ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

อีเมล:
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 662
» สมาชิกล่าสุด: robysanesi
» กระทู้: 5,788
» โพสต์: 8,812

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 : มันสาย...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 07:30 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 2,293
เมื่อศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คิด...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 05:50 AM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 4,029
ด่วน!! บรรยากาศ ประชุมเคร...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-20-2018, 05:09 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 225
ผมชักจะรำคาญพฤติกรรมของศา...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-19-2018, 06:56 AM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 556
บทความเดียวจากวอชิงตันโพส...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-17-2018, 03:42 PM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 397
ช่างว่าได้ถูกต้องจริงๆ:"ผ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-16-2018, 07:04 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 74
ว่าแล้ว... “หมู่บ้านผู้พิ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-15-2018, 09:36 AM
» ตอบกลับ: 5   » อ่าน: 2,452
ฮาบ่าฮู้..ฮาบ่าหัน..ว่าสู...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-12-2018, 03:26 PM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 822
ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า : ศ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-11-2018, 02:50 PM
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 1,096
เอากันตรงๆเลยนะ กรณี “หมู...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
04-10-2018, 06:32 AM
» ตอบกลับ: 7   » อ่าน: 1,694

 
  ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 : มันสายไปเสียแล้ว....ที่เพิ่งมาตื่น..ยังมีหน้ามาขออยู่ 10 ปี..เพื่อ
โพสต์โดย: admin - เมื่อวานนี้, 07:30 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 : มันสายไปเสียแล้ว....ที่เพิ่งมาตื่น..ยังมีหน้ามาขออยู่ 10 ปี...เพื่อ..


1. พิสูจน์ถึงความตั้งใจในการดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้เกิดความเสียหาย

2. อ้างว่าหากทุบทำลายทิ้งถือว่าเป็นการทุบทำลายสิ่งแวดล้อม...

3. อ้างว่าการใช้กฏหมาย พรบ.สิ่งแวดล้อม มาระงับการใช้พื้นที่ให้เป็น No Man Land และการผนวกให้เป็นพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ก็เป็นเรื่องยากในทางกฏหมาย

4. อ้างว่ามีความตั้งใจในการดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะในทางกฏหมายการรื้อถอน เป็นไปได้ยาก นอกจากทำลายทรัพย์สินราชการแล้ว ยังต้องมีแนวทางในการหาที่พักใหม่ให้ผู้พิพากษา ที่ต้องใช้เวลาและกำลังจะมีงานใหญ่ที่ต้องพิจารณาคดีเลือกตั้งท้องถิ่น จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ ยืนยัน

5. อ้างว่าพร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ศาล ไม่ใช่ในค่ายทหาร ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยมีหนังสือเชิญให้ไปพูดคุยกับประชาชน

[Image: 31072832_1751994354843813_65174753075778...e=5B5E0D4D]
นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 (เสื้อสูทดำ) 

นาย ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฏีกา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 (เสื้อสูทครีม ) 


[Image: 31091971_1751995488177033_76273977287978...e=5B665904]
สรุปแล้วมันก็ละตันหาของตัวเองที่อยากไปอยู่ไม่ได้ เรื่องอื่นๆแถทั้งนั้น ทำเรื่องง่ายๆให้ยากยิ่งขึ้น....

แนะนำไปแล้วว่า “เริ่มต้นมายังไง ให้ไปอย่างนั้น “  ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจ...

เราก็จะรบไม่เลิกเพื่อความต้องการของพวกเรา..ใช่ไหมพี่น้อง....

ป.ล. ขอฝากความเห็นของคุณ ทนง ทองภูเบศร์ หนึ่งในกลุ่มเครือข่ายมาให้อ่านด้วย :

“ ทำไมไม่ยอมรับเสียทีว่า เป็นการแสดงท่าทีและพฤติกรรม ที่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมเข้าใจยากจัง ตัดไม้ทำลายป่าไปขนาดนี้ ยังจะไม่ยอมรับอีก แล้วจะให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาได้อย่างไร ? ขอความกรุณา เถอะครับ ถอย และรื้อโครงการบ้านพักตามที่ประชาชนเรียกร้องเถอะครับ มันมาไกลแล้ว เดี๋ยวจะกลับไม่ถูก
 

เชิญอ่านแถลงการณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ครับ :
 
 
"ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5" ยืนยันพร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ศาล ไม่ใช่ในค่ายทหาร ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยมีหนังสือเชิญให้ไปพูดคุยกับประชาชน ฝ่ายตุลาการพร้อมขออยู่บ้านพัก 10 ปี หากทุบอาคารถือว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ??????

นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 (เสื้อสูทดำ) พร้อมยอมรับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ ขอประชาชนร่วมแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ไม่ว่าจะอย่างไรศาลตั้งใจจะปลูกป่ารักษาป่าอย่างดีที่สุด


ขณะที่ นาย ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฏีกา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 (เสื้อสูทครีม ) เสนอให้โอกาสผู้พิพากษาได้พักอาศัย เป็นเวลา 10 ปี เพื่อพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะในทางกฏหมายการรื้อถอน เป็นไปได้ยาก นอกจากทำลายทรัพย์สินราชการแล้ว ยังต้องมีแนวทางในการหาที่พักใหม่ให้ผู้พิพากษา ที่ต้องใช้เวลาและกำลังจะมีงานใหญ่ที่ต้องพิจารณาคดีเลือกตั้งท้องถิ่น จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ ยืนยัน ผู้พิพากษาทุกคนรักเชียงใหม่ รักดอยสุเทพ รักป่า และไม่อยากมีข้อพิพาทกับประชาชน ส่วนข้อเสนอการใช้กฏหมาย พรบ.สิ่งแวดล้อม มาระงับการใช้พื้นที่ให้เป็น No Man Land และการผนวกให้เป็นพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ก็เป็นเรื่องยากในทางกฏหมาย



ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยืนยันพร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ศาล ไม่ใช่ในค่ายทหาร ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยมีหนังสือเชิญให้ไปพูดคุยกับประชาชน รวมทั้งการขออนุญาตเข้าพื้นที่ เป็นการขอมากำหนดแนวเขต ไม่ใช่การพูดคุย แต่อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่สำนักงานศาลยุติธรรม หากประชาชนต้องการให้ชี้แจงก็พร้อมจะพูดคุยอย่างสันติวิธี


วันนี้มีการปลูกต้นไม้เนื่องในวันสถาปนา 136 ปี ศาลยุติธรรม ที่สำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ #บ้านพักตุลาการ #ข่าว3มิติ


  เมื่อศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา..คนล้านนาก็จะจัดให้..”สงคราม 9 ทัพ ! “...
โพสต์โดย: admin - 04-20-2018, 05:22 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (2)

เมื่อศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา..คนล้านนาก็จะจัดให้..”สงคราม 9 ทัพ ! “...


ทางเครือข่ายฯ ประกาศว่า..” เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมแล้วรอพบกับ อภิมหาโปรเจค "สงคราม9ทัพ" เร็วๆนี้ที่เชียงใหม่!! รับรองยิ่งใหญ่กว่าครั้งใหนๆแน่นอน?? 

[Image: 4bVw1wz.jpg]

ก่อนอื่นผมก็ขอชื่นชมเครือข่ายฯ ทุกกลุ่ม ทุกท่าน ที่จุดประเด็น “ขอคืนพื้นที่ ป่าแหว่ง “ ขึ้นมาจนทำให้สังคมตื่นตัวและไม่พอใจในเหตุผลของศาลอุทธรณ์ที่นำมากล่าวอ้าง..

แถมยังดื้อรั้นยืนหยัดในสิ่งที่พวกตนต้องการโดยไม่สนใจใยดีในความรู้สึกของประชาชนในท้องถิ่นซึงเป็นเจ้าของพื้นที่มาแต่โบราณกาล..

แม้จะถูกด่าสาปแช่งไปทั่วสิบทิศเป็นพันๆหมื่นๆ..ราย(ไปหาดูได้ในโซเชี่ยลมีเดีย) 

ก็ยังออกมายืนกรานเช่นเดิมและก็ไม่กล้ามาพบเครือข่ายฯ อันเป็นตัวแทนของประชาชนชาวล้านนาที่เขาเคารพนับถือ “ดอยสุเทพ” อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขามาแต่โบราณกาล หากจะอธิษฐานขอพรครั้งใดก็จะยกเอาพระธาตุดอยสุเทพมากล่าวอ้างกราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง....

แล้วบัดนี้.. ชนกลุ่มน้อยไม่กี่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา เป็นอภิสิทธิ์ชนจะมาสร้างบ้านพักอยู่บนดอยเหนือหัวพวกเรา..เราจะต้องกราบไหว้ขี้ไหว้เยี่ยวและสิ่งปฎิกูลที่พวกมันเอามาทิ้งทับถมไว้...แล้วมันจะไหลซึมลงมาในอ่างเก็บน้ำกินน้ำใช้ของชาวเชียงใหม่ตามระบบนิเวศน์...

พี่น้องทนได้หรือ...ผมทนไม่ได้....จะขอเข้าร่วมต่อต้านร่วมกับเครือข่ายฯ ในฐานะราษฎรเต็มขั้นที่เห็นด้วยกับประเด็นของเครือข่ายคือ “ ต้องทุบทิ้งแล้วคืนพื้นที่ให้ป่าสถานเดียว “

การประกาศสงคราม 9 ทัพของชาวเชียงใหม่...Count me in..!


  ด่วน!! บรรยากาศ ประชุมเครียดหลังจาก ศาลปฏิเสธการเข้าตรวจสอบพื้นที่วันนี้ ??
โพสต์โดย: admin - 04-20-2018, 05:09 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ตามนี้เลยครับ.....


https://www.facebook.com/DoiSuthepMounta...513703944/



ผมมีความเห็นว่า...เลิกไปคุยกับมันได้แล้ว....มันไม่เห็นหัวเราหรอก..

 

ให้คิดดำเนินการรณรงค์ต่อต้าน..ทุกรูปแบบที่จะทำได้....


 


  ผมชักจะรำคาญพฤติกรรมของศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่ขาดความรับผิดชอบ..!
โพสต์โดย: akausa - 04-19-2018, 04:54 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

ผมชักจะรำคาญพฤติกรรมของศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่ขาดความรับผิดชอบ..!

เรื่องพื้นที่ “ป่าแหว่ง “ นี่...ใครเป็นคนก่อ...? ป่าเขาเป็นป่าอยู่ดีๆ....ก็ไปทำเรื่องขออนุญาตมาสร้างบ้านพักที่ตรงนั้น...(จำเพาะเจาะจงที่ตรงนั้นด้วยนะ )

[Image: 1212-1.jpg]

แล้วมางุบงิบแผ้วถางทำลายป่า สร้างบ้านอย่างหรูหราอลังการ จนกระทั่งมีคนเอาไปเผยแพร่จนกระจายเป็นวงกว้าง ชาวบ้านไม่ยอมจึงออกมาต่อต้านให้รื้อถอนแล้วให้คืนสภาพป่าดังเดิม..

งานนี้หลายๆหน่วยงานก็ต้องมาร่วมสังฆกรรมด้วย ซึ่งก็มีทั้ง Pro และ Against เดือดร้อนไปทั่ว...

เพราะสิ่งที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ได้กระทำลงไปโดยขาดความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี....

แล้วก็อ้างแต่ กฎหมาย....กฎหมาย...กฎหมาย......ทุเรศ...!...

เมื่อตัวเองก่อแล้วทำไมไม่รู้จักแก้....ได้มาไม่ว่าทางช่องทางไหน..ก็เอาไปคืนในช่องทางนั้นเลย..

จะต้องให้ประชาชนและหน่วยงานอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อนด้วยทำไม....

มันไม่ควรจะเป็นปัญหาของรัฐบาลด้วยซ้ำ......

ทุกอย่างตัวเองเป็นคนคิด..เป็นคนก่อ...ทำไมไม่คิดให้รอบคอบว่าอะไรควรไม่ควร...

มีปัญหาขึ้นมาแล้วก็จะปัดให้คนอื่นรับผิดชอบอย่างนั้นหรือ..?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่ไม่รู้ อิโหน่อิเหน่ อะไรด้วย....แต่เอาเงินภาษีของเขามาใช้...

หยุดได้แล้วนะ..แล้วไปแก้ไขเอง...เริ่มมาจากตรงไหนแก้ไขให้มันเป็นศูนย์ตรงนั้น..อย่าโยนบาปให้คนอื่น..
ชาวเชียงใหม่ยังไงๆเขาก็ไม่ยอมหรอก...เพราะทั้งป่าและพื้นที่เป็นของพวกเขามาก่อน...

ป.ล. รู้ไว้ด้วยว่ากลุ่มและคณะของท่านที่มาดำเนินการเรื่องนี้...กำลังทำให้ผู้พิพากษาที่อื่นๆทั้งประเทศเสื่อมเสียไปด้วย


[Image: 30729957_1661104347319094_60111392900697...e=5B52A9C9]


  บทความเดียวจากวอชิงตันโพสต์ ก็รู้ถึงเผด็จการทหารของไทยไปทั่วโลก....ว่า....
โพสต์โดย: admin - 04-17-2018, 12:55 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

บทความเดียวจากวอชิงตันโพสต์ ก็รู้ถึงเผด็จการทหารของไทยไปทั่วโลก....ว่า....


ปลิ้นปล้อน ไม่มีสัจจะ หลอกแม้กระทั่งชาวโลก  หวงอำนาจ ย่ำยี ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน..

อย่างที่เขาถามว่า “ ปายุด “ จะรักษาคำสัญญาครั้งสุดท้ายว่าจะให้มีเลือกตั้งหรือไม่ ? “

Will Thailand’s general-prime minister make good on his latest promise to hold elections?

แล้วนี่อีก....

Prayuth’s junta has sharply curtailed civil liberties, silencing dissidents, jailing activists and banning peaceful assembly

“ ปายุด “ ได้กำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน กำจัดคนต่อต้าน  เอาไปขังแล้วยังปิดกั้นแม้แต่การต่อต้านที่สงบเรียบร้อย “

ว่าไปถึงเมื่อสิบปีที่แล้วไทยเคยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเซียแต่เศรฐกิบกับทรุดโทรมล้าหลังแม้เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน...

สรุปแล้วทั้งหมดที่เขาเขียนถึงเผด็จการทหารไทยว่าได้ถูกต้องไม่มีผิด...

เขาคงจะแปลกใจนะ...ว่าทำไมคนไทยถึงทนได้ทนดีกับการข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ..

เชิญอ่านบทความครับ :
 
Will Thailand’s general-prime minister make good on his latest promise to hold elections?

[Image: AFP_13M4NT.jpg?uuid=_ZkNvj6cEeiXT6rNl2mM7w]
 Thai prime minister Prayuth Chan-O-Cha walks to attend a cabinet meeting in Bangkok. (Lillian Suwanrumpha/AFP/Getty Images)

By Anna Fifield April 15 Email the author

BANGKOK — After he took off his army general’s uniform and put on a prime ministerial suit in 2014, Thai junta leader Prayuth Chan-ocha pledged to lead the country back to democracy, although he said it would be “Thai-style democracy.”

Four years on, it appears that “Thai-style democracy” means holding an election that returns Prayuth as leader, whether as prime minister or behind the scenes, even as he suggests he has no such plans.

“Why should I stay on in power for another 20 years?” Prayuth said in a speech at a university in Bangkok last week, referring to a 20-year strategic policymaking plan his junta has adopted. “I am 60 now, and that’s already old. I need to rest.”  


A handful of students protested against the junta leader, holding signs calling him a dictator.



Prayuth has repeatedly postponed promised elections, and there is little confidence here that he will make good on his most recent pledge: elections by the end of February 2019.



“Even if there are elections, I won’t be jumping up and down with excitement,” said Pavin Chachavalpongpun, a Thai political scientist forced into exile because of his criticism of the junta.



This is not least because the junta, technically known as the National Council for Peace and Order, oversaw the introduction of a new constitution that entrenches the military’s power and the influence of unelected judges and other officials. And its 20-year plan would constrain governments elected in the future.



“The military-drafted constitution has been written in such a way that any future government will have extreme difficulty running the country,” Pavin said. “The military will still have the remote control and will be able to operate things from behind the scenes.”



Thai junta enjoys absolute power as opposition quietly bides its time  ]



Prayuth portrayed himself as a reluctant leader after he seized power in the wake of Prime Minister Yingluck Shinawatra’s removal from office in 2014, in the most recent of more than a dozen coups since Thailand became a constitutional monarchy in 1932.



The junta was needed, he said, to quell conflict between the mostly rural “red shirt” supporters of Yingluck and her brother Thaksin Shinawatra — who was himself ousted as prime minister in a military coup in 2006 — and the “yellow shirts,” largely comprising the urban middle class and royalists. Yingluck and Thaksin are both in exile.

But Prayuth has clearly come to enjoy power in the past four years, taking to the regions to promote a nationalistic, populist message and whip up support for the junta, and repeatedly signaling that he would be happy to continue serving as prime minister.



The military government probably fears the loss of control once elections take place, said Thitinan Pongsudhirak, a political scientist at Chulalongkorn University in Bangkok.



“There’s also the classic and timeless intoxication of power. For those in power without clear changeover mechanisms like term limits and elections, it is just hard to step down,” he said. “And the military government will be afraid of retribution and possible revelations and prosecution of its own wrongdoings.”



Initially, after so much upheaval during the prime ministerial terms of Thaksin and Yingluck, many Thais — especially in the business sector — were relieved at the stability the junta brought. This stability was particularly welcome when the king died in 2016 after seven decades on the throne, a seismic event for Thailand.



But the economy’s growth rate has remained low compared with that of other countries in the region, leading some economists to talk about a “lost decade” for a country that was one of the “Asian tigers” in the 1990s.



“There are all the same problems that existed before the junta took over which have not been solved, like a lack of regional development,” said Joshua Kurlantzick, a Southeast Asia expert at the Council on Foreign Relations in Washington.



And Prayuth’s junta has sharply curtailed civil liberties, silencing dissidents, jailing activists and banning peaceful assembly. Prayuth has embraced Thailand’s lèse-majesté laws, under which anyone who defames or insults the royal family can be imprisoned for up to 15 years.



One day after coup, Thai junta moves to tighten its grip ]



Months have turned into years without elections, and the repressed demand for democracy is now palpable here. 



A total of 69 existing parties and 98 new parties submitted documents in the month after the junta opened the electoral commission for registrations on March 1. The junta has imposed strict rules on how parties can meet and campaign.



“People want to see an alternative, people want to see the parliament working again,” said Thanathorn Juangroongruangkit, a political newcomer who has electrified the debate here. 



A hugely successful 40-year-old auto parts magnate, Thanathorn launched the progressive Future Forward Party last month, casting it as an alternative to the two main current political forces: the Shinawatras’ party and the military. 



“It is proven that military governments with unelected power cannot solve the problems. It’s time for us to say, ‘Enough,’ ” Thanathorn said recently at the Foreign Correspondents’ Club of Thailand. “Once this military government goes back to their barracks, we need to make sure they will not, ever again, seize the power of the elected government in the future.”



Some commentators have described Thanathorn as Thailand’s Emmanuel Macron because he, like the French president, is a young and energetic arrival on the national political scene. He has made enough of an impact to receive death threats.



But Kurlantzick said he doubts that Thanathorn or anyone else will be able to take on the entrenched political machinery. “There is a lot of pent-up demand, but I’m not sure it’s enough to energize a large portion of the electorate,” he said. “I don’t think a new person could emerge and build a grass-roots national movement that quickly.”



Thai junta leader seeks to replace martial law with sweeping new powers ]



Former prime minister Abhisit Vejjajiva has signaled that his Democrat Party will put forward proposals based on turning Thailand into a “liberal democracy,” and his 25-year-old nephew has emerged as a fresh face in the party. 



“The new generation must work with the old generation, but the party must change, too,” Abhisit said at a party event recently.



But many of the political parties that have registered have pledged loyalty to Prayuth. One, the People’s Reform party, has declared its support for the junta leader’s continuation as prime minister.



“In my view, General Prayuth has all the qualifications, competence and integrity. Up until now, there has been no corruption scandals involving him or his family members, so he’s our best choice,” said party founder Paiboon Nititawan



But it is too early to tell whether the explosion in the number of political parties in Thailand will lead to a return to democracy, said Thitinan, the Chulalongkorn University political scientist. 




https://www.washingtonpost.com/world/asi...507c030c74


  ช่างว่าได้ถูกต้องจริงๆ:"ผมกลัวดร.สมคิดพาพวกเราไปตายเพราะหลับหูหลับตาบอกว่าเศรษฐกิจดี"
โพสต์โดย: admin - 04-16-2018, 07:04 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ช่างว่าได้ถูกต้องถึงกึ๋นจริงๆ : “ ผมกลัว ดร.สมคิดพาพวกเราไปตายเพราะหลับหูหลับตาบอกว่าเศรษฐกิจดี….

วันนี้ขอเอาข้อเขียนของ ดร.โสภณ พรโชคชัย มาให้อ่านกัน ท่านว่าได้ตามหัวข้อกระทู้นั่นแหละ...

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งก็ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ....และจะขอเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เจอมาว่าเศรษฐกิจมันย่ำแย่จริงๆ ชาวบ้านร้านตลาดไม่ว่าที่ไหนๆก็บ่นกันทั่ว..

[Image: is2803255902.jpg]

อย่างที่ผมไปเจอพ่อค้าแม่ขายมาสองสามรายมันไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องเหมือนดังแต่ก่อนเช่นสมัยยิ่งลักษณ์-ทักษิณ 

ชาวบ้านว่า..ตั้งแต่คสช.เข้ามามีแต่เลวลงๆ...จะไปทำมาหากินอะไรดี...แล้วก็ด่าๆๆ..คสช. ให้ผมฟัง...

ผมก็บอกว่า “คุณมามัวแต่ด่าอย่างนี้ เขาไม่ได้ยินคุณหรอกคุณ

ต้องแสดงออก ต้องส่งเสียงให้เขาได้ยินถึงความเดือดร้อนของ

พวกคุณอย่างเช่นในตลาดนี่ต่างก็เดือดร้อนเหมือนกันหมด ทำไม

ไม่รวมตัวกันไปที่อำเภอ ไปชูป้ายถึงความเดือดร้อนของพวกคุณ

แล้วให้เป็นข่าวออกไป คุณไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรเพียงแต่ออก

ไปเรียกร้อง ไม่ได้ไปไล่หรือต่อต้านเผด็จการ ไม่ต้องกลัวเขาจับ

เข้าคุก ถึงเข้าคุกก็ยังมีข้าวกินไม่ต้องไปซื้อหากินเอง อย่างไรก็ดี

การแสดงออกอย่างนี้เขาจะเอาเราไปขังไม่ได้ ถ้าคุณไม่ทำอย่าง

ผมว่า คุณก็ไม่ต้องมาบ่น ทนไปจนกว่าจะทนไม่ได้ถึงความเดือด

ร้อนของคุณ แล้วคุณก็จะเกิดอาการบ้า..เขาก็แค่จะเห็นและคิดว่า

คุณบ้าไปคนเดียวเพราะไม่มีพลังรวมตัวกันไปร้องเรียนให้เขาหัน

มาสนใจที่จะช่วยเหลือคุณได้ “

ผมพูดจบแล้วก็บอกเขาต่ออีกว่าลองไปคิดดู เศรษฐกิจมันย่ำแย่ใครเป็นตัวการที่มันทำให้เกิดภาวะอย่างนี้ก็ต้องไปบอกให้เขารู้...

จะเลือกหาทางออกแบบไหน...จะทนจนทนไม่ได้หรือจะคิดทำตามที่ผมแนะไปก็แล้วแต่...
 
เชิญอ่านข้อเขียนของดร.โสภณ พรโชคชัยครับ :

เศรษฐกิจทรุดหนัก ฝากบอก... ด้วย


ทุกวันนี้ทางราชการใช้สื่อซึ่งครอบงำไว้อยู่หมัดโหมโฆษณาชวนเชื่อว่าเศรษฐกิจดี แต่แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังเสื่อมทรุดอย่างหนัก

อันนี้ผมไม่ได้คิดจะหักหน้าหรือไปขวางทางใคร ผมก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน ผมไม่ได้คิดอยากดัง ถ้าอยากได้ดีด้วยอามิสก็คงเชียร์รัฐแบบสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ผมก็รักชาติเหมือนกัน กลัว ดร.สมคิดพาพวกเราไปตายเพราะหลับหูหลับตาบอกว่าเศรษฐกิจดี

ผมก็เพิ่งสำรวจความเห็นของผู้ค้าในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี สยามพารากอน และห้างเอ็มควอเทียร์ เมื่อ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้างสุดหรูเริดในสยามประเทศ ผลปรากฏว่าคะแนนเฉลี่ย
อยู่ ที่ 4.8 จาก 10เท่านั้น (https://bit.ly/2EtZdQc) คือต่ำกว่าระดับปานกลางที่ 5 (คะแนนจาก 1-9) นี่แสดงว่าขนาดห้างดังๆ หรูๆ ก็ยังประสบปัญหาในการขาย และสถานการณ์การขายไม่ได้ดีขึ้นจริง

แต่บางคนอาจแก้ว่า เดี๋ยวนี้เขาสั่งซื้อของออนไลน์ เศรษฐีก็ไปซื้อของแพงๆ ที่เมืองนอกโดยตรง อันนี้คงเป็นความเข้าใจผิด เพราะของที่ขายในห้างหรูเริดนี้ เขาไม่ได้เน้นขายออนไลน์ เศรษฐีนี่แหละที่มาจับจ่ายในห้างเหล่านี้ ยังได้คะแนนแค่นี้ แม้แต่ร้านอาหารก็ยังเหงาเลย ยิ่งถ้าเทียบกับห้างเทอร์มินอล 21 อโศก ซึ่งเกรดต่ำลงมาหน่อย สถานการณ์แย่กว่า 4 ห้างดังนี้อีก ยิ่งถ้าไปห้างในย่านชานเมือง หรือต่างจังหวัด สถานการณ์เสื่อมทรุดกว่านี้มาก

ทางราชการโหมโฆษณาว่านักท่องเที่ยวมากันมากมาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีนักแล แต่แท้จริงแล้ว ผู้ค้าทั้งหลายรู้สึกว่านักท่องเที่ยวมามากกว่าเดิมบ้าง (ไม่ใช่มหาศาลดังว่า) แต่ไม่ได้ซื้อ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน มาเดินดูมากกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันตกก็เป็นพวกที่มีกำลังซื้อจำกัด โดยเฉพาะกลุ่มสะพานเป้ ซึ่งก็ไม่ได้ซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าใด ๆ อยู่แล้ว
ผมมีเสียงสะท้อนจากคนรากหญ้าที่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยค่อนข้างเสื่อมทรุด ยิ่งในช่วง Low Season (พฤษภาคม - ตุลาคม) นี้ จะยิ่งแย่กว่าเดิม โดยรวมแล้วแย่กว่า 4 ปีก่อน เซลล์ขายห้องชุดก็บอกว่าการค้าสมัยนี้แย่กว่าสมัย 4 ปีก่อนอย่างชัดเจน ชาวบ้านบอกว่ายุคนี้ดีเฉพาะคนรวย แต่ชาวบ้านทั่วไปลำบากมาก

ผู้ค้าบริเวณวัดอรุณราชวราราม ท่าเตียนแถววัดโพธิ์ ท่าช้างแถวพระบรมมหาราชวัง และถนนข้าวสาร แหล่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดในกรุงเทพ พบว่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจริง คือประมาณ 2.5% จากต้นปี2560 แต่รายได้ลดลงเหลือ 97.2% (จาก 100%) ซึ่งแม้ไม่ได้ลดลงมาก แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของชาติก็ดูตกต่ำลงจาก 100% เหลือ 96.7% เท่านั้น และที่สำคัญในปี 2562 คาดว่ายังจะลงต่อไปเหลือ 93.3% (https://goo.gl/qnscHx)

ผลการสำรวจที่คล้ายกันในย่านพัฒน์พงศ์ ปรากฏว่าส่วนมากประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลด-เศรษฐกิจตก สวนทางตัวเลขทางการ (http://bit.ly/2wzVgFL) และเมื่อเดือน พ.ค.2559 ดร.โสภณ ก็ได้ให้คณะไปสำรวจความเห็นของคนขับแท็กซี่ ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ต่างมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง (http://bit.ly/1TgPQra) ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มาเป็นหมู่คณะไม่ได้มาใช้บริการแท็กซี่ แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นก็ลดน้อยลงเช่นกัน

อย่ากระดี๊กระด๊าว่าธนาคารโลกปรับเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเป็น 4.1% แล้ว (https://bit.ly/2JyGJBQ) นี่มันเป็นการมองด้านเดียว โดยเน้นการส่งออก และที่สำคัญที่สุดก็คือ นี่เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในอาเซียน ไทยได้อันดับ 8 ในอาเซียน โตเร็วกว่าเฉพาะสิงคโปร์และบรูไนที่เป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวรวยกว่าไทยถึง 5-7 เท่าเข้าไปแล้ว ถ้าเขาเติบโตในอัตราต่ำกว่าไทย ก็ได้มากโขกว่าไทยมหาศาล อย่าลืมว่าในสมัยยิ่งลักษณ์ เศรษฐกิจไทยในปี 2555 ก็เคยเติบโต 7.2% มาแล้ว ตอนที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาปี 2554 เศรษฐกิจตกเหลือแค่ 0.8% ด้วยซ้ำไป ดังนั้นในสมัย คสช.ที่เข้ามาตอนปี 2557 ณ อัตราเจริญเติบโตที่ถูกการเมืองลากถูกลงมาเหลือ 0.9% แล้วโตเป็น 4.1% โดยใช้เวลาถึง 4 ปี จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

มาตรการอย่างหนึ่งที่เราพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือการให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเช่า 99 ปี ซึ่งเป็นการคิดผิดๆ มาโดยตลอด

17-24 มกราคม: ผมเดินทางไปประชุม Pacific Rim Real Estate Society ณ นครโอ้กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ที่นั่นเศรษฐกิจเติบโตมาก ต่างชาติแห่กันไปซื้อบ้านจนเขากำหนดห้าม แต่ไทยจะ ขายชาติท่าเดียว

29 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์: ผมไปสอนวิชาการประเมินค่าทรัพย์สินด้วยแบบจำลองทางสถิติที่กรุงคัมปาลา ประเทศยูกันดา ที่นั่นเศรษฐกิจก็กำลังโต แต่เขาไม่ให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์เลย

18-22 กุมภาพันธ์: ผมได้มีโอกาสไปร่วมท่องเที่ยวและประสานงานด้านธุรกิจ ณ ประเทศศรีลังกา ทุกวันนี้มหาอำนาจเช่นจีนและอินเดียต่างแผ่เข้ามาในศรีลังกา แต่ศรีลังกาก็ใจแข็ง ไม่ให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์เด็ดขาด

1-4 มีนาคม: ผมไปประชุมกับสมาคมนายหน้ามาเลเซีย ที่ว่ามาเลเซียให้ต่างชาติเช่าที่ 99 ปี ก็เป็นเรื่องเท็จ ต่างชาติซื้อบ้านที่มีค่าตั้งแต่ 2 ล้านริงกิตขึ้นไป (17 ล้านบาท) ที่สิงคโปร์ผู้ที่เช่าที่ดินได้ 99 ปีส่วนมากก็คือบริษัทมหาชนท้องถิ่น และเขาให้เช่าเป็นแปลงๆ ทั้งสองประเทศไม่ได้ให้ซื้อเปรอะไปหมดแบบประเทศไทย

17-23 มีนาคม 2561 ผมได้ไปสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล แม้จะยากจนข้นแค้น เขาก็ไม่อนุญาตให้ต่างชาติไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ใด ๆ เลย
24-25 มีนาคม: ผมไปประชุมสมาคมเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์อาเซียนที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทราบมาว่าที่นั่นเคยให้ต่างชาติเช่า 99 ปี เดี๋ยวนี้เหลือ 50 ปีสูงสุด ที่ลาวที่เคยให้เช่ายาวๆ ก็เหลือ 25-50 ปีแล้ว

30 มีนาคม - 1 เมษายน: ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายที่นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่นั่นเขาก็ไม่เคยคิดให้ต่างชาติไปซื้อที่ดิน ยกเว้นห้องชุดซื้อซึ่งได้แค่ 40% แต่ก็มีเพียงหยิบมือเดียว

บอกความจริงให้คนไทยรู้ เพื่อทุกคนเตรียมตัวรัดเข็มขัด ดีกว่าหลอกลวงกันไปวันๆ นะครับ
                              
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/644387
 


  ว่าแล้ว... “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ มันจะต้องลามปาม..ทหารก็ร้อนตูดแระ...
โพสต์โดย: akausa - 04-14-2018, 05:37 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (5)

ว่าแล้ว... “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ มันจะต้องลามปาม..ทหารก็ร้อนตูดแระ...เรื่องที่ดินหมู่บ้านสวัสดิการทหาร..

จากคำที่ “ปายุด “ ออกมาบอกว่าจะไม่รื้อ..จะเอาไว้ให้ประชาขนเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน..

ก็มีเสียงจากลิ่วล้อหลายฝ่ายออกมาขานรับว่า “ป่าและคนจะต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ “....

มันหมายความว่าถึงไม่ใช่ผู้พิพากษาไปอยู่...คนอื่นๆก็ไปอยู่ร่วมกันได้...

มันขัดกับความรู้สึกและความต้องการของพี่น้องชาวเชียงใหม่ว่า “ต้องรื้อแล้วให้คืนเป็นสภาพป่าสถานเดียว “

[Image: 30180081_1609663522483374_190740325_n.jp...e=5AD49027]


ตอนนี้มันเริ่มบานปลายไปแล้วจากเรื่องที่เงียบเชียบคือ “กินและฮุปที่ป่า “ กันอย่างมีความสุขเลยเถิดไปถึงแหวกที่ป่าขึ้นไปจนกลายเป็น “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ จนประชาชนท้องถิ่นเขาทนไม่ได้ก็รวมตัวกันออกมาเรียกร้อง “คืนพื้นที่ป่าให้ดอยสุเทพ “

เรื่องมันบานปลายเพราะกลุ่มอำนาจที่บริหารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่เอาเงินภาษีของประชาชนมาสร้างหมู่บ้านหรูให้กับตนเอง เป็นเสมือนวิมานในสวรรค์โดยการรุกที่ป่าขึ้นไปในดอยสุเทพจนเห็นได้ชัดแล้วก็พยายามออกมาอ้างว่าทำตามกฎหมายและมีสิทธิ์ที่จะทำได้....ยื้อเรื่องโดยอ้างกฎหมาย...

เมื่อต้องการจะยื้อโดยไม่ฟังเหตุผลและความต้องการของชาวบ้านอ้างแต่กฎหมายอย่างเดียว.....

คนเชียงใหม่ที่รักท้องถิ่นก็ไม่ได้ “โง่ “ ที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเพียงแต่ยอมมาเท่านั้น..

แต่ครั้งนี้ไม่ยอมเพราะนอกจากจะรุกพื้นที่ป่าแล้วยังเป็นการเหยียดหยามชาวบ้านที่ไปสร้างหมู่บ้านหรูอย่างนั้นบนดอยโดยใช้งบประมาณและภาษีของแผ่นดินมาสร้าง ไม่ว่าจะมองในมุมไหนมันไม่เหมาะสมมันขัดกับความรู้สึกของชาวบ้านจนเหลือรับก็เริ่มขุดคุ้ยหาข้อมูลที่มาที่ไปของป่ามาเผยแพร่ให้ประชาชนได้ทราบ(ตามข้อเขียนที่เอามาให้ดูข้างล่าง)

จนมีคำถามว่าทหารมาสร้างหมู่บ้านในที่ใกล้ๆกันแล้วเซ้งต่อได้ยังไง ลามไปจนถึงสำนักของ “ไอ้วอกวารินทร์ “ มันมาสร้างสำนักของมันอย่างหรูหราตระการตาในเนื้อที่ของทหารประมาณ 30 ไร่ได้ยังไง(อันนี้ “ปายุด “ เป็นศิษย์ของมันครับ)

แล้วยังมีเรื่องที่ทหารไปไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่แม่ริมยึดเอาไปกว่า 1500ไร่....จนมีเรื่องมีราวกับชาวบ้าน...จะเอาไปทำอะไร....นั้นเด่ยวผู้รู้ก็จะเอามาขยายต่อให้ได้รับทราบกัน...

ที่ทหารเคยบอกว่าให้ศาลไปชี้แจงกับประชาชนเองเรื่องหมู่บ้านป่าแหว่งน่ะกลายเป็นว่าทหารก็กำลังจะโดนเข้าเต็มๆ

สภาวะในตอนนี้...ทั้งทหารและศาล..กลายเป็นจำเลยของประชาชนไปแล้ว...เท็จจริงยังไงก็ติดตามอ่านข่าวดูประมาณว่า..ยิ่งขุดคุ้ย..ยิ่งเจอว่ากลุ่มที่ถืออำนาจได้ทำอะไรไว้ให้กับประชาชนไปบ้าง....

วันนี้ผมได้เอาข้อเขียนของคุณ “คำศรีดา “ เขียนถามผู้เกี่ยวข้อง ได้โดนใจมาก..เชิญอ่านครับ.....

***หากยังดื้อดึงต่อไป สิ่งที่ศาลและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จะต้องตอบคำถามประชาชนและต้องรับผิดชอบต่องบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมด

1: ทำไมไม่ใช้วิจารณญาณหรือศึกษาถึงผลกระทบตามหลักวิชาการของสภาพพื้นที่ป่าอันเป็นทรัพย์สินของชาติให้ถ่องแท้ รอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใช้พื้นที่ ก่อนการขอใช้ การอนุญาตให้ใช้ พื้นที่และการอนุมัติงบประมาณ

2 : ทราบหรือไม่ว่า ท่านกำลังทำลายป่าไม้ ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างผิดกฏหมาย
ทำไมไม่ทำประชาพิจารณ์เพื่อขอความเห็นชอบจากประชาชน ตามสิทธิชุมชนที่ประชาชนมีสิทธิตามกฎหมาย การจัดการท้องถิ่น ในการจัดการสิ่งแวดล้อม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

3 : ทำไมต้องใช้พื้นที่ป่าอย่างฟุ่มเฟือย เกินกว่าระเบียบมาตรฐานการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างบ้านพัก

4 : ทำไมต้องใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย เกินกว่าการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการทั่วไป โดยไม่สำนึกเลยว่างบประมาณเหล่านี้ มาจากภาษีของประชาชนในยามที่บ้านเมืองกำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ

5 : ทำไมไม่คำนึงถึงความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจต้องใช้งบประมาณของชาติเพิ่มเติมอีกเท่าไร ในการปกป้องอภิบาลป้องกันภัยให้พวกท่าน ทั้งๆที่ทราบดีอยู่แล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย

6 : และหากเกิดภัยภิบัติ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านพักดังกล่าว ท่านจะรับผิดชอบกับเงินงบประมาณจากภาษีของราษฎรที่ลงทุนในการก่อสร้างทั้งหมดได้หรือไม่

7 : ท่านกำลังร่วมกันทำลายความน่าเชื่อถือต่อสถาบันตุลาการ อันเป็นสถาบันอันทรงเกียรติ สร้างความคลางแครงใจ ความเสื่อมศรัทธา ความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในจิตใจของประชาชน โดยใช้กฏหมายออกมากล่าวอ้างยืนยันความถูกต้อง ในการกระทำของคนไม่กี่คน อย่างไม่ละอายและไม่เคารพในคุณธรรม จริยธรรม และไม่ให้คุณค่าในหลักธรรมาภิบาล

8 : ท่านไม่รู้สึกผิดเลยหรือ กับการออกมาโต้แย้งกับประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เห็นต่างไปจากท่าน ในแง่ความเหมาะสมและในแง่ของจริยธรรม

9 : ท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านกำลังเป็นตัวอย่างให้องค์กร หรือหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ ทำผิดหลักจริยธรรม โดยอ้างเอากฏหมายมาเป็นตัวควบคุมสังคมเพียงอย่างเดียว

10 : ท่านจะถามทำไมว่า ใครจะรับผิดชอบกับเงินลงทุนในการก่อสร้างในครั้งนี้ ท่านต้องกลับไปถาม ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในการอนุมัติให้เกิดโครงการอัปยศนี้ขึ้นในหัวใจของชาวเชียงใหม่ และคนไทยทั้งประเทศ.

คำศรีดา #ปชชตาดำๆ


ด่วนๆครับ เฉลยแล้ว‘พื้นที่บ้านพักสวัสดิการทบ.โซนที่อยู่ของนายพลรุกที่ป่าดอยสุเทพ’ใช้ทำธุกิจเซ้งระยะยาว 30 ปีไม่ได้ ผิดกฏหมายอาญาที่ดินชันขึ้นไปบนเขาชัดเจนกว่าส่วนที่เป็นแฟลตที่พัก

โครงการบ้านพักได้สร้างขึ้นในสมัยพลโทปรีชา จันทร์โอชาเป็นแม่ทัพและพี่ชายพลเอกประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. จากข้อเท็จที่ดินราชพัสดุที่อยู่ที่พื้นดินที่ราบ มีการให้เช่าพื้นที่ดินได้ตามกฏหมายกำหนดได้ แต่ไม่ใช่ที่ดินผืนป่าที่เคยเป็นที่ดินของกรมอุทยานเดิม แต่ทหารได้ไปขึ้นทะเบียนไว้ที่กรมธนารักษ์ ตรงนี้ยังถือเป็นที่ดินป่าสงวนอยู่ ไม่สามารถสร้างบ้านพักให้เอกชนเช้งระยะยาว 30 ปีตามที่พลโทวิจักร์ สิริบรรพตแม่ทัพ 3 คนปัจจุบันพูดมั่วออกสื่อ ดูจากที่ดินบ้านพักผู้พิพากษาป่าแหว่ง หน่วยราชการรุกเขตดอยสุเทพมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ป่าชุมชนอย่างชัดเจน สร้างไม่ได้ ฉะนั้นที่ดินบ้านพักหรูโซนนายพลของกรมสวัสดิการ ทบ.ไปเช่า 30 ปีสร้างบ้านขายเซ้งยาวย่อมผิดกฏหมายอาญาอย่างไม่ต้องสงสัย

‘และเป็นความต้องการของพลเอกประยุทธ์ที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายไหนไปแตะต้อง “ บ้านพักนายทหารโซนนายพล ที่บุกรุกดอยสุเทพอย่างไม่อาจปฎิเสธ อาจหมายถึงพลเอกประยุทธ์ไม่ต้องการให้ลามไปถึง”วิหารหลวงปู่เกวาวัน”ที่โหรวารินทร์ได้ตำหนักสีขาวหลังใหญ่พร้อมที่ดินเชิงดอยสุเทพมาจากการลูกศิษย์นายพลหัวหน้าคสช. ความต้องการที่จะยุติสองโครงการนี้เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ดึงไปถึงตัวพลเอกประยุทธ์ พลเอกปรีชา ผู้อนุมัติการสร้างบ้านพักนายทหารโซนนายพลตีนดอยสุเทพและผู้พิพากษาอดีตประธานศาลภาค 5 นางนุชจรินทร์ ผู้ประสานงานกับพลเอกประยุทธ์ดันงบมาสร้างบ้านผู้พิพากษาบนดอยสุเทพ’ ในช่วงรัฐบาล คสช.ขึ้นมามีอำนาจ.

ไม่ว่าความพยายามจะเสนอแนวทางยุติบาปของพลเอกประยุทธ์และน้องชายอดีตแม่ทัพภาค 3 รวมไปถึงนางนุจรินทร์ เพื่อนเรียนหลักสูตร วปอ.ของท่านประยุทธ์ ต้องไม่ลืมอดีตผู้ว่าเชียงใหม่คนสำหรับ ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล ผู้มีส่วนร่วมคนสำหรับทางฝ่ายปกครอง ทำตามคำสั่งทหารในการบุกรุกป่าสร้างบ้านพักนายทหาร / ที่ดินป่าบ้านพักผู้พิพากษายังเป็นที่ราชการใช้งานในส่วนราชการ แต่บ้านพักนายทหารโซนนายพลบนเขาดอยสุเทพ และวิหารหลวงปู่โหรวารินทร์พระอาจารย์ของพลเอกประยุทธ์ชัดเจนใช้ใช้สถานที่ทางราชการเอื้อธุรกิจเอกชน โดยใช้อำนาจมิชอบของฝ่ายทหารบีบบังคับทุกฝ่ายธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่และฝ่ายปกครองคืออดีตผู้ว่าปนัดดา

#จากโพสต์ของ ปรีชา รักษ์พลเมืองผ

ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

April 11 at 12:11am •

คลิป.. ดร.ทนง ทองภูเบศร์ พูดเกี่ยวกับบ้านพักศาลและป่าไม้

บทความ.."ปัญหานี้รัฐบาลที่มีอำนาจในตอนนี้จะทำอย่างไร?"

"..ชาวบ้านเขาค้านตั้งแต่ตัดต้นไม้ต้นแรกๆ ไม่ใช่เพิ่งมาค้านเอาตอนจะเสร็จอย่างที่กล่าวหากัน .. แต่พอมาถึงปีนี้ภาพความหรูหรา กับภาพป่าแหว่งมันชัดเจน กระแสการค้านจึงแรงขึ้น.."

"..ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครอนุญาต ใครให้สร้าง แต่คือ รัฐบาลที่มีอำนาจในตอนนี้จะทำอย่างไรต่อปัญหาที่หน่วยงานของรัฐขัดแย้งกับชาวบ้านและละเมิดสิทธิชุมชน.."
.
การขอใช้ที่บริเวณเชิงดอยมันมีขั้นตอน และเป็นการติดต่อทางธุรการของหน่วยราชการที่เป็นผู้ขอกับผู้ให้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง เพราะการขอใช้พื้นที่ต่างๆของส่วนราชการไม่ใช่งานนโยบายจึงไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของรัฐบาล
.
อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาล คสช.ด้วย
.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตให้ใช้มีผู้เกี่ยวข้องอยู่ 3 หน่วยงาน คือ ศาลผู้ขอ กับทหารที่คืนพื้นที่ที่เคยดูแลครอบครองให้กรมธนารักษ์อย่างจำเพาะเจาะจงพื้นที่และจำนวนพื้นที่ และกรมธนารักษ์เป็นผู้ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่
.
ทั้งหมดเป็นเรื่องขั้นตอนทางธุรการทั้งหมด
.
ส่วนในทางปฏิบัติการเจรจาก็มีการคุยกันในระดับหัวหน้าหน่วยงานของทั้ง 3 หน่วย ทหารจึงคืนพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้ธนารักษ์ แล้วธนารักษ์จึงอนุญาตให้ศาลใช้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
.
ส่วนการก่อสร้างของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เริ่มเอารถไปขุด ไปถางป่า ปี 58 และชาวบ้านไปเห็นก็เลยไปแจ้งอุทยานฯเพราะเข้าใจว่า เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
.
ทางอุทยานเข้ามาตรวจสอบแล้วบอกว่า ที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ทหาร ขนาดอุทยานที่เป็นคนดูแลพื้นที่ดอยสุเทพ-ปุย ยังมีข้อมูลเพียงว่า เป็นที่ทหาร
.
ชาวบ้านจึงไปถามทหาร มทบ.33 คำตอบที่ได้คือ พื้นที่ตรงนั้นคืนให้ธนารักษ์ไปแล้ว และสุดท้ายคือ ธนารักษ์ยกที่ดังกล่าวให้ศาลไป
.
ดูคลิป.. (กด Shift ค้าง คลิกซ้ายลิ้งค์นี้..)
https://www.facebook.com/DoiSuthepMounta...954485000/
.
จะเห็นว่า ชาวบ้านเขาค้านตั้งแต่ตัดต้นไม้ต้นแรกๆ ไม่ใช่เพิ่งมาค้านเอาตอนจะเสร็จอย่างที่กล่าวหากัน แต่เสียงค้านของชาวบ้านต่ออำนาจสูงสุดของประเทศ ตั้ง 2 อำนาจเสียงมันไม่เล็ดลอดออกไปสู่สังคมมากนัก
.
แต่พอมาถึงปีนี้ภาพความหรูหรา กับภาพป่าแหว่งมันชัดเจน กระแสการค้านจึงแรงขึ้น
.
ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครอนุญาต ใครให้สร้าง แต่คือ รัฐบาลที่มีอำนาจในตอนนี้จะทำอย่างไรต่อปัญหาที่หน่วยงานของรัฐขัดแย้งกับชาวบ้านและละเมิดสิทธิชุมชน


* * * * *

ทหารยึดบ้านรุกป่าสงวน เปรียบเทียบก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ
(กด Shift ค้าง คลิกซ้ายลิ้งค์นี้..)

https://www.facebook.com/216454018852384...520423699/

* * * * *
คลิป.. ดร.ทนง ทองภูเบศร์ พูดเกี่ยวกับบ้านพักศาลและป่าไม้

(กด Shift ค้าง คลิกซ้ายลิ้งค์นี้..)

https://www.facebook.com/100000174308439...764694313/


  ฮาบ่าฮู้..ฮาบ่าหัน..ว่าสู๋เขาได้ตี้ดินมาอย่างใด ฮาบ่าอยากฮู้บ่าอยากฟังประเด็นของฮาคือ
โพสต์โดย: admin - 04-12-2018, 01:41 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

ฮาบ่าฮู้..ฮาบ่าหัน..ว่าสู๋เขาได้ตี้ดินมาอย่างใด...ฮาบ่าอยากฮู้บ่าอยากฟัง..ประเด็นของฮาคือ...


ตี้ตั้ดหั้นมันเป๋นป่าสมบูรณ์....ฮู้ก่อ..เข้าใจ๋ก่อ...ว่าป่าสมบูรณ์ในเป๋นอย่างใด...

ต๋ามในฮูป...สภาพป่าสมบูรณ์...มันมาเป๋นอย่างตึงวันนี้สู๋เขาบ่ามีความฮู้สึกละอายแก่ใจ๋เลยกา

[Image: oWZXGz9.jpg]

ก๋านตัดไม่ทำลายป่า...มันบ่าสมควร..บ่าว่าด้วยเหตุผลใดๆ...

ป่าควรจะอนุรักษ์ไว้เพื่อเป๋นมรดกของลูกของหลาน...ของชุมชน....ของประเทศ..

มันต้องกลับคืนไปเป๋นป่าอย่างเดิม โดยบ่ามีสิ่งก่อสร้างใดๆหลงเหลืออยู่ในบริเวณตี้สู๋เขาไปทำหื้อมัน “แหว่ง “ คนเมือง คนฮักป่า..ขอยืนยัน...ก๋านคัดค้านต่อต้าน..แบบบ่าเลิกบ่าหยุด...

งานนี้ขอโต้ดกลุ่มบริหารของศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ต๊ะอั้น...ตี้มีกำกึ้ดอยากได้ตี้ดินผืนนี้มาแป๋งบ้านหรูหื้อตั๋วเก่าอยู่....มันบ่าแฟร์กับท่านผู้พากษาที่อื่นๆทั่วประเทศต้องมามัวหมอง มาเป๋นจำเลยของสังคมไปตึงหมด....

แถมมาสร้างแผลเป๋น รอยด่างหื้อกับป่าดอยสุเทพเสียดแทงหัวใจ๋ของคนล้านนา...

หยุดเสีย...สู๋เขาก่อ..สูเขาต้องแก้...ถ้าบ่ามีปัญญาแก้...ก่อลาออกจากหน้าที่เหีย..

อย่าไปทำความลำบากใจ๋หื้อกับคนตี้บ่าฮู้บ่าหันในการกระทำของตั๋ว..บ่าว่าฝ่ายใด..

ป.ล. ขออนุญาตนำเอาข้อเขียนของคุณคำศรีดา ผู้ร่วมรณรงค์ต่อต้านในกลุ่มเครือข่ายฯ :

มาให้อ่านกันซึ่งผมเป็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง...
 
 
เชิญอ่านครับ...
 
ขอยืนยันในจุดยืนของกลุ่ม "ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" ซึ่งมีมติเน้นการมีส่วนร่วมโดยไม่มีประเด็นการเมือง หรือการแบ่งแยกสีเสื้อ การเรี่ยไรเงิน หรือการปลุกระดม และใช้ความรุนแรงใดๆ และที่ผ่านมาในการจัดกิจกรรมพิธีบวชป่า มีการรวมตัวกันหลายเครือข่าย ภาพที่เห็นในวันนั้น มีความชัดเจนของทุกพลัง ทุกสี ที่มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เพื่อเรียกร้องในวัตถุประสงค์เดียวกันคือ "ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" โดยไม่มีการจัดตั้งกลุ่มใดๆมาเพื่อร่วมเรียกร้อง นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการรวมคนไทยให้กลับมาอยู่ในจุดที่ไม่แบ่งแยกแต่ยินดีที่จะร่วมแก้ไขปัญหาของชาติร่วมกันค่ะ


  ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า : ศาลยกเลิกมาพบปะพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว..
โพสต์โดย: admin - 04-10-2018, 11:20 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า : ศาลยกเลิกมาพบปะพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว.. 


กรณีปัญหา “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ ที่มีการนัดเจรจากัน สองครั้งแล้ว..

ครั้งที่ 2 นี่ “ปาวิตร “ ออกมายืนยันเองว่าตัวแทนศาลจะมาร่วมด้วย ฝ่ายทหารก็จัดเก้าอี้ไว้ให้นั่งแล้วแต่กลายเป็นที่นั่งว่างไปเสีย..เพราะศาลยกเลิก...ท่านแม่ทัพเองก็ยังว่าแปลกใจทำไมไม่มาทั้งๆที่นัดตกลงกันแล้ว..ถึงวันนัดก็มองหาอยู่..แต่เก้าอี้ที่จัดไว้ให้....ไม่มีใครมานั่ง..ตกลงว่า “ศาลเบี้ยว “ ว่างั้นเถอะ....

อย่างนี้..ก็อดมองอดคิดไปไม่ได้ว่า..ศาลไม่เห็นหัวประชาชน...ไม่แคร์ต่อความรู้สึกของประชาชน...กูจะเอาของกูแบบนี้...

 [Image: %E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%...%B8%A5.jpg]
 
โอเค...ก็อยากจะเสนอแนะกลุ่มเครือข่ายฯว่า..ต่อไปไม่ต้องไปเจรจาใดๆ ไม่ต้องไปฟังเขาแถอะไรอีกแล้ว...

ยืนยันตามข้อเสนอเดิมคือ.....

“ ให้รื้อถอนและทำป่าให้คืนกลับสภาพเดิม “ แบบศาลไม่เลิกเราก็จะไม่หยุดรณรงค์ต่อต้านและจะทำในวงกว้างขึ้นมาอีก..ทนได้ก็ทนไป...

งานนี้ทหารเขาก็ออกตัวมาแต่แรกแล้วนะว่า..เป็นเรื่องของศาลที่จะต้องตัดสินใจเอง...

เมื่อศาลก่อเหตุ ก็ต้องหาทางระงับผลเอง ทหารเพียงแต่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างศาลกับประชาชนเท่านั้น...

ต่อไปก็เป็นเรื่องของประชาชน VS ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 โดยตรง...

ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ใครจะเป็นใหญ่ในประเทศอีกหน่อยก็จะรู้กัน..

แม้แต่ระบอบเผด็จการเองก็เถอะ..ถ้าประชาชนรวมตัวกันไม่เอาแล้ว..ก็จะวิ่งตูดแจ้นเหมือนกัน...

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ....


  เอากันตรงๆเลยนะ กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง" คือเขาอยากไปอยู่ที่ๆเหนือคนอื่น
โพสต์โดย: akausa - 04-09-2018, 04:21 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (7)

เอากันตรงๆเลยนะ กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง" คือเขาอยากไปอยู่ที่ๆเหนือคนอื่น..

โดยไม่มีจิตสำนึกถึงความถูกต้อง ความเหมาะสม ถึงจริยธรรม มโนธรรม คำครหานินทาทั้งหลายทั้งปวง...

ตามืดบอดมัวด้วยตันหา(มีเหมือนกันแฮะ)ที่จะมี..จะได้ไปอยู่วิมานบนดอย...

[Image: iC0Oy3E.jpg]

ไปสร้างความเหลื่อมล้ำต่ำสูงไว้ที่ตรงนั้นโดยถือว่าตนเป็นอภิสิทธิ์ชน...

การที่จะไปนั่งคุยพบปะเจรจากันมันจะเกิดประโยชน์อันใดในเมื่อ..

กลุ่มตัวเองจะเอาข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่กลุ่มตัวเองสร้างขึ้นมาเพื่อความชอบธรรมมาอ้างอิง..โดยขาดจิตสำนึกว่าที่ตรงนั้นมันเป็นป่าสมบูรณ์ การดูแลรักษาป่าน่าจะเป็นจิตสำนึกของทุกคนโดยเฉพาะคนในท้องถิ่น จะไปอ้างกฎหมายมาทำลายป่าสร้างบ้านให้ตัวเอง มันสมควรแล้วหรือ...

การเจรจาจะป่วยการเสียเปล่า..เมื่อไม่ยอมรื้อถอนทุบทิ้งคืนพื้นที่ให้ป่าคืนกลับสภาพเดิม..แถมขู่ฟ้องอีก...

ตัวแทนเครือข่ายฯของประชาชนอย่าได้ยอมอะไรนอกเหนือไปจากนี้...

ป.ล. เอาบทความที่ไปอ่านเจอ มาให้อ่านกัน...

เชิญอ่านครับ :

มีคนอยากให้ผู้พิพากษาสมัยนี้อ่าน จะสะกิดใจบ้างไหม?


คิดถึงพ่อ(เข้าใจว่าเป็นพ่อของผู้เขียน)

ตุลาการรุ่นพ่อ เงินเดือนเลี้ยงลูก 3 คนไม่เคยพอ ถ้าจะดำรงตนไม่ให้แปดเปื้อนในยุคนั้น ไม่ใช่แค่ตัวเองหรอกที่ต้องไม่รับสินบน ไม่รับเงินตามน้ำ ทั้งครอบครัวต้องอยู่ในโหมดคิดและภาวะแบบเดียวกัน แม่ต้องรู้จักออมเงิน ต้องมีวินัยในการใช้เงิน มีวิธีบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งเวลา คน เงิน ลูกก็ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่จะได้เสื้อผ้าชุดนักเรียนใหม่ทุกปี สามปีถึงได้ครั้งนึงเพราะแม่ต้องเฉลี่ยเงิน หนังสือเรียนและเสื้อผ้าไปเที่ยว เรารับมรดกต่อๆกัน อะไรที่แม่ทำได้แม่ไม่ซื้อ แต่จะทำเอง ก่อนเปิดเทอมแม่จะเอาบัญชีมาอธิบายภาวะทางการเงินให้ฟัง และเคลียร์ว่าปีนี้ลูกคนไหนจะได้รองเท้าหรือเสื้อผ้าใหม่ ส่วนแม่ แม่แทบไม่มีเสื้อผ้าใหม่เลย ในช่วงที่ลูกยังเล็กจนถึงลูกเรียนมัธยม

บ้านน่ะเหรอ..ไม่มีหรอก เราอยู่บ้านหลวง ถึงมันจะเก่า จะโทรม จะผีหลอก แต่เราก็อยู่กับมันมา ไม่มีบ้านหลวงก็อยู่บ้านเช่า กว่าที่พ่อจะมีบ้านของตัวเองหลังแรก ก็ตอนอายุ 48 และกว่าจะผ่อนเสร็จ ก็อีกเกือบ 20 ปีถัดมา

ไม่มีหรอกเงินเดือนหลักแสน หรือบ้านในป่า เพียงเพื่อจะซื้อความสุจริตในอาชีพของคนคนหนึ่ง

คิดถึงพ่อ เพราะพ่อมักจะบอกว่าพ่อไม่มีอะไรให้นะ นอกจากการศึกษาแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นอีก คิดถึงพ่อที่มักจะบอกให้เห็นว่าที่เราดำรงตนมาได้ ไม่เสียหายด่างพร้อย สบตากับทุกคนได้ ก็เพราะแม่เข้าใจ ถ้าแม่เป็นแบบคุณนายคนอื่นที่อยากมีเพชรพลอยหรือมีบ้านใหญ่มีรถมือหนึ่ง ชีวิตเราทุกคนคงลำบากกว่านี้

คิดใหม่เถอะท่าน อย่าปรนเปรอคนเพื่อซื้อความสุจริตของคนเลย สิ่งนี้ซื้อไม่ได้ แลกเปลี่ยนก็ไม่ได้ด้วย เพราะมันเป็นคุณค่าที่ท่านต้องสำนึกเอง และจะรู้เองว่าต้องครองตนอย่างไร

Kusra Mukdawijitra
https://thaienews.blogspot.com/2018/04/b...st_13.html



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org