ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

ชื่อผู้ใช้
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 219
» สมาชิกล่าสุด: cqelljuriya
» กระทู้: 4,745
» โพสต์: 7,254

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
วันนี้แม่ยกมาเต็มบ้าน.......
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 01:06 PM
» ตอบกลับ: 2   » อ่าน: 634
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะจ๊ะ
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 11:47 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 20
กระเช้าภูกระดึง 500 บาท ค...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 06:33 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 16
“ปายุด“โดนอีกแระ :นายประส...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 02:04 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 1,443
หวยบนดิน กาสิโน ที่ราชพัส...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
01-19-2017, 06:50 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 18
สัญญาณอันตราย: บ้านขายช้า...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
01-18-2017, 04:20 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 22
วันนี้...พ่อค้าไส้อั่ว......
หัวข้อ: อาหารพื้นเมือง : “ ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ "
01-17-2017, 09:30 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 226
“วิ่งออกกำลัง เพื่อความมั...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
01-17-2017, 03:04 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 590
ที่ดินพระธรรมกาย พุทธะอิส...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
01-16-2017, 10:11 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 32
"ครูแพะ" ควรได้เงินชดเชย ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
01-16-2017, 09:45 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 25

 
  ขออนุโมทนาบุญด้วยนะจ๊ะ
โพสต์โดย: Pitbull - เมื่อวานนี้, 11:47 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

07:02 ภาพดาวเทียมจาก TWC เวลานี้ กลุ่มฝนปกคลุม ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎ์ลงไป กลุ่มฝนจากกระแส ITCZ ยังเคลื่อนจากตะวันออกไปตะวันตกตลอดเวลา ฝนยังตกเรื่อยๆ ระวังน้ำท่วมจุดอ่อนไหว
08:00 ฝนตกติดกัน 2 วัน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สายของ จ.นราธิวาส คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโกลก และแม่น้ำบางนรา มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหลายจุดใกล้จะล้นตลิ่งแล้ว
14:30 เรดาร์จาก TMD เห็นกลุ่มฝนเคลื่อนเข้าภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎ์ลงไปเป็นระลอกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ที่อ่อนไหว ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
14:57 กรมชลฯ ระบุปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ อ.เมือง จ.นราธิวาส 272 มม., อ.ยี่งอ 335 มม., อ.เจาะไอร้อง 243 มม., อ.ระแงะ 271 มม.

อานิสงส์ส่วนบุญที่ชาวใต้ร่วมมือกับ กปปส. ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และช่วยให้ชาวนาชาวสวนลืมตาอ้าปากได้ ก็เลยบันดาลให้ฝนตกน้ำท่วมหลายระลอก ทุกจังหวัดจนมาถึงปราการด่านสุดท้ายของ กปปส.ที่บางสะพาน มาถึงวันนี้ราคายางสูงขึ้นเกือบร้อยบาทต่อ กก. แต่ชาวใต้ไม่มียางขาย และมีแนวโน้มว่าสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ทั้งหลาย จะแช่น้ำตายในไม่ช้า
ขออนุโมทนาในผลบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้รับด้วย

[Image: pYXJmLT.gif]


ในช่วงฤดูฝนที่จะถึงในปี 2560 นี้ ชาวกทม.และพื้นราบที่ช่วยกันกับ กปปส.ปิด กทม.ในปี 2556-2557 ก็น่าจะได้รับอานิสงส์ส่วนบุญพร้อมหน้ากัน คงมีงานให้ทหาร ตำรวจ ข้าราช กทม.ทำกันอย่างหนุกหนาน ท่่านนายกคงอดเตะบอลแล้วล่ะ เพราะไม่มีสนามให้เตะ ท่วมครานี้คงหนักกว่าปี 2554 เพราะอานิสงส์ส่วนบุญมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว


  กระเช้าภูกระดึง 500 บาท ค่าแบกเที่ยวละ 4,000 บาท
โพสต์โดย: sopon4 - เมื่อวานนี้, 06:33 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           สร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ยังไงก็คุ้ม คิดดูว่าค่าจ้างคนแบกเสลี่ยงขึ้นไปเที่ยวเดียว 4,000 บาท ถ้ามีกระเช้า เที่ยวละ 500 บาท ค่ารถทัวร์ กทม-ภูกระดึง 500 บาท หรือค่าเครื่องบิน กรุงเทพมหานคร-เลย 800 บาท แต่บางคนยังมีข้อสงสัย
           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) มุ่งหวังที่จะช่วยประชาชนส่วนใหญ่ในภูกระดึงให้สร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงเสียที ดร.โสภณ เคยสำรวจไว้พบว่า 97% ของประชาชนชาวภูกระดึงต้องการให้สร้างกระเช้าไฟฟ้า (http://bit.ly/1povC3l)
           งบประมาณค่าก่อสร้างเช้าก็เป็นเงินเพียง 633 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากให้ประชาชนร่วมลงขันเป็นวิสาหกิจชุมชน ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ เพราะประชาชนจะได้ร่วมกันดูแล และเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน ยิ่งคุ้มค่าเพราะหากจ้างลูกหาบแบกขึ้นเที่ยวเดียวจะเสียค่าบริการประมาณ 4,000 บาท ซึ่งสูงมากหากเทียบกับค่ากระเช้าที่ราว 500 บาท ค่ารถทัวร์ กทม.-ภูกระดึง 500 บาท หรือค่าเครื่องบิน กรุงเทพมหานคร-เลย 800 บาท
           แต่บางคนบอกว่าอยากให้มีคนแบกเพราะจะได้มีงานทำ จากการศึกษาข้างต้นพบว่า ลูกหาบ ซึ่งมีเพียง 330 คน และส่วนมากก็มีวัยวุฒิแล้ว บางคนยังเสียชีวิตจากการประกอบอาชีพลูกหาบ นักท่องเที่ยวก็เสียชีวิตจากการขึ้นเขา (มีเป็นข่าวบ่อยๆ) ในอนาคตคงไม่มีลูกหาบเหลือเพราะลูกหลานต่างมีการศึกษาสูงขึ้น นี่เป็นเพียงอาชีพเสริม ทำงานเดือนละไม่กี่วัน มีเพียงปีละ 2 เดือนที่มีนักท่องเที่ยวมาก ในเดือนอื่นๆ ก็มีนักท่องเที่ยวไม่กี่สิบคนต่อวัน น้อยกว่าจำนวนลูกหาบ ในแต่ละปีภูกระดึงยังปิด 4 เดือน ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาหากเลิกอาชีพลูกหาบ แต่บางคนที่ยังอยากจะเดินขึ้นและใช้บริการลูกหาบก็ยังสามารถทำได้
           แล้วลูกหาบที่เหลือจะตกงานหรืออย่างไร ข้อนี้ไม่ต้องห่วงเพราะหากมีกระเช้าจะทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปมาแบบครึ่งวัน หรือหนึ่งวันโดยไม่ต้องนอนค้าง เพิ่มจำนวนมหาศาล ทั้งผู้สูงวัย คนพิการ เด็ก ครอบครัว ฯลฯ ก็จะสามารถขึ้นไปเที่ยวได้สะดวก เมื่อนักท่องเที่ยวมามากขึ้นเศรษฐกิจชุมชนก็จะดีขึ้น (อดีต) ลูกหาบก็มีงานอื่นทำที่สบายกว่า รายได้ดีกว่า ต่อเนื่องกว่านั่นเอง
           ข้างต้นนี้แสดงชัดว่า การมีกระเช้าดีกว่ามาก บางคนก็ยังห่วงว่า ถ้ามีกระเช้า มีนักท่องเที่ยวมาก จะทำให้เกิดขยะมากตามไปอีก แต่ในความเป็นจริง ขยะ-น้ำเสียจะไม่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบันค่าจ้างหาบของขึ้นภูกระดึงเป็นเงินกิโลกรัมละ 30 บาท โอกาสที่ขยะตกค้างเพราะต้นทุนการขนลงมาสูงมาก หากมีกระเช้าย่อมสามารถขนถ่ายขยะได้ง่ายขึ้น ไม่ตกค้างตามรายทางเช่นเดิม และยังมีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดจ้างเจ้าหน้าที่ในการวางแผน ดูแลขยะ-น้ำเสียและสิ่งแวดล้อมอื่นให้ดีขึ้นกว่าในปัจจุบันได้อีกด้วย
           การมีกระเช้าก็ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเลย โครงการก่อสร้างกระเช้าที่เป็นเพียงเสาห่างๆ และสถานีไม่เป็นปัญหาต่อการทำลายป่า ส่วนการมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินลงไปทำร้ายธรรมชาติเสียอีก หากมีรายได้จากกระเช้า ย่อมมีงบประมาณในการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลป่าไม้ได้เพียงพอ และมีเงินพัฒนาป่าไม้ได้อีกด้วย การท่องเที่ยวด้วยกระเช้านี้จึงถือเป็นการท่องเที่ยวที่แทบไม่ก่อให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อม (Low carbon tourism หรือ carbon neutral tourism)
           ดร.โสภณ กล่าวสรุปว่า แปลกมากสำหรับประเทศไทยที่ไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้สร้างกระเช้า แต่กลับมีอภิสิทธิ์ชนคนส่วนน้อย เช่น เหล่า NGOs ที่ไม่ต้องการให้สร้าง และกลับค้านสำเร็จเสียด้วย ข้าราชการ (บางส่วน) ก็ลมเพลมพัด ไม่ได้ยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ปล่อยผ่านเลยไปโดยไม่นำพา อย่างนี้ประเทศชาติจะเจริญได้อย่างไร
           เคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเถอะ
ที่มา: http://area.co.th/thai/area_announce/are...nt1777.htm


  “ปายุด“โดนอีกแระ :นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านพลังงานเดือด!ท้าคสช. ดีเบต
โพสต์โดย: NightOwl - เมื่อวานนี้, 02:04 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

แถมจวกคสช. ว่า   เป็นต้นเหตุแห่งความแตกแยก(อันนี้โดนใจ) ต้องคืนความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในหัวใจของพวกคุณก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว การคืนความสุขก็เป็นแค่ลิเกหลอกคนฉากหนึ่ง(แต่หลายซีรี่ย์)เท่านั้นเอง ถ้าตัวคุณยังซื่อบื้อเชื่อว่าไฟไม่พอจริง ก็จัดเวทีดีเบตให้มาพูดพร้อมกันอย่ากระทำการน่าเกลียดให้ฝ่ายเชียร์ถ่านหินพูดฝ่ายเดียว...

เชิญอ่านข่าวครับ :

ประสิทธิ์ชัย เดือด! ท้า คสช.เปิดเวทีดีเบต อย่าใช้รายการคสช.เสนอแต่ด้านดีถ่านหิน


[Image: 11.gif]

วันนี้ (19 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน และผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก ถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หลังรายการ เดินหน้าประเทศไทย ซึ่งเป็นรายการนำเสนอข่าวจาก คสช.ออกอากาศมีเนื้อหาเกี่ยวกับด้านดีโรงไฟฟ้ากระบี่เท่านั้น

โดยนายประสิทธิชัย ระบุว่า “ประกาศถึง คสช. คุณกำลังเป็นต้นเหตุแห่งการสร้างความแตกแยก ด้วยการหยิบยื่นเครื่องมือของคุณเองให้มากระทำการเพื่อให้เกิดความแตกแยก ถ้าพวกคุณไม่ได้เป็นทาสพ่อค้าพลังงานงาน ก็จงอย่ากระทำการอันใดให้ฝ่ายเชียร์โรงไฟฟ้าถ่านหินเอารายการเดินหน้าประเทศไทยของคุณไปใช้เชียร์ถ่านหินเพื่อประโยชน์ของกำไรและคอมมิชชั่น ในการขายถ่านหินของใครก็ตาม”

และว่า “การเสนอข้อมูลอันมดเท็จ สร้างความกลัวให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนว่าไฟฟ้าจะดับ ถ้าตัวคุณยังซื่อบื้อเชื่อว่าไฟไม่พอจริง ก็จัดเวทีดีเบตให้มาพูดพร้อมกันอย่ากระทำการน่าเกลียดให้ฝ่ายเชียร์ถ่านหินพูดฝ่ายเดียว ถ้าจะเชียร์พ่อค้าถ่านหินก็กระทำการแต่พองาม อย่าล้ำหน้าจนน่าเกลียดเหมือนที่กระทำเมื่อเย็นนี้ หากพวกคุณจะมาเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน กรุณาคืนความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในหัวใจของพวกคุณก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว การคืนความสุขก็เป็นแค่ลิเกหลอกคนฉากหนึ่งเท่านั้นเอง”


http://www.matichon.co.th/news/433944


  หวยบนดิน กาสิโน ที่ราชพัสดุ: เพิ่มงบได้ปีละนับแสนล้าน
โพสต์โดย: sopon4 - 01-19-2017, 06:50 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

          รัฐบาลใกล้ "ถังแตก" ดร.โสภณ แนะแนวทางหาเงินเข้ารัฐเพื่อนำมาพัฒนาประเทศโดยไม่ต้องไปกู้หรือไม่ต้องจัดทำงบประมาณขาดดุลให้เป็นภาระแก่ลูกหลานในอนาคต
           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) นำเสนอแนวทางการหารายได้เข้ารัฐ ดังนี้:
           1.
การทำ "หวยบนดิน" เช่นที่ดำเนินการในสมัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะสามารถหาเงินเข้ารัฐได้ปีละ 72,000 ล้านบาท (http://bit.ly/2jzhDIP) และยังสร้างงานได้อีกประมาณนับแสนรายทีเดียว เป็นการช่วยชาติ 2 ต่อ และผลการออก "หวยบนดิน" ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาว่ามีการเล่นการพนันมากขึ้นหรือสร้างปัญหาให้กับสังคมแต่อย่างใด
           2.
การทำกาสิโนในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่าการพนันในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับรายได้ถึง 357,275 ล้านบาท (http://bit.ly/2bzohth) ซึ่งยังอาจจะน้อยไป ทั้งนี้หากเทียบกับกาสิโน 2 แห่งของสิงคโปร์ที่สร้างรายได้ได้ถึง 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (http://bit.ly/2iTI6zF 172,800 ล้านบาท) ถ้ามีกาสิโน รายได้จากกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย คงเป็นเงินมากกว่า 500,000 ล้านบาท หากสามารถเก็บภาษีได้ปีละ 15% ก็คงได้เงินประมาณ 75,000 ล้านบาท
           3. การพัฒนาที่ราชพัสดุ ยังมีที่ดินใจกลางเมืองจำนวนมากที่สามารถนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศได้ เช่น ที่ดินกรมทหาร เขตดุสิต ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางหลายพันไร่ พื้นที่กรมทหาร ถ.โยธี พญาไท ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าผ่านเช่นกัน สนามม้าราชดำริ สนามม้านางเลิ้ง โรงซ่อมรถไฟ บึงมักกะสัน ซึ่งมีทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าผ่านเช่นกัน โรงงานยาสูบเดิม ถ.พระรามที่ 4 ซึ่งมีรถไฟฟ้าและทางด่วนผ่านบริเวณใกล้เคียง ที่ดินคลังน้ำมัน ถ.พระราม 3 ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดินการรถไฟฯ ถ.เชื้อเพลิง ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าเรือคลองเตยที่อาจจะย้ายไปแหลมฉะบัง ที่ตั้งขององค์การแบตเตอรี่ผนวกกับองค์การแก้วเดิม ฯลฯ หากสมมติมีพื้นที่รวมกัน 10,000 ไร่ หากราคาตลาดเป็นเงินเฉลี่ยตารางวาละ 300,000 บาท หรือไร่ละ 800 ล้านบาท ก็เป็นเงินสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท หากให้เช่าระยะเวลา 30 ปีไปพัฒนา ณ อัตราค่าเช่า 35% ของราคาตลาด ก็จะได้รายได้เข้าหลวงถึง 420,000 ล้านบาท เงินจำนวนมหาศาลนี้นำไปพัฒนาประเทศได้มหาศาล
           4.
การลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การลดจำนวนข้าราชการโดยเฉพาะที่ทำงาน "เช้าชาม เย็นชาม" การให้บริการสาธารณสุขเป็นการรับเหมาโดยภาคเอกชน จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของรัฐมีค่าใช้จ่ายสูงมากหากเทียบกับจำนวนคนไข้ ประสิทธิภาพการใช้เงินอาจมีน้อย การให้เอกชนมาบริหารกิจการบางแห่ง เช่น คุก เช่นในสหรัฐอเมริกา บริษัทบริหารคุกสามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ด้วย การขายรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน เช่น การบินไทย การดำเนินการตามนี้อาจช่วยประหยัดเงินและสร้างรายได้นับหมื่นล้านบาทต่อปีให้กับรัฐ
           5.
ตัดลดงบประมาณที่ (อาจ) ไม่จำเป็นต่าง ๆ เช่น ด้านการทหารที่เพิ่มขึ้นสูงมากทั้งที่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม โดยจะเห็นได้ว่า "10 ปีงบฯ กลาโหม จาก 2549-2559 เพิ่มกว่า 100 เปอร์เซ็นต์" (http://bit.ly/2jzuQ4t) หรือด้านการศึกษาที่จำนวนประชากรวัยเด็กลดลงกว่าแต่ก่อน แต่งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการยังกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
           ด้วยการบริหารจัดการเช่นนี้ และอาจมีมาตรการที่เกี่ยวเนื่องอื่นอีก ก็จะทำให้ทางราชการไม่ต้องก่อหนี้หรือสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติในระยะยาว
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1776.htm


  วันนี้แม่ยกมาเต็มบ้าน.....เรานี่เหมือนเป็นพระเอกลิเกเลย....
โพสต์โดย: NightOwl - 01-18-2017, 02:37 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (2)

คือเขามาช่วยกลุ่ม “จิตอาสา คนเท่ากัน “ จัดของ แพ็คของ ที่จะขนเอาไปแจกให้เด็กดอยที่ ม่อนจอง อมก๋อย วันที่ 23และ 23 ม.ค. นี้

ผมก็เลยทำขนมจีนน้ำเงี้ยวเลี้ยง....ไม่อยากคุยถึงความอร่อยของรสชาด..เอาเป็นว่าแต่ละคนเบิ้ลกันเลย....ผมก็หน้าบานกับคำชมตามเคย....55555...

[Image: CprNUlt.jpg]

[Image: FzNxt5V.jpg]

[Image: O9XWwDS.jpg]

มาช่วยงานบุญกุศลอย่างนี้...ตุ๊กแกที่ไม่เคยเข้ามาในบ้านไม่รู้โผล่เข่ามาได้ยังไง..คงอยากจะไปร่วมด้วยและมีภาพเหมือนธงกฐินทั้งสี่ อันมี จระเข้ นางมัจฉา ตะขาบและเต่า ที่มักจะมีในงานบุญกฐินเสมอ

[Image: xsrO5rI.jpg]

ด้วยกลัวแม่ยกจะร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้ ก็รีบต้อนเอาออกจากบ้านเอาไปขังเล่นเสีย 2 ชั่วโมงแล้วก็ปล่อยมันไป ตัวใหญ่เหมือนกันนะ..

[Image: CTmmLow.jpg]

[Image: r1GHPZt.jpg]

[Image: Vf7DPFC.jpg]

งานกิจกรรมให้กับเด็ก 335คน ครั้งนี้ “กลุ่มจิตอาสา คนเท่ากัน “ ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเพื่อนๆแทบทุกสารทิศ ของที่ต้องการก็ได้ครบทุกอย่าง

ตอนนี้ของที่เราได้รับบริจาคมายังอยู่กระจัดกระจายยังไม่ได้รวบรวมมาไว้ที่เดียงเพราะบางส่วนยังเดินทางมาไม่ถึง แต่เราจะมาอัพเดทภาพมาให้ชมกันเป็นระยะๆนะครับ

ทีมงานขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบความสุขความสำเร็จตลอดไป

ขอแสดงความนับถือ
ทีมงาน “ จิตอาสา คนเท่ากัน ”

ลิ้งค์ภาพจากกระทู้เก่า :

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=5568

http://prachatalk.com/webboard/%E0%B8%AA...-%E2%80%9C









http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=5568

http://prachatalk.com/webboard/%E0%B8%AA...-%E2%80%9C


  สัญญาณอันตราย: บ้านขายช้า ขายอืดมาก
โพสต์โดย: sopon4 - 01-18-2017, 04:20 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ขณะนี้บ้านทุกประเภท ทั้งบ้านแนวราบและห้องชุดขายอืด ขายช้ามาก นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ถือภาวะตลาดที่ "ฝืด" หนัก และสะท้อนว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีจริงอย่างที่ "คุย"
               ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลเพียงแห่งเดียวที่ติดตามสำรวจข้อมูลภาคสนามอย่างต่อเนื่องที่สุดในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2537 พบสิ่งผิดปกติในวงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทยว่า ในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา โครงการที่เปิดใหม่ในปีดังกล่าวขายได้ในสัดส่วนที่น้อยลงกว่าปี 2558 ทีผ่านมา แสดงถึงภาวะที่ย่ำแย่ในวงการที่อยู่อาศัย
                ในปี 2559 สินค้าที่ขายดีที่สุดก็ยังเป็นห้องชุดพักอาศัย โดยที่เปิดตัวมาในปี 2559 ทั้งหมด 100% มีที่ขายได้ 48% ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าโครงการไหนเปิดก่อนและหลัง แต่เมื่อมาเฉลี่ยรวมแล้ว ก็มีสัดส่วนถึงเกือบครึ่งหนึ่ง ที่ขายดีรองลงมาคือตึกแถว ขายได้ 25% ทั้งนี้ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ พัฒนาขึ้นมาไม่มากนักและคงเป็นตึกแถวที่สามารถประกอบการค้าได้จริง รองลงมาก็คือทาวน์เฮาส์ ขายได้ราว 17% ส่วนบ้านแฝด ขายได้ 15% และบ้านเดี่ยวได้ 11% จากทั้งหมดที่เปิดขายในปี 2559
                อาจกล่าวได้ว่าห้องชุดแทบทุกระดับราคาขายได้ดีมาก ยกเว้นห้องชุดราคาเกิน 20 ล้านบาทขึ้นไปที่ขายได้เพียง 33% ในปีแรกที่เปิดตัวดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าสินค้าราคาแพง ๆ ในปี 2559 เปิดตัวน้อยกว่าปี 2558 ส่วนทาวน์เฮาส์ราคา 10-20 ล้านบาทขายได้ดีมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย คงเป็นสินค้าจำนวนน้อย ไม่อาจถือเป็นข้อสรุปได้ ส่วนบ้านเดี่ยวก็ขายได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันในแทบทุกระดับราคา
                เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว สินค้าที่เปิดใหม่ในปี 2559 ขายได้ 33% ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนที่ได้ในปี 2558 ที่ขายได้ถึง 42% ถือว่าแตกต่างกันมากพอสมควร อย่างไรก็ตามในกรณีห้องชุดพักอาศัย สัดส่วนที่ขายได้ในปี 2559 ที่ 48% น้อยกว่าตัวเลขในปี 2558 ที่ขายได้ 53% ก็จริง แต่ก็ถือว่าแตกต่างกันไม่มากนัก ที่เห็นแตกต่างกันมากก็คือทาวน์เฮาส์ที่ขายได้ 17% ในขณะที่ปีก่อนขายได้ถึง 30% และบ้านเดี่ยวที่ขายได้ 11% ในขณะที่ปีก่อนหน้าขายได้ถึง 19% ในปีแรกที่เปิดตัว
                การที่สัดส่วนสินค้าใหม่ขายได้ลดลง แสดงถึงกำลังซื้อที่ตกต่ำลง ประชาชนอาจมีเงินซื้อแต่ไม่พร้อมจะลงทุนในขณะนี้ หรือบางส่วนก็ไม่มีฐานะเพียงพอที่จะลงทุน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ภาวะตลาดในปี 2559 ค่อนข้างย่ำแยก กรณีนี้ยังไม่นับรวมถึงการที่มีผู้ขอกู้แล้วไม่ผ่านอีกเป็นจำนวนมาก หรือปัญหาอื่นในวงการพัฒนาที่อยู่อาศัย หากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปตามเป้าหมาย สถานการณ์ก็อาจดีขึ้น แต่ถ้าไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ก็อาจทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2560 กลับตกต่ำลงก็ได้
                ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินจึงพึงระวัง อาจต้องเพิ่มอัตราเสี่ยง (Risk Premium) ในการคำนวณระยะเวลาในการขายให้ดีกว่านี้ และอาจต้องเตรียมแผนถอยไว้ด้วย
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1775.htm


  วันนี้...พ่อค้าไส้อั่ว...อดีตนักเรียนนอก..มีความสุข...
โพสต์โดย: akausa - 01-17-2017, 09:30 AM - หัวข้อ: อาหารพื้นเมือง : “ ไส้อั่วเชียงใหม่ สั่งได้ " - ไม่มีการตอบ

คือมีลูกค้ามาแวะซื้อไส้อั่วแล้วนั่งกินในรถเลย...หลังจากชิมแล้ว..ก็ตะโกนบอกน้องคนขายขอสั่งเพิ่มจะเอาไปฝากคนที่บ้านเพราะชิมไส้อั่วแล้วอร่อยมาก...

[Image: 15873295_282718802142675_511747177065559...e=58DBF043]


พร้อมกับสั่งสุกี้ทะเล To go ไปอีกสองชุด แล้วบอกว่าวันหลังจะมาชิม BBQ ซี่โครงหมู...จะมานั่งกินที่ร้านเลย...

ก็นะ...เราคนทำอาหาร...ถึงจะทำเลี้ยง ทำแจกหรือทำขาย..เมื่อมีลูกค้าชมว่าอร่อย..อะไรมันจะ Happy กว่านี้ไม่มีแล้ว...

รอคนมาเช่าเปิดร้านอาหารตามสั่งมาเป็นเดือนแระ...มีคนมาดูสถานที่แล้วก็หายไปเลย...

เชื่อไหม..ที่บ้านผมมีคนเข้ามาถามกินอาหารตามสั่งทุกวัน...แต่เราไม่ได้ทำขาย...

คุยกับน้องๆคนช่วยแล้วว่าหากเราจะทำอาหารตามสั่งขายคิดว่ายังไง...น้องๆบอก “สู้ “ .ก็เลยบอกว่า...โอเค...เราจะเปิดร้านเอง....ค่าเช่าไม่เสียจะกลัวอะไร...

ก็เลยตกลงกันว่าหลังจากผมเสร็จภารกิจไปทำกิจกรรมแจงของ ทำอาหารเลี้ยงเด็กที่อมก๋อยแล้ว...เราจะเริ่มเปิดขาย..ประมาณวันที่ 25 มค.เป็นต้นไป...

ผมเกิดมาเป็นคนสู้..แล้วก็สู้มาตลอด..จะลงมือเป็นพ่อครัวสอนน้องๆสักระยะหนึ่ง..แล้วก็จะให้เขาดูแลกันไป...

ผมเองก็จะมีโอกาสไปช่วยชาติในทางอื่น...55555....

เคนะ...แค่นี้ก่อน...จะเปิดร้านตามสั่งเมื่อไหร่..จะมาบอกกล่าวกันอีกที...


  “วิ่งออกกำลัง เพื่อความมั่งคั่งของชาติ “ เมื่อนายกตู่คิดได้แค่นี้..ก็สนับสนุนหน่อย..
โพสต์โดย: NightOwl - 01-17-2017, 03:04 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

บ.ก. ลายจุด ขอเชิญวิ่งท้าเปลวแดด

ทุกวันอาทิตย์ที่สวนลุมเวลาบ่าย 4 โมง

(พร้อมกันที่ห้องสมุดประชาชนก่อน 4 โมงนะจ๊ะ)

การออกกำลังตามผู้นำ

พาชาติเจริญ ประชาชนมั่งคั่ง

[Image: s0rqipl.jpg]


  ที่ดินพระธรรมกาย พุทธะอิสระ พระพยอม
โพสต์โดย: sopon4 - 01-16-2017, 10:11 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           ในขณะนี้มีข่าวเกี่ยวกับที่ดินวัดธรรมกายสาขาโน่นนี่ ถูกกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย ถูกสั่งปิด สั่งห้ามใช้สถานที่บ้าง เรามาดูกันว่า วัดต่าง ๆ ที่อาจหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง แม้แต่ที่ดินของพุทธะอิสระ และพระพยอม ก็อาจถูกตรวจสอบ แล้วเราจะหาทางออกกันอย่างไรดี จึงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ที่ธรรมกายเขาใหญ่
           เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายไพโรจน์ บัวน่วม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบที่ดินของศูนย์ฯ (http://bit.ly/29rRJkJ) พบว่า มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 480-0-61 ไร่ (480.1525 ไร่) พบมีเอกสารสิทธิจำนวน 13 แปลง แยกเป็นโฉนดที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่ 62-3-95 ไร่ และ น.ส.3 ก.จำนวน 10 แปลง เนื้อที่ 230-3-08 ไร่ รวมมีเอกสารสิทธิที่ดินจำนวนเนื้อที่ 293-3-03 ไร่ ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 186-1-58 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด พื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้น นิคมสร้างตนเองลำตะคองยืนยันว่าเป็นพื้นที่ในเขตนิคมฯ ตามแผนที่แนบท้ายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 351 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515
           นอกจากนี้เอกสารแสดงสิทธิเดิมก่อนนำมาออกโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก.ดังกล่าว ทั้งหมดมีที่มาจากเอกสาร น.ค.3 ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนและกฎระเบียบของทางราชการ ฉะนั้นเบื้องต้นจึงยืนยันได้ว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้มาโดยชอบตามกฎหมาย ประเด็นที่พึงพิจารณาเพิ่มเติมจึงอยู่ที่ว่าอยู่ในเขตป่าไม้หรือเป็นที่ ส.ป.ก.หรือไม่
           จากการสำรวจพบว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองที่ประกาศมาตั้งแต่ปี 2515 ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเขตป่าไม้หรือเป็นที่ ส.ป.ก. ทั้งนี้ได้ตรวจสอบกับที่ทำการนิคมสร้างตนเองลำตะคองเมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559 ที่ดินของศูนย์ฯ นี้ตั้งอยู่ในระวางที่ดินเลขที่ 7004, 7006, 7204 และ 7206 โดยมีแนวเส้นเขตป่าไม้อยู่ห่างออกไปจากแปลงที่ดิน (http://bit.ly/29wpKRf)
ที่ดินวัดดังๆ บนยอดเขา
           วัดถ้ำเสืออยู่ในตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวต่างประเทศ ทั้งความโดดเด่นของวัดและชื่อเสียงของ "หลวงพ่อจำเนียร" ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธามาช้านาน สภาพโดยทั่วไปของ วัดถ้ำเสือมีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
           วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่ ดอยปู่ยักษ์บ้านทุ่งทอง ตำบลวิเชตนคร อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เป็นแหล่งท่องเที่ยว อันซีนเนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก มีลักษณะเป็นผาหินสูงชัน บนยอดของภูเขาที่สูงที่สุดนั้น มีรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ วัดจะมี 2 ชั้น วัดชั้นล่างสามารถขับรถไปจอดหน้าวัดได้เลย ส่วนวัดชั้นบนที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ต้องขับรถขึ้นไป 3 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
 
           ยิ่งกว่านั้นที่ผ่านมาก็มีข่าว 'ระนอง'ตัดยอดเขาเตียน สร้างเจดีย์ ชาวบ้านเดือดฝนชะซัดโคลน (http://bit.ly/2h90G5W) โดยข่าวกล่าวว่า "ชาวบ้านสุดทนวัดป่าชัยมงคลปรับพื้นที่ยอดเขาหลังวัดเหี้ยนเตียนเป็นหน้ากลอง ทำให้ฝนชะดินโคลนไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนรอบวัด บ่อปลาเล้าไก่เสียหาย น้ำประปาหมู่บ้านเริ่มมีสีขุ่น ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดระนองยันมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ถูกต้อง แต่ทางเทศบาลยืนยันยังไม่มีการขออนุญาตดำเนินการก่อสร้าง ตรวจสอบพบมีการปรับพื้นที่เพื่อทำถนนกว้าง 40 เมตร ไปถึงพื้นที่ก่อสร้างเจดีย์ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 300 ต้น ถูกตัดโค่นกองอยู่ตลอดเส้นทาง ขณะที่คนงานก่อสร้างยังทำงานต่อเนื่องทั้งที่เจ้าอาวาสรับปากชะลอโครงการก่อสร้างไว้ก่อน" (วัดป่าชัยมงคล หมู่ 3 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง)
ที่ดินของพุทธะอิสระ

           ตามข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 (http://bit.ly/29BNSEf) "พุทธะอิสระ" กล่าวถึงกรณีที่มีการนำภาพที่อ้างว่าเป็นการครอบครองที่ดินป่าสงวน ที่บ้านใหม่วังผาปูน ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งระบุว่า เป็นของพระพุทธะอิสระ มาเผยแพร่ทางโลกสังคมออนไลน์ว่า "อาตมาได้ปรารภ. . .อยากให้ภาคเหนือมีป่า มีน้ำใช้ตลอดปี. . .ไปเจรจากับชาวบ้านบริเวณป่าที่ถูกบุกรุก ว่า ขอคืนพื้นที่ในส่วนของต้นน้ำ โดยจ่ายเงินให้กับคนที่ครอบครองที่ดิน ที่ส่วนใหญ่เป็นครู และข้าราชการ เพื่อดำเนินการปลูกป่าให้กับรัฐบาล. . . . ความจริงแล้วไม่ได้มี 3,000 ไร่ อย่างที่มีการออกข่าวมีเพียง 300 ไร่เท่านั้น และจ่ายไป 3 ล้านกว่าบาท . . . ได้มีการทำสัญญากับทางกรมป่าไม้ ว่าจะฟื้นฟูป่า. . . 10 ปีก็จะคืนที่ดินให้กับกรมป่าไม้ แต่ยอมรับว่าพื้นที่ป่าดังกล่าว ไม่มีเอกสารสิทธิจริงและเป็นป่าสงวนแห่งชาติ"
           กรณีข้างต้นผมขอให้ข้อสังเกตว่า:
           1. การได้มาซึ่งที่ดินของ "พุทธะอิสระ" นี้ มาจากการซื้อขายกับผู้ครอบครองรายก่อนที่บุกรุกมาเช่นกัน
           2. การซื้อขายนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกระทั่งเอกสารสิทธิ์ใดๆ และเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
           3. กรณีที่ว่ามีสัญญากับกรมป่าไม้ ก็ไม่อาจตรวจสอบได้ หากมีสัญญาจริง ก็ควรนำมาแสดงให้เห็นชัดเจน
           ยิ่งกว่านั้น การอ้างว่าการปลูกป่านี้จะสามารถช่วยให้มีน้ำใช้ตลอดปีนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ได้สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ นอกจากนั้นบริเวณภูเขาหัวโล้นนี้ ไม่ได้มีสภาพเป็นป่าต้นน้ำที่ชัดเจน (คงต้องไปตรวจสอบ) เพราะเป็นที่ปลูกข้าวโพดและพืชไร่เดิมที่ซื้อมาจากชาวบ้าน สำหรับขนาดที่ดินที่ว่ามี 300 ไร่นั้น จากการดูจากวีดีทัศน์ของ "พุทธะอิสระ" (http://bit.ly/29ChbBv) น่าจะมีมากกว่านี้ ซึ่งข้อนี้ควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน
ที่ดินของพระพะยอม
           พระพยอมเป็นพระนักปฏิบัติดีปฏิบัติของท่านหนึ่ง แต่หากถูกหาเรื่องขุดคุ้ย ก็อาจกลายเป็นประเด็นได้เช่นกัน เช่น ในกรณีที่ดินสาขาของท่านบางแห่ง แห่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มูลนิธิสวนแก้วสาขาซอโอ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก พื้นที่ประมาณ 342 ไร่ พระพยอมบอกว่าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2542 โดยซื้อที่ดินเป็นเงินถึง 16.9 ล้านบาท (ไร่ละเพียง 50,000 บาท) และมีสิ่งก่อสร้างอีก 65 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 81.9 ล้านบาท (http://bit.ly/2iu4k8S)
           ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับที่ดินในบริเวณบ้านซอโอ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตากนั้น เป็นที่ดินตามใบ ภบท.5 เกือบทั้งหมด ที่ดินประเภทนี้ซื้อขายไม่ได้ และขณะนี้กำลังมีการออกเป็นใบ ส.ป.ก.4-01 ซึ่งวัดก็ไม่สามารถรับบริจาคมาทำสำนักสงฆ์ แต่อย่างใด การที่พระพยอมสามารถซื้อที่ได้ในราคาถูกเช่นนี้ ก็คงเป็นการซื้อขายที่ดินประเภท ภบท.5 เป็นสำคัญ หากมีการตรวจสอบแบบเดียวกับวัดธรรมกาย ก็อาจถูกทางราชการตั้งคำถามเช่นกัน อาคารที่พระพยอมสร้างไปถึง 65 ล้านบาท คงไม่ได้ขออนุญาต แต่ข้อนี้ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะกิจการของวัดไม่ต้องขออนุญาต แต่การสร้างบนที่ดินที่ไม่อาจซื้อขายได้ อาจกลายเป็น 0 หนักกว่ากรณีโฉนดถุงกล้วยแขก
           อย่างไรก็ตามในกรณีวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ไม่ได้อยู่บนยอดเขา แต่อยู่ในเขตป่า หรือพื้นที่ ภบท.5 ทางราชการอาจผ่อนผันให้มีการเช่าตรงกับทางราชการ จะให้มีการซื้อขายกันเองระหว่างชาวบ้านไม่ได้ เพราะผิดวัตถุประสงค์ ในสมัยนายกฯ ทักษิณ ที่มีการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน นี่อาจเป็นทางออกหนึ่ง โดยพิจารณาให้สิทธิประชาชนแปลงที่ดินใบ ภบท.5 หรือ สปก.4-01 ในบางบริเวณที่กลายเป็นเมืองแล้ว ให้เป็นโฉนด การนี้จะทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้น ส่วนเพิ่มของมูลค่า เช่น ถ้าเป็นที่ ภบท.5 ราคาขายแบบผิดกฎหาย อาจเป็น 50,000 บาท/ไร่ แต่ถ้ามีโฉนดถูกกฎหมาย อาจกลายเป็น 100,000 บาทต่อไร่ ราคาส่วนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลควรเก็บภาษี 30% เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ ผมเชื่อว่าชาวบ้านจะยินดีจ่ายภาษีนี้อย่างแน่นอน
           เราควรสังคายนาจัดการที่วัดทั่วประเทศ แทนที่จะเล่นงานเพียงวัดเดียว
ที่มา
: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1773.htm


  "ครูแพะ" ควรได้เงินชดเชย 3.1 ล้านบาท
โพสต์โดย: sopon4 - 01-16-2017, 09:45 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           ในเบื้องต้น ดร.โสภณ ผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ได้ประเมินว่า พึงจ่ายเงินแก่ "ครูแพะ" เป็นเงิน 3.1 ล้านบาท และในกรณีมีการบริจาคช่วย ก็ควรบริจาคเงินให้ราชการไป "เยียวยา" แก่ "ครูแพะ" เพื่อว่าทางราชการจะได้ไม่ใช้เงินภาษีของประชาชนมาจ่าย ส่วนผู้เกี่ยวข้องก็ควรจ่ายค่าเสียหายเช่นกัน เสียดายที่ประเทศไทยไม่มีระบบประกันวิชาชีพ
           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ได้ประเมินค่าทดแทนความเสียหายที่ "ครูแพะ (รับบาป)" (ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร) ได้รับตามมาตรฐานในต่างประเทศไว้ดังนี้:
           1.  เงินทดแทนเป็นเงินสดตามจำนวนวัน/ปีที่ต้องติดคุก
           2.  การจัดหาบริการเฉพาะหน้า ได้แก่:
                 2.1 เงินช่วยเหลือในการดำรงชีพที่เปลี่ยนไปจากเดิม อาหาร และค่าเดินทาง
                2.2 การจัดหาที่อยู่อาศัย                2.3 การจัดการด้านสุขภาพ ความเจ็บป่วยทางจิตใจ และบริการให้คำปรึกษา
                 2.4 การศึกษาและการพัฒนาทักษะการทำงาน
                 2.5 ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย เช่น การได้รับสิทธิต่าง ๆ คืน การลบทะเบียนประวัติอาชญากร
                 2.6 ค่าการศึกษาของบุตร เป็นต้น (http://bit.ly/2iB1MIF)
           ในด้านการจ่ายค่าทดแทนสามารถคำนวณได้ดังนี้:
           1.  กรณีเงินทดแทน
                 1.1 ตามจำนวนเดือนและปีที่สูญเสียอิสรภาพ (1.5 ปี: http://bit.ly/2iYoqrT) ทั้งนี้คิดจากเงินเดือนของครู โดยสมมติให้มีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ในระยะเวลา 1.5 ปี เป็นเงิน 900,000 บาท
                 1.2 ในกรณีที่อยู่ในเรือนจำ สภาวะแวดล้อมมีคุณภาพต่ำกว่าปกติ ลำบากกว่าการรับเบี้ยกันดาร/เบี้ยพื้นที่เสี่ยงภัย (ความมั่นคง) ที่ต้องไปอยู่ในสภาวะเช่นนี้ การอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากนี้ จึงอาจประมาณการเป็นอีก 1 เท่าหรือเท่ากับเป็นเงิน 900,000 บาท (อยู่ในสภาวะ "คนคุก" เช่นนี้โดยไม่ต้องทำงานตามปกติ กรณีนี้อาจประเมินเป็น 2-4 เท่าตัวก็ได้เพราะไม่มีใครอยากจะเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้)
                 ค่าทดแทนในกรณีนี้เป็นเงิน 1,800,000 บาท หรือประมาณ 50,000 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกา มีเกือบ 20 รัฐจาก 50 รัฐที่ไม่มีระบบการจ่ายค่าทดแทนเลย แต่ในส่วนที่มีการจ่ายนั้น กลุ่มใหญ่ที่สุดจ่ายประมาณ 50,000 เหรียญสหรัฐ (http://n.pr/2is7SMS)
            2.  การจัดหาบริการเฉพาะหน้า
                2.1 เงินช่วยเหลือในการดำรงชีพที่ไม่ได้เป็นครู โดยสมมติเช่นเดือนละ 35,000 บาท (60% ของรายได้) หลังพ้นโทษออกจากเรือนจำเป็นเวลาอีก 1.5 ปี รวมเป็นเงิน 630,000 บาท
                 2.2 ที่อยู่อาศัย (ไม่มีปัญหา ยังอยู่บ้านหลังเดิม)
                 2.3 สุขภาพ โดยควรได้รับค่าบริการการให้คำปรึกษาความเจ็บป่วยทางจิตใจ จากผู้เชี่ยวชาญเดือนละ โดยสมมติเป็นเงิน 100,000 บาท เป็นเวลา 1 เดือนทำงานของผู้เชี่ยวชาญ
                 2.4 ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย โดยเฉพาะค่าทนาย ค่าเสียเวลาในการขึ้นศาล โดยสมมติมีค่าใช้จ่ายจริง ในระยะเวลา 8 ปีเช่น เป็นเงินประมาณ 300,000 บาท (ส่วนหนึ่งได้จากการขายทรัพย์เพื่อการสู้คดี)
                 2.5 ค่าการศึกษาของบุตรที่ไม่ได้รับการศึกษาไประยะหนึ่ง เช่น 1.5 ปี เมื่อกลับมาศึกษาใหม่ ย่อมทำให้โอกาสการทำงานช้าลง สามารถติดตามค่าแรงของบัณฑิตปริญญาตรีเดือนละ 15,000 บาท รวม 270,000 บาท
           รวมเป็นเงินประมาณ 3,100,000 บาท อย่างไรก็ตามในด้านการสูญเสียชีวิตคู่นั้น อาจไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ว่าเป็นเพราะสาเหตุการติดคุกเป็นสำคัญ เพราะยังมีปรากฏการณ์ที่คู่ครองอื่นก็ยังรักษาสถานะของตนรอจนผู้เสียหายพ้นโทษ และในกรณีนี้โทษก็มีอายุไม่มากนัก (3 ปี 2 เดือน)
           ความผิดพลาดของทางราชการก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในกรณีประเทศไทยและต่างประเทศ ในกรณีการบริจาคเงินช่วยเหลือนั้น ในแง่หนึ่งผู้เกี่ยวข้องในวงราชการควรมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ราชการพึงจ่ายค่าทดแทนให้ "ครูแพะ" แต่โดยที่เงินส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดที่ทางราชการอาจต้องจ่ายแก่ "ครูแพะ" นั้นมาจากภาษีของประชาชนโดยตรง ประชาชนจึงอาจพิจารณาบริจาคเงินให้ทางราชการ นำเงินไป "เยียวยา" แก่ "ครูแพะ" เพื่อที่เงินหลวง หรือเงินของประชาชนจะได้เก็บไว้ใช้พัฒนาประเทศในทางอื่นต่อไป
           อีกประเด็นหนึ่งก็คือ กรณีข้าราชการในส่วนงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการเองเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่า
           1. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรมีระบบประกันทางวิชาชีพ เพื่อที่จะได้มีเงินทดแทนเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพทางหนึ่งเพราะจะเกี่ยวข้องกับการสอบจัดระดับวิชาชีพและใบอนุญาตทางวิชาชีพ
           2. ควรมีการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ในสหรัฐอเมริกา หัวหน้าตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษาในแต่ละท้องถิ่นตั้งแต่ศาลชั้นต้นยันศาลฎีกา (ยกเว้นคดีปกครอง) ล้วนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง (โปรดดูเพิ่มเติม ประชาธิปไตยที่แท้จากสหรัฐฯ: เลือกตั้งทุกอย่างรวมทั้งผู้พิพากษา (http://bit.ly/2c8Dksc) และ ทั่วโลกประชาชนเป็นคนแต่งตั้งผู้พิพากษา?!? (http://bit.ly/2ck3lVN)
           กรณี "ครูแพะ" เป็นเรื่องที่น่าสงสาร (ถ้าไม่มีอะไรพลิก) แต่ก็ให้อุทาหรณ์หลายประการ
ที่มา
: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1772.htm



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.