับไปก็โดนด่า แต่ในเมื่อคุณว่าผมผมก็จะตอบแบบนี้ เค้ายิ่งไล่ผมก็ยิ่งอยู่ ใครเห็นด้วยขอให้ยกมือ ผมไม่ใช่นักการเมืองคงไม่ต้องหาเสียงแต่อยากถามความคิดเห็นพวกคุณเท่านั้น” นายกฯกล่าว

จากนั้น นายกฯและคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของบ้านสวย เมืองสุข และกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านเนินน้ำคำ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมทักทายประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และร่วมถ่ายรูปเซลฟี่ด้วย โดยระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการ นายกฯ ได้ร่วมเป่าแคนกับชาวบ้านที่มาต้อนรับ โดยนายกฯ ระบุด้วยว่า “วันนี้ไม่ได้ซ้อมมา” พร้อมได้ปลูกต้นกันเกรา ภายในโรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ และเดินทางต่อ ไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดสองข้างทางที่ขบวนรถนายกฯ ผ่าน ได้มีประชาชนออกมายืนโบกมือต้อนรับหน้าบ้านและตามจุดต่างๆ

http://www.matichon.co.th/news/509909


  ผู้ต้องหา กบฏ โทษประหารชีวิต.......แต่เสือกออกมาบงการเจ้าหน้าที่รัฐได้...
โพสต์โดย: NightOwl - 03-27-2017, 01:45 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

โดยคุณ Chuu

26 มี.ค. 2017

ผู้ต้องหา กบฏ โทษประหารชีวิต...........แต่เสือกออกมาบงการเจ้าหน้าที่รัฐได้...ยุติธรรมแบบหัวKวยโคตรฟ่องโคตรแม่งมรึง...

ไอ้นี่....มันคน หรือ สัส อลัชชี กันแน่.......เป็นถึงผู้ต้องหา กบฏ ร้ายแรง....ต่อประเทศชาติ...แต่กลับได้รับการประกันตัวออกมา....ไม่มีที่ไหนในโลกเขายอม

ให้ทำ.....และยังสามารถเดินลอยนวลเย้ยฟ้าท้าดิน...ออกมาบงการเจ้าหน้าของรัฐ.....ด้วยการชี้นำ....ให้กระทำต่อการล้มล้างวัดพระธรรมกาย....อย่างตามใจ

ชอบ......โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของรัฐหน้าไหนกล้าเข้าจัดการกับมัน....ราวกับว่ามันเป็นเจ้าของประเทศนี้เสียเอง.......แล้วถามว่า ท่าน ผอ.สำนัก

พุทธฯ...เข้าแจ้งความจะเอาผิดเรื่องคลิป....ไปเพื่ออะไร.....ทั้งๆที่ไอ้สันดานตัวนี้...มันมีคดี กบฏ ติดต้วมาอยู่แล้ว....ก็เพียงทำเรื่องถอนประกัน......ง่ายๆเพียง

แค่นี้มันก็ต้องเดินเข้าคุกถูกจับสึกอีกต่างหาก....เรื่องง่ายกลับไม่ทำ...แต่ทีเรื่องตั้งข้อวัดพระธรรมกาย แหละเก่งนัก.......ช่วยฝากไปบอกว่า....ไอ้คนที่ชอบใช้คำ

สั่ง ม44 นั้น......เมื่อไหร่มรึงจะจับไอ้พวก กบฏ เข้าคุกกันเสียที.....หรือมันเป็นฟ่องมรึงถึงไม่กล้าแตะต้องมัน......

คลิปเผือกร้อน!หลุดหรือจงใจสนทนาลับหลวงปู่พระพุทธะอิสระกับ ผอ.สำนักพุทธฯ

https://www.youtube.com/watch?v=Mlf14YR5cu4

ถึงไอ้คนหน้าโง่ทั้งหลาย.....ที่ศรัทธาเรียกมันว่า.....หลวงปู่พุทธะอิสระ......ตาไม่ปอด..หรือไม่ก็....มีสมองไว้แค่เพียงจดจำอย่างเดียว....แต่คิดไม่

เป็น....ไม่ได้แตกต่างไปจากฝูงฟายสลิ่ม...ที่ถูกฝึกให้จำโดยไม่ต้องคิด...หรือคิดเฉพาะสิ่งที่ให้จำ....จึงพากันโง่เขลาไปตามๆกัน...โง่เหมือนกัน

หมด..........เช่น.....สิ่งที่ทักษิณทำนั้นต้องเลวหมดโดยไม่ต้องคิด....สิ่งที่ทักษิณสัมผัส ....ปฏิบัติธรรมในวัดพระธรรมกาย..........ก็กลายเป็น

ว่า.......วัดฯจะต้องเลวอย่างที่ทักษิณเป็น....จึงไม่ต้องคิด....พากันออกมาต่อต้านวัดฯเหมือนเช่นฝูงวัวฝูงควาย.......เพราะเป็นเช่นนี้เอง.........ถึงถูกไอ้พวก

คอสอชอ หลอกใช้เป็นเครื่องมือค้ำจุนอำนาจของพวกมัน....

[Image: 1424669402-1390400410-o.jpg]

[Image: 1386125007-1465184101-o.jpg]

[Image: 13280972091328097394l.jpg]


  อ้าว..!..”หม่อมอุ๋ย “ แฉ 6 อดีตบิ๊กทหารดันตั้งบรรษัทนำมันแห่งชาติ..หากสำเร็จฉิบหายแน่
โพสต์โดย: NightOwl - 03-27-2017, 01:29 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

มันก็มีคำถามว่า..ทำไมถึงมาแฉตอนนี้....แล้วจริงหรือที่ทหารต้องการที่ว่า....

“หม่อมอุ๋ย” บอกว่า….

“หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงจะมีผลเสียต่อประเทศชาติเป็นอย่างมากชนิดที่ว่าจะแก้กลับไม่ได้ และนั่นก็คือความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจะเข้ามามีอำนาจเหนือแหล่งพลังงานและกิจการพลังงานของชาติ “

" ผมจึงขอวิงวอนมายังท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติทุกท่านได้โปรดได้ดุลยพินิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วยเถิด ผมอยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังกลับไปเหมือน 50 ปี ก่อนครับ "

เชิญอ่านข่าว..งานนี้เท็จจริงอย่างไรเชิญผู้รู้ครับ :

เปิดจม.ฉบับเต็ม”หม่อมอุ๋ย”ส่งสนช. แฉ 6 อดีตบิ๊กทหาร ดันตั้งบรรษัทน้ำมัน

[Image: 1490595859106-1.jpg]

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้พิจารณารับร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ปิโตรเลียม พ.ศ…. แต่ให้ตัดมาตรา 10/1 เรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติออกไป

โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้เขียนจดหมายถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีข้อความระบุว่า วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560 เรียนท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่นับถือ

เมื่อผมพ้นหน้าที่จากคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันมาแล้ว ผมระมัดระวังไม่ทำอะไรที่จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาลนี้ ด้วยเห็นว่าจะต้องช่วยกันผลักดันให้ประเทศของเราก้าวหน้าต่อไปอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตามมีอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งผมเฝ้าติดตามเรื่อยมา เพราะหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงจะมีผลเสียต่อประเทศชาติเป็นอย่างมากชนิดที่ว่าจะแก้กลับไม่ได้ และนั่นก็คือความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจะเข้ามามีอำนาจเหนือแหล่งพลังงานและกิจการพลังงานของชาติ

ท่านสมาชิก สนช. คงพอจะจำได้ว่าเมื่อตอนต้นปี 2558 รัฐบาลในขณะนั้นเห็นว่าแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ขุดเจาะใช้อยู่ในปัจจุบันมีปริมาณลดน้อยลง จนอาจจะหมดไปในระยะเวลา 4-5 ปี จำเป็นต้องมีการสำรวจหาแหล่งใหม่ที่ยังมีก๊าซธรรมชาติเพียงพอที่จะเจาะนำขึ้นมาใช้ได้อีกนาน กระทรวงพลังงานจึงได้ประกาศเชิญชวนให้บริษัทเอกชนที่สนใจ ยื่นข้อเสนอในการสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ โดยจะให้สัมปทานในการขุดเจาะแก่ผู้ที่สำรวจพบและเสนอผลประโยชน์แก่รัฐสูงที่สุด ปรากฏว่ามีผู้ออกมาคัดค้าน โดยมิได้คัดค้านในประเด็นที่จะต้องมีการสำรวจ แต่คัดค้านว่าไม่ควรให้สัมปทานแก่ผู้ที่สำรวจพบ และเสนอแนะใช้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) แทน ด้วยเชื่อว่าระบบ PSC จะให้ประโยชน์แก่ประเทศมากกว่าระบบสัมปทาน การคัดค้านดังกล่าวทำให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนใจและหยุดการประกาศเชิญชวนให้สิทธิสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 21ไว้

ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบดูแลกระทรวงพลังงานจึงเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบนโยบายว่าจะให้มีการสำรวจหาแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมหรือไม่ คำตอบของนายกรัฐมนตรีก็คือ ยืนยันที่จะให้มีการสำรวจ และมอบให้ผมแก้ไขกฎหมาย (พ.ร.บ.ปีโตรเลียม) เพื่อมิให้การสำรวจและการผลิตจำกัดอยู่เฉพาะระบบสัมปทานดังที่ปรากฏอยู่ใน พรบ. ฉบับที่ใช้อยู่ ผมได้มอบให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานร่างแก้ไขกฎหมายให้เปิดกว้าง โดยให้รวมถึงระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) และ ระบบจ้างสำรวจและผลิตด้วย

ผมเสนอร่างดังกล่าวต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2558 คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยเร่งพิจารณาให้จนเสร็จเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมแล้วส่งกลับมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปรากฏว่าไม่มีการนำเรื่องเสนอที่ประชุม ครม. จนผมต้องไปตามเรื่องจึงทราบว่าติดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในที่สุดก็ยอมให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคม 2558 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อตราเป็นกฎหมายออกใช้ เพื่อที่จะได้สามารถเริ่มการสำรวจก๊าซธรรมชาติได้ทันใช้

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือทันทีที่ ครม.มีมติดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้บอกผมว่าก่อนนำเสนอ สนช. ขอให้ผมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพลังงานของ สนช. ผมได้ปฏิบัติตามโดยเชิญคณะกรรมาธิการดังกล่าวมาสนทนากันที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ผู้ที่มาพบมีด้วยกัน 7 คน ปรากฏว่าเป็นอดีตนายทหารระดับสูงถึง 6 คน เมื่อผมชี้แจงแล้วก็ได้รับคำตอบว่าไม่ขัดข้องที่จะเปิดทางเลือกในการสำรวจและการผลิตให้มีหลายวิธี แล้วเลือกจากวิธีที่ประเทศชาติได้รับประโยชน์สูงสุด แต่เห็นว่า พรบ.ฉบับนี้ยังขาดไปอีก 1 เรื่อง คือเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างมาก ผมได้ชี้แจงกลับทันทีว่าจุดมุ่งหมายของการออก พรบ.ใหม่ฉบับนี้ก็เพื่อจะเปิดโอกาสให้มีการสำรวจก๊าซธรรมชาติโดยให้ครอบคลุมถึงวิธีการต่างๆให้มากขึ้นกว่าระบบสัมปทานแต่อย่างเดียว ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของภาคประชาชน ไม่เคยมีใครพูดถึงบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเลย กระทรวงพลังงานไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ และเมื่อนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมร่างกฎหมาย ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ตัวแทนคณะกรรมาธิการดังกล่าวก็ยังยืนยันว่าควรเพิ่มเติมเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเข้าไปด้วย ผมได้แจ้งว่าคงจะเติมให้ไม่ได้เพราะไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล และจะขอเสนอร่างไปยัง สนช. ตามที่ร่างไว้

ครั้นถึง 19 สิงหาคม 2558 ผมก็พ้นจากตำแหน่งโดยยังไม่ทันได้เสนอร่าง พรบ. ดังกล่าวต่อ สนช. รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนต่อมาได้นำร่าง พรบ. ดังกล่าวเสนอต่อ สนช. ตามเนื้อหาที่ร่างไว้เดิม ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการการพลังงานได้เสนอร่าง พรบ. เพิ่มเติมอีกฉบับหนึ่งเพื่อจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ รัฐบาลจึงส่งร่าง พรบ. ทั้งสองฉบับไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา หากเห็นด้วยก็อาจรวมเป็นร่างเดียวกันได้

คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีที่คุมงานของกระทรวงพลังงานไปชี้แจง ซึ่งท่านได้ชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยและไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ คณะกรรมการกฤษฏีกาจึงได้ปฏิเสธที่จะเพิ่มเติมเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเข้าไปในร่าง พรบ. ของรัฐบาล และส่งเรื่องกลับไปยัง ครม. ซึ่งได้มีมติให้ส่งร่างเดิมของรัฐบาลไปยัง สนช. เพื่อพิจารณาออกเป็นกฏหมายต่อไป

ร่าง พรบ.ดังกล่าว (ที่ไม่มีเรื่องบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ) ได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. ในวาระหนึ่งและ สนช. ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระ 2 ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของสภานิติบัญญัติ กล่าวคือในการพิจารณาในวาระ 2 คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มเติมเรื่องใหม่ซึ่งเป็นการแก้ไขหลักการของ พรบ. โดยเติมมาตราเกี่ยวกับการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเข้าไปในร่าง ทั้งๆ ที่รัฐบาลผู้เสนอร่างไม่มีนโยบายที่จะทำ และไม่มีการระบุหลักการและเหตุผลที่จำเป็นต้องจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติแต่ประการใด การเพิ่มเติมเรื่องใหม่นี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งปรากฏว่ามีการขอเพิ่มเติมข้อความในเรื่องนี้กลับไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการถึงสองครั้ง และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็ได้กระทำการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยการโอนอ่อนผ่อนตามให้มีการเพิ่มมาตราในเรื่องใหม่ดังกล่าว ทั้งที่รัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่จะทำ และแม้กระทั่งการศึกษาถึงผลได้ผลเสียตลอดจนความจำเป็นในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ รัฐบาลก็ยังไม่เคยทำไว้ คณะรัฐมนตรีไม่มีความจำเป็นแต่ประการใดเลยที่จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามคำขอที่ไม่ชอบมาพากลของคณะกรรมาธิการฯในเรื่องนี้ นอกเสียจากว่าจะเกรงใจใครบางคนหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งมีอิทธิพลอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย

มาตราที่เพิ่มเติมใหม่นี้คือ มาตรา 10/1 ซึ่งมีข้อความว่า

มาตรา 10/1 ให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเมื่อมีความพร้อม โดยพิจารณาจากผลการศึกษาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดของรูปแบบและวิธีการดำเนินการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

ร่างพรบ. ฉบับใหม่นี้ได้ถูกนำบรรจุวาระเพื่อการพิจารณาในวาระ 2 และ วาระ 3 ในวันที่ 30 มีนาคม 2560 นี้ ซึ่งหากที่ประชุม สนช. มีมติอนุมัติก็จะสามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งหมายความว่ากลุ่มบุคคลที่ต้องการให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ สามารถเริ่มผลักดันด้วยการเริ่มเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ การศึกษาผลดีผลเสียก็คงจะเตรียมกันไว้แล้วในแนวทางที่ต้องการ หน่วยงานที่เห็นว่ายังไม่มีความพร้อมเพียงพอหรือมองเห็นถึงผลเสียเป็นอันมาก ก็คงจะไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะคัดค้านได้ เพราะแม้แต่เรื่องที่รัฐบาลไม่เห็นด้วย กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ก็ยังผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมายจนได้ ต้องมีผู้มีอำนาจหนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน

สาเหตุที่ไม่ควรมีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาตินั้น เป็นเพราะผมเองได้เคยเห็นข้อความในร่างที่มีผู้เตรียมการเพื่อเสนอจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งระบุว่า “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นผู้ถือสิทธิ์ในทรัพยากรปิโตรเลียมทุกชนิดของประเทศ” และ “ในระยะเริ่มต้นของการดำเนินงาน ให้กรมพลังงานทหารเป็นหน่วยงานที่บริหารบรรษัทน้ำมันแห่งชาติไปก่อน…”

หากเป็นไปตามร่างดังกล่าว กิจการน้ำมันของประเทศก็จะถอยหลังไป ผมจำได้ว่าเมื่อ 50 ปีก่อน ขณะที่กรมพลังงานดูแลกิจการน้ำมัน เรามีน้ำมัน ‘สามทหาร’ ของไทยที่มีส่วนการตลาดน้อยมากและถูกครอบงำโดยบริษัทน้ำมันต่างชาติเป็นสำคัญ ต่อมาเราก่อตั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่เสมือนบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งปรากฏว่าพัฒนามาได้ดีอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เหนือกว่าบริษัทน้ำมันต่างชาติทั้งหมด ปตท. ได้พัฒนาแหล่งพลังงานใหม่คือก๊าซธรรมชาติรองรับความต้องการพลังงานที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ได้ขยายตัวไปสำรวจและผลิตในต่างแดนนำพลังงานกลับมารองรับความเจริญของประเทศได้อย่างทันเหตุการณ์ ได้ขยายเครือข่ายการขายออกไปคุมตลาดในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ และได้ตั้งบริษัทในเครือเพื่อดำเนินกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานอีกหลายบริษัท เรามีรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่บรรษัทน้ำมันแห่งชาติได้ดีอยู่แล้ว ถ้ามีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติใหม่เกิดขึ้นมาและใช้อำนาจที่มีกฎหมายรองรับ ดึงกรรมสิทธิ์ของพลังงานทุกชนิดมาอยู่ที่บรรษัทใหม่แห่งนี้ วิสาหกิจและกิจการของบริษัทพลังงานต่างๆ หลายแห่งจะดำเนินอยู่ต่อไปได้อย่างไร กิจการเหล่านี้เป็นกิจการขนาดใหญ่ หากต้องหยุดลง ปัญหาอาจลุกลามจนเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจได้ และบรรษัทใหม่ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์จะพัฒนาตนเองให้สามารถรองรับความเจริญทางเศรษฐกิจได้เพียงพอหรือ? จะสามารถรับมือกับปัญหาและพัฒนาการใหม่ๆ ของกิจการพลังงานได้หรือ? กิจการพลังงานของเราซึ่งรุดหน้ามาด้วยดี คงจะสะดุดจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้

ผมจึงใคร่ขอร้องมายังท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทุกท่านที่จะเข้าประชุมในวันที่ 30 มีนาคม 2560 นี้ได้โปรดช่วยชาติด้วยการใช้ความระมัดระวังในการลงคะแนนเสียงเพื่อมีมติเกี่ยวกับ พรบ.ปิโตรเลี่ยม ในวาระ 2 และ วาระ 3 ถ้าท่านจะลงมติผ่านร่าง พรบ. ตามที่คณะกรรมการวิสามัญเสนอมาซึ่งรวมมาตรา 10/1เท่ากับว่าท่านสนับสนุนให้เกิดบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งจะมีผลเสียต่อความเจริญของประเทศอย่างแน่นอน แต่ถ้าท่านลงมติไม่รับร่างดังกล่าวเราก็จะไม่มีกฎหมายรองรับการสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ ฉะนั้นจะ เป็นไปได้ไหมครับที่จะลงมติรับร่างโดยให้ตัดมาตรา 10/1 เรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติออกไป ถ้าได้เช่นนั้น ประชาชนคนไทยคงจะขอบใจ และวางใจได้ว่าเรายังมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อยู่

เพื่อนของผมบอกผมว่าถึงผมจะอ้อนวอนอย่างไรก็คงไม่สำเร็จ เพราะในสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดปัจจุบันมีทหารอยู่มากกว่าครึ่ง ทหารก็คงจะลงมติตามที่กลุ่มทหารเสนอมา ผมตอบเขาไปว่าทหารทุกคนรักชาติไม่แพ้พวกเรา หากไม่มีใครชี้แจงให้เขาเห็นข้อดีข้อเสีย เขาก็จะลงมติตามที่บอกต่อกันมา แต่ถ้าเราชี้แจงให้เขาเห็นอย่างชัดเจนถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติ เขาก็จะคิดได้และเขาก็มีความเป็นตัวเองที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ผมจึงขอวิงวอนมายังท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติทุกท่านได้โปรดได้ดุลยพินิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วยเถิด ผมอยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังกลับไปเหมือน 50 ปี ก่อนครับ

ขอแสดงความนับถือ
(ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล)

http://www.matichon.co.th/news/510037


  ไอ้พวกควายสมชื่อ ที่มีทั้ง คสช สนช สปท และลิ่วล้อ
โพสต์โดย: NightOwl - 03-27-2017, 10:25 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ที่คิดจะกำหนดการพัฒนาประเทศไว้ 20 ปีล่วงหน้า

โดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พวกมันคงไม่รู้ว่าโลกจะพัฒนาไปไกลขนาดไหน

ในทิศทางที่พวกมันไม่มีโอกาสได้เรียนรู้

เพราะมัวแต่กดขี่ ขูดรีด เข่นฆ่าประชาชน

บทความนี้ (ยาวมาก) แต่ประชาชนต้องอ่าน

แล้วจะตาสว่างกันทั่วหน้าว่า "ไอ้พวกควายสมชื่อ"

มันโง่สมบูรณ์แบบจริงๆ
__________________

[Image: ?type=3]

เชิญอ่านครับ:

Credit : ประสิทธิ์ องอาจตระกูล

นี่คือความเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้ ต้องอ่านให้ได้นะครับ ยาวหน่อยแต่ต้องเตรียมตัวนะครับ สืบเนื่องจากการปิดตัว ของ หนังสือพิมพ์ บ้านเมือง

คุณประสิทธิ์ องอาจตระกูล ให้ความเห็นว่า .....

@ โลกดิจิตอล "น่ากลัว" กว่าที่คิด !!!
เปรียบเหมือน "คลื่นยักษ์" ที่ทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า

@ หลังจากที่คลื่นลูกนี้ Disrupt (ทำลายล้าง) ธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปแล้ว ต่อมาก็ทำลายล้างธุรกิจเทปซีดี ตอนนี้กำลังทำลายล้างธุรกิจทีวีและธุรกิจสิ่งพิมพ์
(ปัจจุบัน คนแทบไม่ดูทีวี คนอ่านหนังสือน้อยลงมาก หันไปเล่น Smartphone กันหมด)

@ ต่อไปคลื่นลูกนี้กำลังมุ่งสู่ธุรกิจการเงิน สาขาของธนาคารหลายแห่งจะปิดตัว หรือควบรวมกิจการ ห้างสรรพสินค้าจะกลายเป็นเหมือนโชว์รูม คือ คนไปเดินดูสินค้า แต่ไม่ซื้อ กลับมาซื้อผ่านออนไลน์ที่ถูกกว่า 20-30% และมีธุรกิจอีกมากมายที่ "รอคิว" ที่จะถูกทำลายล้างอยู่

@ ภายในอีกไม่กี่ปี ตำแหน่งงานในสหรัฐ จะหายไปหลายล้านตำแหน่ง

@@@ ถามว่า "ตัวเราล่ะ" เตรียมพร้อมที่จะรับคลื่นลูกนี้หรือยัง?
เตรียมพร้อมเพื่อรับแรงกระแทกจากคลื่นดิจิตอล คลื่นยักษ์ที่จะทำลายล้างทุกสิ่ง
ยกเว้น "คนที่พัฒนาและปรับตัว" อยู่เสมอ

@ ดูบทความนี้ประกอบครับ
โลกเปลี่ยน...คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัวคิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว!!!

@ ตรงกับบทความในหนังสือ
“This is a กู” ว่า...
โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน
หลายอย่างตอนนี้ มันตีลังกากลับหัวหมด
กลับหัวจนคนไทยงง และตามไม่ทัน

@ เมื่อก่อนธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือ
ต้องมีโรงงาน มีสำนักงาน มีบุคคลากรเยอะๆ
แต่สมัยนี้ ยิ่งน้อยยิ่งดี
แต่น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ
คนน้อย กำไรเยอะ ค่าตอบแทนสูง
มันกลับหัวไปหมดจากอดีต

@ Apple ไม่เคยมีโรงงานผลิตของตัวเอง แต่ครองตลาดอันดับ 1 ของโลก เพราะจ้างผลิตล้วนๆ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี

@ Facebook , Google มีรายได้มหาศาลจากโฆษณา โดยไม่มีพนักงานขายโฆษณาเลยสักคน เพราะใช้พาร์ทเนอร์ และให้ลูกค้าทำเองได้ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี

@ วันนี้ไม่เพียงแต่ตัวอย่างข้างต้น แต่เราจะเห็นโมเดลธุรกิจแบบนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เฮ่ย ! นี่เรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น ไม่เชื่อคุณดูข้อมูลต่อไปนี้

@ Uber เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ไม่มีรถของตัวเองสักคน

@ Alibaba เป็นแหล่งค้าปลีกออนไลน์ ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แต่ไม่เคยมีสินค้าและสตอกสินค้าเลยสักชิ้น

@ และล่าสุด Airbnb ผู้จัดหาห้องพักใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ไม่มีห้องพักของตัวเองเลยแม้แต่ห้องเดียว

@ นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน
หลายอย่าง มันตีลังกากลับหัวหมด
คุณตามการเปลี่ยนแปลงทันนะครับ...

@ "ร้านค้าอยู่บนอากาศ
สาขาคือมนุษย์ทุกๆคน"

@@@ ชีวิตในอนาคต

โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร?
ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?

@ ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คนและมียอดขาย 85% ของกระดาษภาพถ่ายทั่วโลก แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีรูปแบบธุรกิจของพวกเขาหายไปและต้องประสบกับภาวะล้มละลาย

@ สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทโกดักจะเกิดขึ้นอีกกับอีกหลายอุตสาหกรรมใน 10 ปีข้างหน้า และคนส่วนใหญ่จะยังมองไม่เห็น จะมีใครในปี 1998 ที่คาดคิดบ้างว่าอีก 3 ปีต่อมาคุณจะไม่ถ่ายภาพบนแผ่นฟิล์มกระดาษอีกต่อไป กล้องดิจิตอลอันแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1975 มีความละเอียดเพียง 10,000 พิกเซล

@ ตามกฎของมัวร์ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่สร้างความผิดหวังในตอนแรกและใช้เวลานานก่อนที่มันจะกลายเป็นความสำเร็จและเป็นวิธีที่ดีกว่าในเวลาอันรวดเร็ว
มันจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์), สุขภาพ, รถยนต์ไฟฟ้า, ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ,การศึกษา, เครื่องพิมพ์ 3 มิติการเกษตรและการจ้างงาน

@@@ ขอต้อนรับเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และต้อนรับสู่ยุคทวีคูณ

1. ซอฟแวร์จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดใน อีก 5-10 ปีข้างหน้า Uber เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ใด ๆ แต่จะกลายเป็นบริษัท รถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbnb จะเป็นบริษัท โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใด ๆเลยคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์)จะฉลาดขึ้นเป็นทวีคูณและมีความเข้าใจโลกดีกว่ามนุษย์ ในปีนี้คอมพิวเตอร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นเกมหมากรุกโกะ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ถึง10 ปี

2. ในสหรัฐอเมริกา, ทนายความที่จบใหม่เริ่มตกงาน เพราะคอมพิวเตอร์ IBM Watson, สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย พื้นฐานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและมีความแม่นยำถึง 90% เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีความแม่นยำเพียง 70% ดังนั้นถ้าคุณกำลังเรียนกฎหมายอยู่ก็เลิกได้เลย เพราะในอนาคต อาชีพทนายจะหายไปกว่า 90% เหลือแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายเฉพาะด้านเท่านั้น

3. ปัจจุบันคอมพิวเตอร์วัตสันได้เข้ามามีส่วนช่วยพยาบาลในการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า

4. Facebook ขณะนี้มีซอฟแวร์ในการจดจำรูปแบบใบหน้ามนุษย์ที่เหนือกว่าคน ในปี 2030 คอมพิวเตอร์จะเริ่มฉลาดกว่ามนุษย์

5. รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคันแรกจะเผยโฉมต่อสาธารณชนในปี 2018
ประมาณปี 2020 อุตสาหกรรมรถยนต์จะล่มสลาย ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมีรถยนต์เป็นส่วนตัวอีกต่อไป เพราะเพียงแค่คุณโทรศัทพ์เรียก รถแท๊กซี่ก็จะมารับคุณในตำแหน่งที่คุณเรียกและส่งคุณไปยังจุดหมายปลายทาง โดยคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่จอดรถแต่จ่ายเฉพาะค่ามิเตอร์และยังสามารถทำงานไปด้วยในขณะเดินทางอีก ลูกๆของเราก็ไม่จำเป็นต้องสอบใบขับขี่หรือซื้อรถยนต์

6. ตัวเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปเพราะรถยนต์จะหายไปจากท้องถนนถึง 90-95% เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จอดรถให้กลายเป็นสวนสาธารณะได้
อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละ 1.2 ล้านคนก็จะลดลง
รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรจากหนี่งรายต่อทุก 100,000 กม.เหลือเพียงหนึ่งรายต่อทุก 10 ล้านกม. ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตมนุษย์ได้ปีละนับล้านคน

7. บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่จะประสบกับการล้มละลาย บริษัท รถยนต์ที่อนุรักษ์นิยมจะเพียงแค่พยายามพัฒนารถยนต์ของตนให้ดีขึ้นในขณะที่ บริษัท TECH (Tesla, Apple, Google) จะปฏิวัติการสร้างรถยนต์โดยใส่คอมพิวเตอร์ลงในล้อรถยนต์ ผมคุยกับวิศวกรจากโฟล์คสวาเกนและออดี้; พวกเขากลัวคู่แข่งอย่างเทสลามาก

8. บริษัท ประกันภัยจะเกิดปัญหาใหญ่เพราะเมื่อไม่มีอุบัติเหตุ, เบี้ยประกันก็จะถูกลง 100 เท่า รูปแบบธุรกิจประกันภัยรถยนต์จะหายไป

9. อสังหาริมทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าคุณสามารถทำงานได้ระหว่างการเดินทาง คนก็จะย้ายออกไปอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกที่มีทัศนียภาพสวยงามกว่ามากขึ้น

10. รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นรถยนต์กระแสหลักภายในปี 2020 เมืองก็จะมีเสียงดังหนวกหูลดลงเพราะรถทุกคันจะเป็นรถไฟฟ้า

11. ราคาค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงและเป็นพลังงานสะอาดอย่างเหลือเชื่อ: การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา แต่คุณเพิ่งจะเห็นผลกระทบของมัน ปีที่แล้วมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินฟอสซิล ราคาค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกลงอย่างมากจนทำให้บริษัทเหมืองแร่ถ่านหินต้องปิดตัวลงในปี 2025

12. ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกลงจะทำให้มีน้ำราคาถูกและเหลือเฟือจากการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดโดยการใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 2kWh ต่อการผลิตน้ำจืดหนึ่งลูกบาศก์เมตร เราจะไม่ขาดแคลนน้ำในสถานที่ส่วนใหญ่อีกต่อไป เพียงแต่อาจขาดแคลนน้ำดื่มเท่านั้น ลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าทุกคนสามารถมีน้ำสะอาดให้ใช้ได้เท่าที่เขาต้องการโดยเกือบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเลย

13. สุขภาพ: ร​​าคา Tricoder X จะมีการประกาศในปีนี้ จะมี บริษัทที่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทำงานได้กับโทรศัพท์ของคุณ (ชื่อ "Tricorder" มาจากภาพยนตร์เรื่อง Star Trek) ซึ่งจะสแกนม่านตาของคุณ พร้อมทั้งตรวจตัวอย่างเลือดและลมหายใจของคุณแล้ววิเคราะห์ ข้อมูลทางชีวภาพ 54 ตัวที่จะบอกโรคได้เกือบทุกชนิดด้วยราคาที่แสนถูก ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ก็จะสามารถเข้าถึงการแพทย์ระดับโลกในราคาที่เกือบฟรี

14. การพิมพ์ 3 มิติ: ราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ถูกที่สุดได้ลดลงจาก 18,000 $ มาเป็น400 $ ภายในเวลาเพียง 10 ปีและมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่า บริษัทรองเท้าใหญ่ๆได้เริ่มต้นการผลิตรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงในสนามบินที่อยู่ห่างไกลก็เริ่มมีการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบินโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว สถานีอวกาศในขณะนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เอง เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บอะไหล่จำนวนมาก ในปลายปีนี้ สมาร์ทโฟนใหม่จะมีความสามารถในการสแกน 3 มิติ ที่จะทำให้คุณสามารถสแกนเท้าของคุณและพิมพ์รองเท้า 3 มิติที่เหมาะสมกับเท้าของคุณไว้ใส่เองที่บ้าน ได้ ประเทศจีนในขณะนี้มีการสร้างอาคารสำนักงาน 6 ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้แล้ว ภายในปี 2027 10% ของผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

15. โอกาสทางธุรกิจ: ถามตัวคุณเองก่อนว่า "ในอนาคตจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นไหม" ถ้าคำตอบคือใช่ คุณจะมีวิธีทำให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไหม แต่ถ้ามันไม่สามารถจะใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ของคุณ ก็จงลืมความคิดนั้นไปได้ เพราะความคิดใด ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสำเร็จในศตวรรษที่ 20 จะล้มเหลวในศตวรรษที่ 21
16. ตำเหน่งงาน: 70-80% ของตำเหน่งงานจะหายไปใน 20 ปีข้างหน้า จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอในระยะเวลาที่สั้นเกินไป

17. การเกษตร: ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการเกษตรราคาถูกเพียงตัวละ 100 $ เกษตรกรในโลกที่ 3 จะทำงานเป็นผู้จัดการแทนที่จะทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน การเกษตรแบบ Aeroponics จะใช้น้ำน้อยมาก

18. เนื้อลูกวัวที่ผลิตในจานเพาะเลี้ยงเซลและเริ่มมีการขายในขณะนี้จะมีราคาถูกลงกว่าเนื้อลูกวัวจริงภายในปี 2018
ปัจจุบัน 30% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดใช้สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ ในอนาคต พื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

19.โปรตีนจากแมลงจะมีการวางตลาดในเร็วๆ นี้ มันมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ และมันจะถูกติดฉลากว่าเป็น "แหล่งโปรตีนทางเลือก" (เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการกินแมลงเป็นอาหาร)

20. มีแอปที่เรียกว่า "moodies" ซึ่งสามารถบอกอารมณ์ของคุณได้ในปัจจุบัน แต่ภายในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันที่สามารถบอกการแสดงออกทางใบหน้าของคุณว่าคุณกำลังพูดโกหกอยู่ ลองนึกถึงภาพคนดีที่มายืนยันว่า อุปกรณ์ GT 200 ทำงานได้จริง แต่ขณะถูกถ่ายทอด แอปบอกว่าคนคนนี้กำลังตอแหลอยู่

21. Bitcoin Onecoin Crypto-currency (เงินดิจิตอลที่ใช้ซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต): จะกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักในปีนี้ และอาจจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองด้วย

22. อายุวัฒนะ: ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น 3 เดือนต่อทุกปี
สี่ปีที่แล้วอายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 79 ปี ปัจจุบันนี้เพิ่มเป็น 80 ปี ภายในปี 2036 เราทุกคนอาจมีชีวิตยืนยาวไปถึงมากกว่า 100 ปี

23. การศึกษา: ปัจจุบันราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 10 $ ในแอฟริกาและเอเชีย ภายในปี 2020 คนในโลก 70% จะมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ เด็กทุกคนสามารถใช้ Khan Academy สำหรับเรียนรู้ทุกสิ่งที่เด็กในโรงเรียนของประเทศที่เจริญแล้วเรียนได้ ซอฟแวร์นี้ได้เปิดใช้แล้วในประเทศอินโดนีเซียและจะมีเป็นภาษาอาหรับ ภาษาสวาฮิลีและภาษาจีนในฤดูร้อนนี้ สำหรับApp ภาษาอังกฤษจะเปิดให้ใช้ฟรีเพื่อให้เด็กในประเทศแอฟริกาได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องเคล่วภายในเวลาเพียงครึ่งปี

ดังนั้น ผู้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับอนาคตจึงจะอยู่รอดและได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่/



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.