ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

อีเมล:
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 218
» สมาชิกล่าสุด: TabCharley
» กระทู้: 6,156
» โพสต์: 9,451

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
International school in C...
หัวข้อ: มุมกาแฟ
08-16-2019, 01:30 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 59
7พรรคฝ่ายค้านยื่น214รายชื...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-16-2019, 12:29 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 18
ตร.มีความเห็นฟ้องคดี 'พะเ...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-16-2019, 12:24 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 18
หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-16-2019, 04:20 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 76
เพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปราย...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-14-2019, 08:48 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 48
“ปายุด“คือทหารเผด็จการอ้า...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-14-2019, 06:17 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 83
มาบอกกล่าวกันหน่อยว่าพรุ่...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-13-2019, 01:02 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 94
'อนาคตใหม่' โต้หลัง 'อภิร...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-11-2019, 02:50 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 57
‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ภาคปช...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-11-2019, 02:43 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 48
สื่อนอกระบุ อดีตนายกฯ ยิ่...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
08-11-2019, 01:15 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 44

 
  International school in Chonburi.
โพสต์โดย: tamtan1771 - 08-16-2019, 01:30 PM - หัวข้อ: มุมกาแฟ - ไม่มีการตอบ

[Image: 48397603_1888034484598112_59126715040420...e=5DE3938A]

Rugby School Thailand is leading the way in a new era of international schools in Thailand. Our 80-acre campus sits in the majestic, rolling countryside of Thailand’s Eastern Seaboard near Pattaya, Chonburi, and the educational experience here is based on the expansive mindset and traditional values of a 450-year-old British private school model. We are at once traditional and modern.

It is our aim at Rugby School Thailand to become a benchmark for international education in Thailand, Asia and the rest of the world.

International school in Chonburi.
Rugby School Thailand.
http://www.rugbyschool.ac.th/


  7พรรคฝ่ายค้านยื่น214รายชื่อส.ส.ขอเปิดอภิปรายทั่วไปชวนระบุสามารถบรรจุเป็นเรื่องด่วนได้
โพสต์โดย: admin - 08-16-2019, 12:29 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

7 พรรคฝ่ายค้านยื่น 214 รายชื่อ ส.ส. ขอเปิดอภิปรายทั่วไป ชวนระบุสามารถบรรจุเป็นเรื่องด่วนได้

16 ส.ค. 2562 เว็บข่าวรัฐสภา รายงานว่า ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ต่อนายกรัฐมนตรี ใน 2 ประเด็น คือ การถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และประเด็นการแสดงแหล่งที่มาของรายได้ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาไม่ชัดเจน

[Image: 48542292172_ea646c3537_b.jpg]


สุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)  และคณะตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมระบุว่า การยื่นญัตติครั้งนี้ เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หรือไม่ และมีความกังวลว่ากรณีนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงขอใช้สิทธิ๋ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะรัฐบาล โดยมี ส.ส. เข้าชื่อเสนอญัติ 214 คน

ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากนี้ ตนจะมอบให้เจ้าหน้าที่นำเรื่องส่งต่อให้ ศุภชัย โพธิ์สุ  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เพื่อพิจารณาความถูกต้องของเอกสาร พร้อมระบุว่า การยื่นเรื่องดังกล่าวตามมาตรา 152  ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เป็นเรื่อง ใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อบังคับการประชุมของสภาฯ ดังนั้น จะอนุโลมตามข้อบังคับเดิม ซึ่งจะดูตามความถูกต้อง  หากถูกต้องก็ดำเนินการบรรจุเป็นเรื่องด่วน ภายในเดือนนี้จะสามารถแจ้งไปยังรัฐบาลและบรรจุเข้าระเบียบวาระได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ข้อบังคับใหม่พิจารณาแล้วเสร็จ และไม่ต้องไปต่อวาระอื่นๆ  เพราะเป็นเรื่องด่วน  พิจารณาแล้วบรรจุได้เลย และหากนายกรัฐมนตรี ไม่มาตอบต้องทำคำชี้แจงเหตุผลกลับมายังสภา ตามมาตรา 150ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ด้วย 

7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายทั่วไป หลังประยุทธ์หนีตอบกระทู้สด 2 ครั้ง


ด้านประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พอใจเหตุผลตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้แจง และหากพิจารณาได้เร็วก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ครม. ได้ ทั้งนี้จะขอฟังคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีก่อน หากฟังแล้วสมเหตุสมผลจะไม่ดำเนินการใดๆ ต่อ แต่หากเหตุผลฟังไม่ขึ้นจะร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป รวมถึงอาจต้องมีการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

https://prachatai.com/journal/2019/08/83892


  ตร.มีความเห็นฟ้องคดี 'พะเยาว์-จ่านิว-เพนกวิน' หมิ่น กกต. จากกิจกรรมล่าชื่อถอดถอน
โพสต์โดย: admin - 08-16-2019, 12:24 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ตร.มีความเห็นฟ้องคดี 'พะเยาว์-จ่านิว-เพนกวิน' หมิ่น กกต. จากกิจกรรมล่าชื่อถอดถอน

พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง 'พะเยาว์-จ่านิว-เพนกวิน' ในข้อหาหมิ่นประมาทฯ กกต. จากการเข้าร่วมและปราศรัยในการชุมนุมล่ารายชื่อถอดถอน กกต. นัดฟังว่าอัยการจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเป็นคดีต่อศาลหรือไม่ 30 ก.ย.นี้

[Image: 40773247883_47cae18eb3_b.jpg]
แฟ้มภาพ 'พะเยาว์-เพนกวิน-จ่านิว' รับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา (ที่มาภาพ เฟสบุ๊ค อานนท์ นำภา)


16 ส.ค.2562 ความคืบหน้าคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อ พะเยาว์ อัคฮาด, พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) และจ่านิว หรือ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จากการเข้าร่วมและปราศรัยในการชุมนุมเรียกร้องล่ารายชื่อถอดถอน กกต.เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สกายวอล์คของสถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น 



ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เช้าวันนี้(16 ส.ค.62) ทั้ง 3 คน เดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกตามที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไทนัดส่งตัวให้อัยการ เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 3 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา



อัยการได้รับสำนวนคดีไว้ และนัดทั้ง 3 คนมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อฟังว่าอัยการจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเป็นคดีต่อศาลหรือไม่



สำหรับการไล่ฟ้องร้องดำเนินคดีของ กกต. หลังเลือกตั้งนอกจากกรณีนี้แล้ว ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการของวอยซ์ ทีวี ยังถูก กกต. ฟ้องในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาร่วมกับณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ รวมทั้งผู้แชร์แคมเปญของ WELOVETHAILAND ใน Change.org ที่ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อหลายแสนราย โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า สน.ทุ่งสองห้อง พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3) ฐานะ เลขานุการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ(ศปอส.ตร.)พร้อมพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 และพ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด ศปอส.ตร. และ สน.ทุ่งสองห้อง แถลงการจับกุม 7 ผู้ต้องหา ที่แชร์ส่งต่อแคมเปญดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

https://prachatai.com/journal/2019/08/83895


  หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง:รมต.กระทรวงทรัพย์ฯอ่านโพยตอบกระทู้แอบอ้างชื่อกรรมการฟื้นฟู
โพสต์โดย: admin - 08-16-2019, 04:20 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

“หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง”: รมต.กระทรวงทรัพย์ฯอ่านโพยตอบกระทู้..แอบอ้างชื่อกรรมการฟื้นฟูฯ


ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณสส. พรรคอนาคตใหม่ที่ยื่นกระทู้นี้เข้าสภาเพื่อให้ชาวเชียงใหม่และท้องถิ่นอื่นที่สนใจอยากฟังนายกฯมาแถลงในสภาฯ

[Image: safe_image.php?d=AQCwL9vZfK34_YlD&w=540&...ogDcbTRAd3]

จากกรณีที่นายชำนาญ จันทร์เรืองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ได้ยื่นกระทู้ถามกรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “ ต่อนายก “ปายุด” แต่ไม่ได้มาตอบด้วยตนเอง(กลัวสภาฯ)เลยมอบหมายให้รมต.กระทรวงทรัพย์ฯมาตอบแทน..
ฟังที่เขาตอบดูก็รู้ว่าอ่านโพยชัดๆ ไม่รู้จริงอ่านตามเอกสารที่ไม่รู้ว่าใครเตรียมมาให้

ฟังมาถึงตอนที่แถลงถึงงบฟื้นฟู  9 ล้านกว่าบาทอ้างอิงถึงรายชื่อกรรมการชุด 2 อันมี

1. นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณตัวแทนกลุ่มร่มบิน
2. นายบรรณรส บัวคลี่ตัวแทนกลุ่มภาคีคนฮักเชียงใหม่
3. นายชัชวาล ทองดีเลิศตัวแทนกลุ่มสืบสานล้านนา
4. นายปลายอ้อย ทองสวัสดิ์ตัวแทนกลุ่มสภาสีเขียว

ซื่งทีแรกผมก็สงสัยว่ากลุ่มตัวแทนเหล่านี้ได้ไปร่วมเซ็นต์ชื่อรับรู้กับการจัดการงบนี้หรือเปล่าเพราะที่ผ่านมากลุ่มเขาก็ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมใดๆกับการฟื้นฟูป่านอกจากจะให้รื้อให้เตอย่างเดียว
ขณะที่กำลังเขียนโพสต์นี้ก็ไปเห็นข่าวที่เครือข่ายฯออกมาแถลงว่าถูกเอาชื่อไปแอบอ้างตามข้อเขียนที่ผมเอามาให้ดูประกอบ

ในฐานะที่กลุ่มผม(คนล้านนา บะเอาป่าแหว่ง)ก็ติดตามเรื่องนี้มาตลอดแต่ก็ไม่ได้ไปร่วมมีบทบาทใดๆกับกลุ่มเครือข่ายฯนอกจากสนับสนุนกิจกรรมที่เครือข่ายฯได้จัดกิจกรรมในสิ่งที่เราเห็นด้วยและช่วยติดตามข่าวนำมาเสนอ..

งานนี้..เราชาวเชียงใหม่ต้องร่วมมือรวมใจกันต่อต้านอภิสิทธิ์ชนที่จะมารุกรานเขมือบผืนป่าดอยสุเทพอันเป็นสัญลักษณ์ของคนเชียงใหม่ล้านนา..

ป.ล. ผมได้นำลิ้งค์ข้อเขียนที่เคยเขียนไว้มาให้อ่านประกอบด้วย

ครม. อนุมัติ 17.55 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟู “ ป่าแหว่ง “ รื้อเลย..จะฟื้นฟูหาหอกอะไร
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9857

“ป่าแหว่ง“:ทำไม?เราจะปกป้องบ้านเมืองเราที่เขาใช้อภิสิทธิ์มาย่ำยีเอารัดเอาเปรียบไม่ได้
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9858

เขิญอ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายฯครับ
 
เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
Yesterday at 8:10 AM · 
 
ถูกรัฐมนตรีเอ่ยชื่อในสภา

นาที 12 เป็นต้นไป ท่านตอบกระทู้ว่ารัฐเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู มีชื่อผมด้วย บอกว่าเป็นกรรมการที่จะช่วยดูแลการใช้งบประมาณที่จะฟื้นฟูดังกล่าว

มันแอบอ้างชื่อกันชัดๆ

ขอบอกว่า..เขาประชุมกันนัดแรก ล่าสุด ผมไม่ได้เข้าครับ
เครือข่ายป่าแหว่งเขาก็มีมติว่าไม่เห็นด้วยหากไม่รื้อก่อน แต่หากมีประชุมก็จะส่งคนเข้าไปร่วมฟังเพื่อได้ทราบความคืบหน้า แต่ก็จะยืนยันว่าไม่เห็นด้วย

เราอยากเห็นการรื้อก่อน..แต่ระหว่างยังไม่รื้อหากจะฟื้นฟูบางส่วนก็ได้ แต่ต้องฟื้นฟูจริงๆ เปิดกว้างสำหรับประชาชนจริงๆ ให้เข้าไปอย่างกว้างขวาง เปิดกว้างให้คนอยากปลูกได้ปลูก ได้คืนป่ากลับมา เราอยากจะเอาเมล็ดโพธิ์เมล็ดไทรไปโรยรอบบ้านด้วยซ้ำ

-******-
ก่อนหน้านี้เราเสนอให้ตัดถนนเลียบรั้วทะลุเข้าบ้าน 45 หลัง.. เพื่อให้ประชาชนเข้าไปฟื้นฟูได้โดยไม่ต้องขออนุญาตศาล ใครอยากปลูกๆ ไปรดน้ำต้นไม้ เข้าไปโดยอิสระ
แต่ไม่ได้!!

ก่อนหน้านี้ เราเสนอให้จังหวัดเจรจาให้สนง.ศาลฯ ตัดพื้นที่ 45 หลังคืนธนารักษ์ เพื่อประชาชนจะได้วางใจ นอนใจ เข้าไปในพื้นที่ไม่ต้องถูกฟ้องร้องเอาผิดเหมือนแกนนำเราแต่ไม่ได้ !!

จะคืนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รัฐมนตรีก็ตอบแบบกว้างๆ ว่าท่านยังไม่คืน ..อ้าว รัฐบาลก็ทวงสิครับ !

ก่อนหน้านี้เราเสนอให้ใครอยากปลูกอะไรตรงไหนก็ปลูกไป ไม่ต้องเรียงแถวต้นไม้ แบ่งพื้นที่เป็น 45 โซน ให้กลุ่มองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่าฯ ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มโน่นนี่ รับผิืดชอบแบ่งกันไป ..เพื่อเข้าไปปลูก

แต่ไม่ได้ !!

เราอยากเห็นกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนได้ร่วมกันสร้างสีเขียวอย่างกว้างขวาง กระตุ้นสำนึกสิ่งแวดล้อมนิเวศทรัพยากร

แต่ไม่ได้ !!
********
วันดีคืนดี ท่านก็เอาเรามาอ้างในสภา ว่าเปิดให้มีส่วนร่วมแล้ว
ใช่ ..เรามีส่วนร่วมเข้าประชุมตั้งแต่ยุคโน้นนน นานมาแล้ว
แต่ไม่เคยได้รับตามที่เสนอสักข้อเดียว
แบบนี้เหรอ ที่เรียกว่ามีส่วนร่วม

*******
https://www.facebook.com/100001042540027/posts/2654675454577180?s=712116962&sfns=mo
จึงเรียนมาเพื่อทราบไว้ด้วย

Bunnaroth Buaklee
August 14 at 10:02 PM · 
 
Chatchawan Thongdeelert ผมก็ถูกเอ่ยชื่อด้วย แต่ขอบอกว่าผมไม่ได้เข้าร่วมประชุม และยืนยันจุดยืนว่าหากสำนักงานตุลาการศาลยุติธรรมไม่คืนพื้นที่ให้ธนารักษ์ เราจะไม่ร่วมกิจกรรมฟื้นฟูฯครับ


  เพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปรายนายกฯ ปมไม่ถวายสัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญ
โพสต์โดย: admin - 08-14-2019, 08:48 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

เพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปรายนายกฯ ปมไม่ถวายสัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเสนอ ตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับภายใน 240 วัน แล้วนำมาลงประชามติ พร้อมเตรียมอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ถวายสัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญ ชี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ

[Image: 48264626801_cbc1a8e79d_b.jpg]

13 ส.ค. 2562 ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นำโดยสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ชัยเกษม นิติสิริ พงศ์เทพ เทพกาญจนา โภคิน พลกุล ได้แถลงข่าวว่า ทางพรรคได้ประชุมกันในหลายประเด็นประกอบด้วย กรณีคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาล กรณีการแถลงโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยไม่ชี้แจงจำนวนเงิน และที่มาของรายได้ กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่สมบูรณ์ การเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และรายงานการดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง 7 พรรคฝ่ายค้าน


สุดารัตน์ ระบุว่า การติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนฐานราก เช่น เกษตรกร ซึ่งจะใช้แนวทางของสภาผู้แทนราษฎรแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน บวกกับการใช้ยุทธศาสตร์สัญจร ทั้งนี้ มองว่าต้องนำเม็ดเงินออกไปสู่ประชาชนโดยเร็ว ไม่เกินเดือนนี้ ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี จำนวนเม็ดเงินนั้นน้อยเกินไป จึงขอเสนอให้ชดเชยเป็นขั้นบันได และขอให้รัฐบาลใช้เงินงบประมาณแก้ไขปัญหาโดยด่วน ไม่เช่นนั้นจะต้องใช้กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สุดารัตน์ กล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการทำงานของรัฐบาลที่อาจไม่สมบูรณ์ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำไม่ถูกต้องครบถ้วน ทั้งการถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบาย หากเริ่มต้นมาก็ขัดรัฐธรรมนูญแล้ว การดำเนินการต่อๆ ไปของรัฐบาลก็คงไม่สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญไม่ได้

“เราปล่อยให้รัฐบาลทำงานมาเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบใด ๆ เราไม่ได้ประสงค์จะสร้างความยุ่งยากลำบากให้กับรัฐบาล หรือประชาชนเลย แต่ไม่อยากปล่อยให้มีสิ่งที่ผิดต่อไปอีก เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดำเนินต่อไปได้ ไม่ใช่ในอนาคตมีใครมาฟ้องก็ต้องยกเลิกไป แบบนี้กระทบกับประชาชน โดยพรรคเพื่อไทยจะเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ” สุดารัตน์ กล่าว

รัฐธรรมนูญ 2560

มาตรา 152  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้


โภคิน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายวันมานี้เริ่มมีความชัดเจน วันนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ตกผลึกถึงความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะส่งผลถึงปัญหาปากท้องของประชาชน เราพยายามให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาดำเนินการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 240 วัน แล้วนำไปทำประชามติ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดจะไปดูว่าจะรณรงค์กันอย่างไร โดยจะขอความร่วมมือจากนักวิชาการ และภาคสังคมจากทั่วประเทศมาร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปยัง ส.ว.ทุกคนให้เห็นถึงความสำคัญตรงนี้ และร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

โภคิน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องไปแก้ไข เพื่อให้ถูกต้อง  ซึ่งพยายามตั้งกระทู้สดถามเรื่องนี้ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในรัฐธรรมนูญมีมาตรา 152 ให้ ส.ส. เข้าชื่อ 1 ใน 10 เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้องลงมติ เพื่อซักถามว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. สุทิน คลังแสง ได้ขอตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีในกรณีการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญระบุ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการตั้งกระทู้ถามสดนั้น ผู้ที่ถูกถาม(นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี) จะต้องเดินทางมาตอบคำถามที่สภาด้วยตนเอง หรือไม่ก็สามารถแต่งตั้งให้ผู้อื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นมาตอบคำถามแทน โดยในวันนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เดินทางมาตอบกระทู้สด เนื่องจากติดภาระกิจตรวจราชการที่จังหวัดยะลา 

https://prachatai.com/journal/2019/08/83852


  “ปายุด“คือทหารเผด็จการอ้างประชาธิปไตยแต่ไม่ให้เกียรติรัฐสภาไม่ต่างกับการดูถูกผู้แทน
โพสต์โดย: admin - 08-14-2019, 06:17 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

“ปายุด“คือทหารเผด็จการอ้างประชาธิปไตยแต่ไม่ให้เกียรติรัฐสภาไม่ต่างกับการดูถูกผู้แทน


มันน่าอเนจอนาถใจที่ผู้นำกองทัพ(ผบ.ทบ.)และผู้นำรัฐบาลเห็นประชาชนผู้เสียภาษีบำรุงรัฐเป็นศัตรู..

จากกรณีของ “ปายุด “ มีคนด่าว่าเป็น “ไอ้หน้าตัวเมีย” ที่ไม่กล้าเข้าสภาเพราะกลัวความจริงที่ผู้แทนของประชาชนจะตั้งกระทู้ถามแล้วจะหาเหตุผลมาอธิบายในสภาไม่ได้ถึงกับตัดพี่ตัดน้องไปเลยก็มี

“ปายุด “ คือทหารเผด็จการแปลงร่างมาในรูปประชาธิปไตยแต่เขาไม่ให้เกียรติสภาแถมยังดูถูกซึ่งเท่ากับดูถูกสิทธิ์และเสียงของประชาชนด้วย

และจากกรณีของ “แดงลูกเสื้อคับ” ที่ออกมากร่างและขู่ประชาชนอยู่เสมอล่าสุดออกมาให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “การต่อสู้ของกองทัพไทยในขณะนี้ นอกจากจะต่อสู้กับศัตรูที่มองเห็นอย่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแล้ว ยังต้องต่อสู้กับ การโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เนต คล้ายกับการต่อสู้กับกบฏคอมมิวนิสต์ในทศวรรษ 1970-1980 ด้วย”

มีคนเขาเขียนว่า “ ปัญหาเรื่องประชาชนเกลียดชังกองทัพ มันเป็นมานานแล้ว เหมือนกับ เกลียดชังตำรวจ ตอนนี้ก็ใกล้จะลามถึงศาล
มันเป็นปัญหาที่สะสมมาตลอด เพราะในองค์กรไม่เคยแก้ไขหรือทำอะไรเพื่อพิสูจน์ตัวเองเลย ดีแต่ปกป้องพวกพ้องและผลประโยชน์ของตัวเอง มาเนิ่นนาน

มันไม่ใช่เรื่องของพรรคใหม่หรือพรรคไหน  มันเป็นแค่อคติ กับ ความเชื่อเข้าข้างตัวเองของ องค์กรตัวเองเท่านั้นและมันจะหนักขึ้นกว่านี้ ถ้ายังไม่แก้ไขปรับปรุงอะไร"

ครับมันก็จริงอย่างที่เขาว่ามันจึงมีปฎิกริยาจากผู้แทนที่ต้องตกมาเป็นฝ่ายค้านของประชาชนที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยลดบทบาทอำนาจของทหารที่เข้ามาทำปฎิวัติรัฐประหารทุกๆ5-6ปีซึ่งมันทำให้ประเทศล้มเหลวแทบทุกช่องทาง..

พวกเราประชาชนที่รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคมต้องมาช่วยกันสนับสนุนช่องทางนี้...ตามข่าวที่ 7 พรรคฝ่ายค้านดันตั้ง สสร. ร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ

เชิญอ่านข่าวครับ :

7 พรรคฝ่ายค้านดันตั้ง สสร. ร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ


7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

วันที่ 9 ส.ค- มีการประชุมร่วมกันของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดนมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ,คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข,นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ,นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์  หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

[Image: f5ih67bg5kcbkib8hja6c.jpg]

ภายหลังการประชุม นายปิยบุตร แถลงว่า ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักการสำคัญ จะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนจะมีกี่คนนั้น จะลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับนักวิชาการ สื่อ ภาคประชาสังคม เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะออกมาใหม่เป็นร่างที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน โดยให้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ จากนั้นจะไปให้ประชาชนร่วมลงประชามติ



     นอกจากนี้จะตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง 7 พรรคเพื่อมาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันแต่ละพรรคสามารถรณรงค์ในส่วนที่ตนเองถนัดได้ สำหรับการรณรงค์จะรณรงค์ภายใต้แคมเปญ ทวงคืนอำนาจ การจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน



     ขณะที่ นายวัฒนา กล่าวอีกว่า 7 พรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของนิติบัญญัติไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะดำเนินการแก้ไขในระบบรัฐสภา โดยจะไม่มีเรื่องของความขัดแย้งหรือความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น



       เมื่อถามว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร บอกว่า ถ้ารัฐบาลจะเริ่มต้นอย่างจริงจัง น่าจะทำอะไรเป็นรูปเป็นร่างแล้ว นโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 ของรัฐบาล น่าจะไม่ได้เป็นความเป็นต้องการของนายกฯ เอง แต่เป็นการโดนบีบและกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งหากทางรัฐบาลเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้และเดินหน้าจริงเมื่อไหร่ก็นับเป็นเรื่องดีเพราะสุดท้ายแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน



      ถามว่า ฝ่ายค้านโหวตในสภาชนะฝ่ายรัฐบาล เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายปิยบุตร ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.อยู่ในสภา เมื่อตัวเลขขึ้นจอ ก็ฮือฮากันใหญ่ แต่ยังไม่ทราบว่าคะแนนมาจากไหน คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคะแนนก่อน หากเป็นไปตามกระแสว่าพรรคเล็กจะออกจากการร่วมรัฐบาลจริง จะทำให้คะแนนคู่คี่ สูสี ผลออกมาแบบนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบกัน แต่เรื่องนี้เป็นดอกผลของรัฐธรรมนูญ2560 ที่ออกแบบมา เสียงของรัฐบาลจะปริ่มน้ำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีให้ท่านได้เห็นถึงพิษภัยของรัฐธรรมนูญ 2560 จะต้องนั่งลุ้นทุกวัน นั่งลุ้นทุกเดือน



เมื่อถามว่า จะไปชวนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศีวิไลย์ มาร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการกลับไปกลับมาหรือไม่ โดยคำถามดังกล่าวสร้างเสียงหัวเราะให้กับคณะผู้แถลงข่าวก่อนที่นายภูมิธรรมจะตอบว่า ในระบบรัฐสภา หวังความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง ประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและปัญหาของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อะไรที่ร่วมมือกันแล้วทำให้ประเทศชาติดีขึ้น เราก็ควรจะร่วมมือกัน อยากเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหามากกว่าเราไปดึงเล่นเกมการเมืองกัน รัฐรรมนูญฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอยู่ เราจึงควรร่วมมือกันทำให้เกิดเป็นฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไขเราร่วมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย


https://www.komchadluek.net/news/politic/383065


  มาบอกกล่าวกันหน่อยว่าพรุ่งนี้ 14 ส.ค.จะมีกระทู้ “ป่าแหว่ง “ เข้าสภาโดย “อนาคตใหม่”
โพสต์โดย: admin - 08-13-2019, 01:02 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

มาบอกกล่าวกันหน่อยว่าพรุ่งนี้ 14 ส.ค.จะมีกระทู้ “ป่าแหว่ง “ เข้าสภาโดย “อนาคตใหม่”
 
จากข่าวที่ว่านายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและได้อนุมัติงบประมาณหว่า 9 ล้านบาทเพื่อเพื่อฟื้นฟูป่าด้วยการเร่งปลูกต้นไม้ภายในพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่วนขั้นตอนการฟื้นฟูในระยะยาวจังหวัดเชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องจะต้องหารือกันอีกครั้ง

เรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2562 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลคสช. ก็ได้เคยเปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ว่าได้มีการอนุมัติแผนฟื้นฟูบ้านพักตุลาการ ซึ่งแบ่งเป็นแผนระยะเร่งด่วน, ระยะกลาง และระยะยาว ด้วยงบประมาณ 17.55 ล้านบาท ครอบคลุมการปลูกต้นไม้ และแผนฟื้นฟูทั้งหมด

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ทราบว่าได้อนุมัติเงินจำนวน 17.55 ล้านไปแล้วหรือยังหรือเพิ่งจะอนุมัติในรัฐบาลนี้โดยลดจำนวนเงินลงไปเหลือ 9 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีเรื่อง “หมู่บ้านผู้พิพากษาป่าแหว่ง “ นี่ชาวบ้านในท้องถิ่นเขามองว่ารัฐบาลต้องการที่จะ “ยื้อ “ โดยไม่คิดที่จะ “ รื้อ “ หมู่บ้านออกไปเรื่องมันก็เลยคาราคาซังทั้งๆที่ก็จะมีการย้ายศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ไปอยู่ที่เชียงรายแล้ว

นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ที่ผ่านมาชาวเชียงใหม่ ติดตามกรณีนี้ตลอด แต่รัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจรื้อบ้านพัก ซึ่งเหมือนกับยื้อเวลาทั้งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะทำการย้ายไปที่ จ.เชียงราย จึงเตรียมตั้งกระทู้ถามไปยังนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ถึงความชัดเจนการคืนพื้นที่ และการฟื้นฟู (แบบไหนยังไง)ที่มีแต่ความล่าช้า ศาลเองก็โดดลงมาฟ้องประชาชนว่าหมิ่นในกรณีที่มีการต่อต้านนี้ด้วย

ครับก็จะได้เห็นคำตอบจากรัฐบาลว่าจะจัดการยังไงต่อโปรดคอยติดตาม...

เชิญอ่านข่าวครับ :
 
อนุมัติงบ 9 ล้าน ฟื้นฟูป่าบ้านพักตุลาการ

รัฐบาล อนุมัติงบประมาณกว่า 9 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟู บ้านพักข้าราชการตุลาการ จ.เชียงใหม่

วันนี้ (12 ส.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา 

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานท้องถิ่น ระหว่างตรวจราชการที่ จ. เชียงใหม่ถึงการพื้นฟูป่า บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ถึงขั้นตอนการคืนพื้นที่ เบื้องต้นได้อนุมัติงบประมาณกว่า 9 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูด้วยการเร่งปลูกต้นไม้ภายในพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่วนขั้นตอนการฟื้นฟูในระยะยาวจังหวัดเชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องจะต้องหารือกันอีกครั้ง
[Image: G0DL5oPyrtt5HBAi4oCamr6eQj9ntN2LVUxPB79T...WIZOPr.jpg]
[Image: TSNBg3wSBdng7ijM75VVd6OGVYs6k558TYJxUBbwKwl.png]

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ระบุว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายยังติดตามการแก้ ปัญหาจากรัฐบาลยืนยันอยากให้เร่งรื้อบ้านพักตุลาการทั้ง 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง แม้จะเห็นด้วยกับการฟื้นฟูป่า แต่ไม่อยากเห็นการนำต้นไม้มาปลูกล้อมบ้านลักษณะของการจัดสวน

[Image: TSNBg3wSBdng7ijM75VVd6OGVYs6k6AU6kMtHRdp76I.png]

ด้านนายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ที่ผ่านมาชาวเชียงใหม่ ติดตามกรณีนี้ตลอด แต่รัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจรื้อบ้านพัก ซึ่งเหมือนกับยื้อเวลาทั้งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะทำการย้ายไปที่ จ.เชียงราย จึงเตรียมตั้งกระทู้ถามไปยังนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ถึงความชัดเจนการคืนพื้นที่ และการฟื้นฟูที่มีความล่าช้า

[Image: TSNBg3wSBdng7ijM75VVd6OGVYs6k58n92HzKMsVQyJ.png]

สำหรับปัญหาบ้านพักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก่อสร้างบนพื้นที่ 147 ไร่ ด้วยงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ถูกชาวเชียงใหม่คัดค้านเนื่องจากมองว่ารุกล้ำพื้นที่ป่าดอยสุเทพ สำนักงานศาลยุติธรรมยืนยันก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีการประท้วงจากภาคประชาชนต่อเนื่อง และมีการฟ้องร้องแกนนำ จนนายกรัฐมนตรีต้องตั้งกรรมการร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว และ ครม.อนุมัติงบประมาณเพื่อย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปก่อสร้างที่ จ.เชียงราย แทน

https://news.thaipbs.or.th/content/282756


อ่านข่าวและติดตามรายละเอียดเรื่อง ”ป่าแหว่ง ” ได้ที่นี่....

https://news.mthai.com/tag/%E0%B8%9A%E0%...2%E0%B8%A3


  'อนาคตใหม่' โต้หลัง 'อภิรัชต์' ระบุ 'พรรคตั้งใหม่' ใช้ 'ข่าวปลอม' หลอกเยาวชน
โพสต์โดย: admin - 08-11-2019, 02:50 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

'อนาคตใหม่' โต้หลัง 'อภิรัชต์' ระบุ 'พรรคตั้งใหม่' ใช้ 'ข่าวปลอม' หลอกเยาวชน

'ปิยบุตร' ชี้ 'อภิรัชต์' ระบุพรรคตั้งใหม่ใช้ 'ข่าวปลอม' ทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบัน สะท้อน ผบ.ทบ.ยังชี้นำการเมือง ขอเชื่อใจคนหนุ่มสาวมีวิจารณญาณคิดเองได้ ด้าน 'พงศกร' ระบุคนรุ่นใหม่มีภูมิต้านทานสื่อ ไม่ได้เปิดแต่วิทยุยานเกราะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

[Image: 33566715788_3f50d41f5e_o_d.jpg]

11 ส.ค. 2562 เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่าเมื่อเวลา 13.20 น. ที่อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเพื่อทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบัน ว่าเท่าที่อ่านจากข่าว แม้ไม่ระบุชื่อพรรค แต่อ่านแล้วปฏิเสธยากว่าคงหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้สะท้อนปัญหา 3 เรื่อง คือ

ปัญหาที่ 1. สิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดอยู่เสมอว่าจะเป็นกองทัพยุคใหม่ หลังเลือกตั้งแล้วจะถอยออกจากการเมือง แต่เอาเข้าจริง จากการให้สัมภาษณ์ของท่านล้วนเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งถ้าเป็นกองทัพตามแบบมาตรฐานสากลประชาธิปไตย ผบ.ทบ.จะไม่ให้สัมภาษณ์ชี้นำเรื่องพรรคการเมือง

ปัญหาที่ 2. คือ ผบ.ทบ.อาจเข้าใจนิยามของคำว่าเฟคนิวส์ผิดไป เพราะเฟคนิวส์ คือข่าวเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างในทางการเมือง หากสิ่งที่ท่านกล่าวหา หมายถึงพรรคอนาคตใหม่จริง ถ้าผิดก็ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ตั้งแต่ตั้งพรรคขึ้นมา เรารณรงค์ด้วยการทำงานทางความคิดกับประชาชนและเยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่ใช่เรื่องข่าวเท็จข่าวลวงใดๆ ทั้งสิ้น



“ผมคิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่มีวิจารณญาณในการประเมินและตัดสินใจอยู่บ้าง จึงอยากให้ ผบ.ทบ.ลองมาทำความเข้าใจกับความคิดของคนหนุ่มสาว อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือคิดเป็นเรื่องที่ถูกปลุกปั่นยุยงอยู่ตลอดเวลา” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าว



ปัญหาที่ 3. ตนคิดว่าทัศนคติของผบ.ทบ. จะยิ่งทำให้เกิด Clash of Generations มากขึ้น ตนยืนหยัดว่าเราตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นเพราะต้องการหลอมรวมคนทุกกลุ่มของสังคมเพื่อออกจากความขัดแย้งชุดเดิมตลอด 13 ปีเพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ด้วยกัน ไม่ได้คิดว่าพรรคจะเป็นของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ดังนั้น การที่ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์แบบนี้ เท่ากับกีดกันคนกลุ่มหนึ่ง กีดกันเยาวชนคนหนุ่มสาวออกไปมากยิ่งขึ้น



'อภิรัชต์' ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ยืนยันกองทัพในยุคตน 'ไม่มีรัฐประหาร-ไม่ล้ำเส้นการเมือง'



“เรียนด้วยความปรารถนาดีจริงๆ สมมุติ ผมเป็น ผบ.ทบ. แล้วเห็นว่าทัศนคติของเยาวชนเป็นแบบนี้มากยิ่งขึ้นอย่างที่ท่านกังวล แทนที่จะผลักไสเขาออกไป หรือกล่าวหาว่าเขาถูกยุยงปลุกปั่น หรือบอกว่าเขาหลงผิดไปเชื่อเฟคนิวส์ ผมจะทำงานร่วมกับเขามากขึ้น และพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของประเทศจะไปทางไหน ในอดีต หน่วยงานความมั่นคงเคยทดลองทำแบบนี้มาหลายครั้ง แต่สุดท้ายทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมชาติกัน จึงคิดว่ามาหาวิธีการกัน ดีกว่าจะโทษกันไปกันมาว่าใครถูกล้างสมองหรือถูกยุยงปลุกปั่น” นายปิยบุตรกล่าว



เมื่อถามว่า ต้องการขอชี้แจงเรื่องนี้โดยตรงต่อ ผบ.ทบ.หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า เราพร้อมสื่อสารตลอดเวลาและพร้อมทำงานกับทุกภาคส่วน สำหรับกองทัพบกและทหารทั้งหมด ตนยืนยันอีกครั้งว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดเป็นศัตรูกับกองทัพ ไม่เคยมองกองทัพเป็นศัตรู แต่ต้องการให้กองทัพถูกปฏิรูป ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง เป็นกองทัพอาชีพที่ทันสมัย จิ๋วแต่แจ๋ว และไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ประเทศไทยขาดกองทัพไม่ได้ กองทัพเป็นองค์กรที่สำคัญ เพียงแต่เราต้องการปฏิรูปให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยเท่านั้น



'พงศกร' ระบุคนรุ่นใหม่มีภูมิต้านทานไม่ใช่เปิดแต่วิทยุยานเกราะเหมือนเมื่อก่อน



ด้าน เว็บไซต์ BBC Thai รายงานว่าหลัง พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศกล่าวหา "บางพรรค" ว่า ใช้ "ข่าวปลอม" ในการโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งเป้าไปที่เยาวชนอายุน้อย พล.ท. พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงออกมาตอบโต้ว่า ผบ ทบ. กำลัง ทำการโฆษณาชวนเชื่ออยู่ด้วย โดย "อาศัยประเด็นต่างๆ เพื่อที่จะมารักษาสถานภาพของตนเอง"



"ให้เชื่อฟังกองทัพนะ เราเป็นคนดี เราจะดูแลเรื่องต่างๆ ให้คุณเอง มีแต่คนไม่ดีที่มาชักจูงลูกหลานของเรา" พล.ท. พงศกร ระบุ



พล.อ. อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อ 9 ส.ค. ว่ากองทัพบกกำลังต่อสู้กับ "สงครามลูกผสม" ซึ่งข้าศึกกำลังใช้ "ข่าวปลอม" ที่ใช้ล้มล้างกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์



"พรรคการเมืองบางพรรค เพิ่งตั้งมา 2-3 ปี มีแผนโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่คนพวกนี้อายุ 16-17 ปี" ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว 



"พวกเขาพยายามให้การศึกษาคนพวกนี้ด้วยข่าวปลอม"พล.อ. อภิรัชต์ ระบุ แต่ปฏิเสธที่จะระบุชื่อฝ่ายที่เขาสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการโฆษณาชวนเชื่อหรือเหตุระเบิด แต่ก็พูดถึงพรรคการเมืองบางพรรคโดยไม่ระบุชื่อ



พล.ท. พงศกร มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญว่า ผบ.ทบ. กำลังพูดพาดพิงถึงพรรคไหน แต่การจุดประเด็นเรื่องข่าวปลอมขึ้นมาเป็นเรื่องอันตราย และเสริมว่า การที่กองทัพออกมาบอกว่าศัตรูกำลังใช้ข่าวปลอมในการชักจูงคนรุ่นใหม่ ก็สามารถมองในมุมกลับกันได้ว่ากองทัพเองกำลังทำการโฆษณาชวนเชื่อเช่นกัน

"อาศัยประเด็นต่างๆ เพื่อที่จะมารักษาสถานภาพของตนเอง ให้เชื่อฟังกองทัพนะ เราเป็นคนดี เราจะดูแลเรื่องต่างๆ ให้คุณเอง มีแต่คนไม่ดีที่มาชักจูงลูกหลานของเรา"



พล.ท. พงศกรกล่าวว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการสร้างความขัดแย้ง เหมือนกับในสารคดี "Five Steps To Tyranny" ของบีบีซี ซึ่งพูดถึงการแบ่งเขาแบ่งเรา นำไปสู่การกดให้อีกฝ่ายต่ำลง จัดการรุนแรง จนถึงฆ่ากันในที่สุด



เขากล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่ๆ ต่างก็มุ่งให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นใหม่ทั้งนั้น แต่ไม่ถูกต้องนักหากจะคิดว่าเยาวชนจะถูกชักจูงได้ง่ายๆ ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ



"คนรุ่นใหม่โอกาสจะถูกล้างสมองยากมาก เพราะเขามีความคิดอยู่ท่ามกลางกระแสของข้อมูล มีแต่ว่าเราจะไปทำให้เขาเชื่อ ไปทำให้มั่นใจในพรรคของคุณได้อย่างไร เท่านั้นเอง"


พล.ท. พงศกร บอกว่า คนรุ่นใหม่มีโซเชียลมีเดีย เห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ เรื่องจริงและเรื่องโกหก ทำให้มีภูมิต้านทาน "ไม่ใช่เปิดวิทยุฟังเหมือนสมัยก่อน สมัยผมที่เปิดแต่วิทยุยานเกราะ ก็เชื่อกันแล้ว ออกไปทำร้ายผู้คนกันแล้ว"

https://prachatai.com/journal/2019/08/83825


  ‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ภาคปชช.’ เห็นพ้องต้องมี สสร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดึงทุกฝ่ายร่วม
โพสต์โดย: admin - 08-11-2019, 02:43 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ภาคปชช.’ เห็นพ้องต้องมี สสร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดึงทุกฝ่ายร่วม

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพชวนตั้ง สสร. หรือไม่ก็เอา รธน. 3 ฉบับมาทำประชามติให้ปชช.โหวตเลย ขณะที่ 'เพื่อไทย' ชู ถนน สสร. ชวน นายกฯ รัฐบาล ส.ว.มาร่วมเพื่อเดินออกจากความขัดแย้ง ‘อนาคตใหม่’ ปลุกประชาสังคมสร้างฉันทามติใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ผู้นำแรงงานย้ำ แก้รธน.เรื่องเดียวกับปากท้อง

[Image: 48509243076_23567599ef_b.jpg]

10 ส.ค.2562 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พรรคโดมปฏิวัติ ร่วมกับ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) จัดเสวนาหัวข้อ "3 ปีประชามติ ได้อะไร เสียอะไร เอาไงต่อ?" โดยมี หัวข้อย่อยคือ "3 ปีประชามติที่ไม่เสรีและไม่เป็นธรรม" นำเสวนาโดย ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และกรชนก ธนะคูณ รองเลขาสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ และผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ประชามติ อีกหัวข้อย่อยคือ "แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง" โดย รศ.ดร.โภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านนโยบายและเเผนงาน พรรคเพื่อไทย และรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ประชามติ โดยมี ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการโทรทัศน์ ครู และนักกิจกรรม เป็นผู้ดำเนินรายการ

คปอ.ชวนตั้ง สสร. หรือไม่ก็เอา รธน. 3 ฉบับมาทำประชามติให้ปชช.โหวตเลย


ก่อนเสวนา ตัวแทนของ คปอ. โดย พัชณีย์ คำหนัก อ่านแถลงการณ์เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีของการทำประชามติของ คปอ. ประกาศชวนทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ย้ำว่าการลงประชามติครั้งที่ผ่านมาไม่แฟร์ไม่ฟรี  และทาง คปอ. เคยประกาศไม่ยอมรับกระบวนการทำประชามติและกระบวนการต่อเนื่องจากประชามติแต่ต้น อีกทั้งหลังจากนั้นมีการแก้รัฐธรรมนูญหลายมาตราจนไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นฉบับประชามติอีกต่อไป



คปอ. ยืนยันจุดยืนและข้อเรียกร้องเดิมว่า 1. ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับประชามติครั้งที่ผ่านมา 2. เชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมืองผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญและเสนอให้มี สสร. เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และ มีประชามติที่มีเสรีภาพการแสดงออก 3. หรือหากไม่สามารถทำทั้ง 2 ข้อแรกได้ก็เรียกร้องให้มีการทำประชามติ โดยนำรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับคือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 50 และ 60 มาโหวตใหม่ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นธรรมและเสรี
ตัวแทน คปอ.ยังยื่นแถลงการณ์ข้อเรียกร้องดังกล่าวให้ รศ.ดร.โภคิน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านนโยบายและเเผนงาน พรรคเพื่อไทย และรังสิมันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ด้วย

[Image: 48510207572_8cd7b1e38e_b.jpg]

วรัญชัย โชคชนะ ร่วมวงเสวนาพร้อมป้ายและโมเดลรถถังที่อยู่บนพานรัฐธรรมนูญ


ทนายสิทธิฯ ชี้เป็น ‘ประชามติ’ ท่ามกลางการดำเนินคดี ข่มขู่ คลุมเครือ



ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่มีลูกความที่ถูกดำเนินคดีระหว่างประชามติดังกล่าวจำนวนมากกล่าวถึงกฎหมายที่มีการใช้ในการดำเนินคดีกับผู้ที่เคลื่อนไหวรณรงค์ช่วงทำประชามติ ตาม พ.ร.บ.ประชามติ ม.60 ม.61 ว่า มีปัญหาเพราะเขียนกว้างมาก สามารถนำไปใช้ในการกลั่นแกล้งทางการเมืองมากขึ้น เช่น เรื่องคำว่า “ก้าวร้าวหยาบคาย” นั้นก็ไม่มีคำอธิบายว่าเป็นอย่างไรบ้าง



ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้ให้เห็นปัญหาการทำประชามติดังกล่าวว่า 1. เป็นเพียงแค่กระบวนการสร้างความชอบธรรมให้กับ รัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช. เอกสารที่แจกของ กกต. ก็เป็นการบอกเพียงข้อดี และคำถามพ่วงเรื่อง ส.ว. หลายคนก็อาจไม่ทราบว่าที่ ส.ว.สามารถโหวตนายกฯ ได้นั้น เป็นผลมาจากคำถามพ่วง 2. มีการดำเนินการข่มขู่คุกคามกับคนที่ออกมาดำเนินการณรงค์ออกเสียงประชามติ มีความคลุมเครือในการทำประชามติของ กกต. มีความเคลือบแคลงสงสัยตลอดเวลา แค่แจกสติกเกอร์โหวตโนก็ถูกดำเนินคดี หรือเรื่องศูนย์ปราบโกงของ นปช. ที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก 3. พ.ร.บ ประชามติ คำสั่งหัวหน้า คสช. เป็นเครื่องมือปิดปากในการทำประชามติ และ 4. มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมารณรงค์ โดยมีผู้ถูกดำเนินคดี 212 คน เกี่ยวกับประชามติ แม้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่3/58 ก็ยังเหลืออีก 53 คน ที่ยังไม่สิ้นสุด หลายคดีของประชามติที่ขึ้นสู่ศาลจะยกฟ้อง หรือยกเลิกคำสั่ง คสช. 3/58 แต่การดำเนินคดีหรือไปเยี่ยมบ้านนั้นเป็นการสร้างภาระกับผู้รณรงค์ทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเรียกว่าเป็นประชามติที่ฟรีและแฟร์



ผู้นำแรงงานย้ำ แก้รธน.เรื่องเดียวกับปากท้อง



กรชนก ธนะคูณ รองเลขาสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ (สพท.)และผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ประชามติ กล่าวว่า ตนเองเป็นนักกิจกรรมที่ทำงานให้กับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ รณรงค์ให้ความรู้ให้กับสมาชิกสหภาพ และด้วยองค์กรที่เราไปสังกัดคือ สพท. นั้นก็มีแนวคิดในการรณรงค์เรื่องประชาธิปไตย เพราะเรื่องของคนงานหรือผู้ใช้แรงงานนั้นต้องมีเรื่องประชาธิปไตยด้วย เนื่องจากส่งผลต่อสิทธิแรงงาน  ทำให้หลังจากรัฐประหารพวกตนมีการคุยกันในเรื่องนี้ หากการเมืองเปลี่ยนไปในรูปแบบนี้คนงานจะเจออะไรบ้าง



สำหรับเหตุการณ์ที่กรชนกถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติที่บางเสาธงนั้น เธอเล่าว่า วันเกิดเหตุมีนักศึกษานักกิจกรรมจัดกิจกรรมแจกเอกสารที่บางเสาธง ซึ่งเป็นทางผ่านที่เราจะเข้าไปสำนักงาน เราเข้าไปเจอนักกิจกรรมที่รณรงค์แจกใบปลิว พวกตนก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อคนงาน เรามองว่าการออกไปใช้สิทธินั้น มันมีตัวหนึ่งที่เป็นเอกสารที่เป็นเรื่องการไปใช้สิทธิล่วงหน้านอกเขตจึงไปช่วยแจกเอกสารความรู้ตรงนั้น แต่แจกอยู่สักพักเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาล็อคตัวโรมก่อน และมีคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารพาไป สภ.บางเสาธง และขังไว้คนละห้องทีโรงพักในตอนแรก ไม่มีการแจ้งข้อหาว่าทำผิดอะไร จนทนายมา อยู่ที่นั่นทั้งคืนและจับเราไว้ในห้องขังทั้งคืน จน 7 โมงเช้า และส่งพวกตนมาที่ศาลทหาร ข้อหาที่ถูกดำเนินคดี คือ ชุมนุมและขัดคำสั่ง คสช. รวมทั้ง ม.116 พรบ.ประชามติ ด้วย คดีนั้นล่าสุดเมื่อวานศาลทหารโอนคดีไปที่ศาลพลเรือนที่ จ. สมุทรปราการ



กรชนก กล่าวถึงรัฐธรรมนูญและกฎหมายในยุค คสช. ว่า นำมาซึ่งความเดือดร้อนเรานั้นมีจำนวนมาก การยื่นเจรจาข้อเรียกร้อง เมื่อจะชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกสหภาพแรงงานก็มีทหารเข้ามาเป็นสิบ หรือเวลาจะจัดกิจกรรมอะไรก็ต้องขออนุญาตก่อน หรือบทบาทของ กอ.รมน. ที่มักเข้าไปพบพวกตนก็มองว่านี่เป็นการคุกคาม จากนี้สิ่งที่เราจะทำคือจะร่วมรณรงค์แก้ไขเพื่อให้คนในสังคมมีความเท่าเทียมมากขึ้น มีสิทธิมีเสียง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องปากท้องเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็จะกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจ



ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวเสริมว่าการดำเนินคดีในศาลทหารมีความพิเศษที่ต่างจากศาลยุติธรรมคือการได้รับการประกันตัวนั้นต้องถูกนำตัวไปปล่อยตัวที่เรือนจำ คือต้องเข้าเรือนจำก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัว ถือเป็นการละเมิดสิทธิฯ เช่นกัน



คาด พ.ร.บ.ชอมนุม-คอมฯ จะถูกเอามาใช้มากขึ้น


ขณะที่การเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ศศินันท์ กล่าวว่า ทางศูนย์ทนายฯ ประเมินว่าทิศทางของการทำงานในอนาคตว่าจะมีการใช้วิธีการอื่นในการใช้กฎหมายอื่นในการลิดรอนสิทธิของประชาชน เช่น ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือการเรียกเข้าไปคุย ไปทำให้หวาดกลัวด้วยการไปแถวบ้าน มีวิธีการที่มันเปลี่ยนไปในการข่มขู่ในการทำให้หวาดกลัว อีกกฎหมายที่เอามาใช้มากขึ้นคือ พ.ร.บ.ชุมนุม ในการไม่แจ้งการชุมนุม พ.ร.บ.คอมพิวเตอด้วย คิดว่าการล่ารายชื่อหรือรณรงค์ก็อาจมีการเอา 2 กฎหมายนี้มาใช้มากขึ้น

[Image: 48510207772_a472f1bf8b_b.jpg]

ถนน สสร. ฝ่ายค้านชวน นายกฯ รัฐบาล ส.ว.มาร่วมเพื่อเดินออกจากความขัดแย้ง


รศ.ดร.โภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านนโยบายและเเผนงาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมากมายหลายฉบับ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร ปี 2475 โดยเริ่มต้นให้มีสภาเดียว แต่ต่อมาก็มีการแยกเป็น 2 สภา พร้อมทั้งมีการยึดอำนาจและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตลอด แต่ตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมาสิ่งที่ประชาชนต้องการคือนายกที่มาจาก ส.ส. และประธานสภามาจาก ส.ส. เพราะนั้นเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย รวมไปถึงการเรียกร้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปี และ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคเพื่อให้มีวินัยเพราะหากไม่สังกัดก็จะเรียกร้องต่อรองออกไปจากพรรคตลอด



คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เล่าถึงที่มาของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญปี 40 มีการแก้บทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ  เติมเรื่องกระบวนการได้มาซึ่งการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากย้อนไปรัฐธรรมนูญปี 40 นั้น เราได้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง แต่มาปี 50 แต่งตั้งครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่งก็แปลกแล้ว ซึ่งเป็นกลไก ที่ออกมาเพื่อเล่นงานบางพรรค แต่รัฐธรรมนูญปี 60 ยิ่งเต็มกำลังเลย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ปัญหานอกจากตอบโจทย์ตัวเอง ตั้งแต่ปี 50-62 เรากำลังหลงวังวนกับกฎเกณฑ์สูงสุดของสังคมบางองค์การ ตอบโจทย์บางองค์กร สังคมไทยหลงในอำนาจนิยม อยากมีฮีโร่สักคนที่จะเข้ามาช่วย แต่ถ้าเรามีภาคประชาชนเป็นเครือข่ายมันก็เป็นพลัง วันนี้สังคมมี 3 ภาคส่วนคือ หนึ่ง รัฐบาล สอง ภาคธุรกิจที่ถูกผู้ขาด และภาคที่ 3 คือภาคประชาชนที่ตัวเล็กแต่ต้องรับภาระทั้งหมดทั้งภาษีก็ต้องจ่าย ถ้าภาคประชาชนไม่โตประเทศนี้ไปไม่ได้ เราต้องออกแบบรัฐธรรมนูญให้ภาคประชาชนโต

รศ.ดร.โภคิน กล่าวถึงกรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมแถลงข่าวรณรงค์สู่การแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ว่า เรื่องรัฐธรรมนูญนั้น มี 2 ส่วนคือกระบวนการและเนื้อหา โดยกระบวนการนั้นสำคัญที่ต้องมีความชอบธรรม สิ่งที่แย่ของรัฐธรรมนูญปี 60 นั้นคือ 1. เรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน เมื่ออำนาจเป็นของประชาชน แต่สิ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชน เช่น ส.ว. นั้นนำไปสู่ความขัดกันรุนแรง 2. เรื่องการนิรโทษกรรมตนเอง มันขัดต่อหลักอำนาจเป็นของปวงชนและหลักนิติธรรม 3. รัฐบาล ที่ใครมาเป็นรัฐบาลนั้นแทบจะทำอะไรไม่ได้ ต้องสอดคล้องกับแผนต่างๆ ถามว่าจะไปหาเสียงทำไม เพราะต้องทำตาม รธน. เป็นต้น



สิ่งแรกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เห็นว่าเกือบทุกพรรคตอนเลือกตั้งว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไทยก็เสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแบบมี สสร. ส่วนเรื่องการบอกว่าจะทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้นั้น เป็นเรื่องฟังไม่ขึ้นเพราะการแก้รัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ละพรรคอาจมองการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นรายประเด็นก็มี



เราเคยมีรัฐธรรมนูญ40 ฉบับประชาชน ถ้าเรามีรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยประชาชนและเห็นชอบโดยประชาชนจะเอาไหม ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอคือขอให้มี สสร. ขึ้นมาเหมือนสมัยรัฐบาลบรรหาร แก้ให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใหม่ จากนั้นเลือกตั้งและทำรัฐธรรมนูญขึ้นมา เช่น 8 เดือน ก็ยกร่าง และมีการตั้ง กมธ. เสนอเข้าสู่สภา สสร เพื่อเห็นชอบและทำประชามติเสร็จแล้วทูลเกล้าถวาย เป็นรัฐธรรมนูญโดยประชาชน และเห็นชอบโดยประชาชน โดยมีการรณรงค์ต้องเปิดเต็มที่ เรามาอันนี้เพื่อคืนอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้านตกลงกันมาแบบนี้ และอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมมือ คิดว่าความขัดแย้งจะยุติได้ตรงนี้


รศ.ดร.โภคิน ย้ำว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญวันนี้ของเราเป็นเรื่องมี สสร หรือไม่มี เมื่อจะเอามี สรร ต้องเข้าสู่ขั้นตอนที่เราว่าไว้ นี่คือประเด็นของ 7 พรรค วันนี้เราไม่ได้เขียนอะไรขอเพียงอย่างเดียวการมี สสร. แม้แต่ นายกฯ ก็ต้องเชิญชวนมาร่วมกระบวนการนี้ อย่าเพิ่งมองใครไม่ใช่พวก มองใครเป็นศตรู เป็นเส้นทางเดินของทั้งประเทศ วันนี้คือสิ่งที่ควรจะทำคือให้ทุกคนมาสู่ถนนนี้ด้วยกัน ต้องเชิญชวน ส.ว. พรรคร่วมรัฐบาลและนายกฯ มาร่วมเส้นทางนี้ด้วยกัน

[Image: 48510207932_c418e138b7_b.jpg]

‘อนาคตใหม่’ ชวนประชาสังคมสร้างฉันทามติใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่


รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งฉายารัฐธรรมนูญปี 60 นี้ ว่าเป็น “ฉบับ 3 ขัง” ขังแรกคือขังผู้เห็นต่าง ตั้งแต่ช่วงรณรงค์ประชามติที่ประชาชน ถูกจับกุมดำเนินคดี สอง ขังผู้สร้าง ขังพล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่กับเรา ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องผูกพันกับสิ่งที่ตัวเองเขียนไว้ รวมทั้ง ส.ว.และยุทธศาสตร์ชาติ ขังสุดท้ายเป็นขัง ปท.ไทย ไม่ให้เดินไปไหน



พรรคอนาคตใหม่มีการคิกออฟแคมเปญแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ อนาคตใหม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพียงแต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงแบ่งระยะออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะสั้นและยาว ระยะสั้นคือต้องการเสียงของ ส.ส.100 คน เรามี 81 คน และยังต้องการอีก 20 เสียงเพื่อไปยื่นสภาเพื่อให้มีการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเดียวกับที่ 7 พรรคจะแก้รัฐธรรมนูญโดยในระยะสั้นเรารู้ว่ามันจะทำง่ายกว่า เราเสนอ 2 เรื่อง คือยกเลิกบทบัญญัติให้ประกาศและคำสั่ง คสช. เป็น กฎหมายอีกอันคือต้องการยกเลิกบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับ ส.ว. เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ เอาเฉพาะพรรคการเมืองที่ประกาศไม่เอาประยุทธ์นั้นได้เสียเยอะมาก แต่เมื่อมี ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้องหลายพรรคการเมืองความเข้มข้นในอุดมการณ์ต่างกัน จึงตัดสินใจเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์ และเลือกตั้งสมัยหน้า ส.ว.ก็มีสิทธิเลือกนายกฯ อีก ดังนั้นผลที่มันจะเกิดขึ้นจะเกิดกับ 2 รบ.เป็นอย่างน้อย ที่เราจะอยู่กับมรดก คสช. ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จึงเสนอว่าเราแก้ ส.ว.ได้ไหม เพื่อให้อำนาจในส่วนของฝ่ายบริหารมาจากประชาชน

ระยะยาว เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเป็นเรื่องของ สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญสิ่งนี้ต้องกลับไปที่ประชาชนว่าตกลงแล้วรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งเราอยากให้มีเนื้อหาสาระอะไรบ้าง เหล่านี้ต้องกลับไปถามประชาชนว่าประชาชนจะเอาอย่างไร ความขัดแย้งทางการเมืองมันอยู่ที่ว่าเราหาฉันทมติไม่เจอว่าสังคมไทยต้องการเอาแบบไหน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เคลมฉันทามติมาโดยตลอด ตอนตนรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ถือฉันทามติ แต่ปัญหาความไม่ฟรีไม่แฟร์ ผลออกมาประชามติเกมนั้นดูเหมือนว่า คสช. จะชนะ แต่เหมือนว่าชัยชนะนั้นไม่ได้เป็นฉันทามติของสังคมที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช. อยู่ต่อเพราะมีการจับกุมดำเนินคดีประชาชนเห็นต่างมากมาย เราอาจสรุปได้ว่าการลงประชามติดังกล่าวไม่ได้เป็นของสังคมไทย



ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ณ เวลา นี้เราจะหาฉันทามติอย่างไรในการกำหนดในรัฐธรรมนูญเราไม่อยากทำรัฐธรรมนูญฉบับแก้แค้น ไม่ต้องการสร้างให้ความขัดแย้งดำเนินไปเรื่อยๆ แต่อยากให้มันยุติภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อยากกลับไปที่การรณรงค์ธงเขียว เรื่องรัฐธรรมนูญปี 40 เกิดจากภาคประชาสังคมรณรงค์อย่างเข้มข้นรับ รัฐธรรมนูญจนทำให้นักการเมืองโหวตรับนี่คือรูปธรรมแรกของฉันทามติ รูปธรรมต่อมาคือตอนนี้มีเรื่องของกัญชา ที่มีพรรคการเมืองหนึ่งในการนำเสนอ อาจมีคนโต้แย้งเรื่องปัญหาของกัญชา แต่ก็เห็นว่ามันเปิดขึ้นเรื่อยๆ เราอยากเห็นบรรยากาศที่เปิดขึ้นเรื่อยๆ ในประเด็นรัฐธรรมนูญ หมดเวลาที่จะมีคนมาร่างแล้วบอกว่านี่เป็นสิ่งที่สังคมอยากได้แล้ว สังคมจะต้องถกเถียงกันเพื่อให้ได้มาซึ่งฉันทามติที่สังคมเกิดขึ้น สร้างบทสนทนาในสังคม


สำหรับการตั้ง สสร. นั้น เป็นเรื่องที่เราอยากจะเห็น พรรคอนาคตใหม่ก็เห็นทิศทางนี้ แต่ประเด็นก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราก็ต้องเจอปัญหาของเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. แต่หากมิติของการแก้รัฐธรรมนูญนั้นไม่จำกัดเฉพาะ ส.ส.หรือสภา แต่เป็นเรื่องของภาคประชาสังคมออกมาด้วยนั้นความเป็นไปได้จะมากขึ้นด้วย ณ วันนี้ ถ้าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคการเมืองอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องโยนโจทย์นี้ไปที่ภาคประชาชนประชาสังคม เสียงของประชาชนเข้าไปแก้ด้วย มี 2 กระบวนคือการแก้รัฐธรรมนูญและเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ เป็น 2 สิ่งที่ต้องการฉันทามติของประชาชนเฉพาะนักการเมืองอย่างเดียวไม่พอ

https://prachatai.com/journal/2019/08/83828


  สื่อนอกระบุ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้สัญชาติ 'เซอร์เบีย'
โพสต์โดย: admin - 08-11-2019, 01:15 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

สื่อนอกระบุ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้สัญชาติ 'เซอร์เบีย'

รัฐบาลเซอร์เบียอนุมัติมอบสัญชาติให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่การทูตของไทยในเซอร์เบียยังไม่ออกมายืนยันข่าวนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์/ยูโรนิวส์ รายงานว่า รัฐบาลเซอร์เบียมอบสัญชาติให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2562 เป็นต้นมา
สื่อท้องถิ่นของเซอร์เบียรายงานข่าวดังกล่าว วันนี้ (8 ส.ค.) อ้างอิงคำประกาศของรัฐบาล ซึ่งระบุว่า กฎหมายเซอร์เบียอนุญาตการมอบสัญชาติให้ชาวต่างชาติได้ หากตรงกับเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม


อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์พยายามติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่รัฐบาลเซอร์เบียที่รับผิดชอบพิจารณามอบสัญชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่การทูตของไทยประจำเซอร์เบียและสมาชิกตระกูลชินวัตร แต่ไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้


สื่อต่างประเทศรายงานว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ศาลตัดสินจำคุกในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการของรัฐบาล


ก่อนหน้านี้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เคยไปที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และพบกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งทั้งคู่ยังเป็นบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อแวดวงการเมืองไทย แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในประเทศนานแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:




You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2019 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org