ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
คุณจะต้อง ลงทะเบียน ก่อนที่คุณจะสามารถโพสต์ในเว็บไซต์ของเรา

ชื่อผู้ใช้
  

รหัสผ่าน
  





ค้นหาหัวข้อ

(การค้นหาขั้นสูง)

สถิติฟอรั่ม
» สมาชิก: 258
» สมาชิกล่าสุด: qwfozyzz
» กระทู้: 5,105
» โพสต์: 7,819

สะถิติเต็มรุปแบบ

กระทู้ล่าสุด
http://www.burnfatin4days...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 7
“พิชัย”ถาม “บิ๊กตู่” ถ้าป...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 6
ขอตอบไอ้คำถาม 4 ข้อ ที่โย...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 5
ข้อมูลเศรษฐกิจจากรายงาน A...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
» ตอบกลับ: 1   » อ่าน: 4
ถ้าปูยังอยู่ ไทยจะเจริญอย...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 09:41 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 13
วิธีแก้น้ำท่วม ต้องเลือกต...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 08:40 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 11
สตง ปตท. ใช้หลักการอะไรใน...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
เมื่อวานนี้, 07:39 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 12
ชี้แจงเงินเดือนผู้บริหาร ...
หัวข้อ: มุมกาแฟ
เมื่อวานนี้, 04:40 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 10
วิธีการคำนวณหาราคาพื้นที่...
หัวข้อ: ประกาศขายบ้านและที่ดิน
เมื่อวานนี้, 04:22 AM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 9
ทหารเจอคนเก่งคนจริงแบบนี้...
หัวข้อ: สังคมและการเมือง
05-28-2017, 02:41 PM
» ตอบกลับ: 0   » อ่าน: 3,949

 
  http://www.burnfatin4days.com/follicore/
โพสต์โดย: Morty1928 - 1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

Your follicore to resemble some time as of late, fall before follicore it starts and stops growing follicore follicles follicore. Despite the past greatness of the mane gushing to restore, this treatment also invigorates the follicore and upgrade versatility. This change can help your follicore and style it can to brush, however without stressing follicore they will fall continues. 

http://www.burnfatin4days.com/follicore/


  “พิชัย”ถาม “บิ๊กตู่” ถ้าประชาชนไม่พอใจรัฐบาลปัจจุบันประชาชนจะทำอย่างไรได้
โพสต์โดย: NightOwl - 1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

“คำถาม”เลื่อนเลือกตั้งจาก”ความกลัว” ความกลัวของ”คสช.”และของ”รัฐบาล”

วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 - 08:37 น.

ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนา

ตรงกัน

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอ 4 คำถามผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม

1 มาจาก “ความกลัว”

ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ กลัว”การเลือกตั้ง” เกรงว่าจะไม่เป็นไปตามความต้องการ

1 มาจาก “ความปรารถนา”

เป็นความปรารถนาที่จะสืบทอด “อำนาจ” อยู่ใน “อำนาจ”ไม่ว่าจะโดยกระบวนการและกรรมวิธีแบบไหน

“คำถาม” จึงเป็น”กระบวนการ”หนึ่ง วิธีการหนึ่ง

ทั้งๆที่มี “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” เป็นเครื่องมืออย่างสำคัญ ทั้งๆที่จะมี “พรป.รัฐธรรมนูญ”เป็นเครื่องมืออย่างสำคัญ

เหตุใดจึงยัง “กลัว”


เป็นความกลัวบนพื้นฐานที่ว่า ไม่ว่าจะวางกฎกติกา”เลือกตั้ง” อย่างไรก็ไม่สามารถเอาชนะ “พรรคเพื่อไทย”ได้

คะแนนและความนิยมยังเป็นของ”พรรคเพื่อไทย”

ความเป็นจริงนี้ไม่เพียงแต่ทุกพรรคการเมืองจะรู้ แม้กระทั่ง “กปปส.”อันเป็นพันธมิตรซึ่งแนบแน่นอย่างยิ่งกับ “คสช.” ก็รู้อยู่เป็นอย่างดี

จึงนำไปสู่”คำถาม”ที่ยิ่งถามยิ่ง”วัวพันหลัก”

เมื่อผ่านวาระ 3 ปีแห่งรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มาความเป็นจริงยิ่งเด่นชัด

ถามว่าทำไมจึงเลื่อนการแถลง”ผลงาน”

คำตอบตรงไปตรงมาก็คือ การแถลงในเดือนพฤษภาคมจะยิ่งทำให้ “คสช.”ตกเป็น จาก”ผลงาน”ของตนเอง

ผลงาน “เศรษฐกิจ” เป็นปัญหาอย่างยิ่งอยู่แล้ว พลันที่กัมปนาทแห่ง”ระเบิด”ที่โรงพยาลพระมงกุฏเกล้า “ความมั่นคง”ก็ถูกตั้งคำถาม

พลัน”คสช.”ก็กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”

“คำถาม”จึงเกิดขึ้นจากความรู้สึก”หวาดกลัว”อย่างล้ำลึก

คนร้ายไปป์บอมบ์ห้องวงษ์สุวรรณ จงใจหยามชัดๆ เพราะมีสถานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เบอร์ 1

https://www.khaosod.co.th/newspaper-colu...ews_369382


  ขอตอบไอ้คำถาม 4 ข้อ ที่โยนให้ประชาชนตอบ ขอรวบตอบทั้งหมดเลย
โพสต์โดย: NightOwl - 2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

วัตถุไวไฟ
28 พ.ค. 2017

คือ..ไม่ต้องรุ้หรอก

ให้เป็นสิทธิของประชาชนเขาใช้วิจารณญานเอง

ไม่ต้องเที่ยวมาชี้นำ กดหัวให้เดินตามทางที่ตัวเองอยากให้เดิน
ประชาชนคิดเองเป็น ไอ้ที่เลวร้ายทุกวันนี้ยังทนได้เลย

คงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้แล้วหละ

สุดท้าย...หัดเคารพสิทธิของประชาชนบ้าง และอย่าคิดแทนคนอื่น


  ข้อมูลเศรษฐกิจจากรายงาน ADB โดยคุณวัฒนา แสดงได้เกินพอถึงความเลวทรามของรัฐบาลทหารกาก
โพสต์โดย: NightOwl - 2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ตอบกลับ (1)

Bugbunny
29 พ.ค. 2017

"ปากพาจน"

รายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (ADB) ชี้ว่าเศรษฐกิจรากหญ้าซึมยาวเพราะค้าปลีกไทยโตต่ำสุดในอาเซียนต่อเนื่องมาเกือบ 4 ปี ตัวเลขสมาคมค้าปลีกชี้ว่า เศรษฐกิจไทยตกต่ำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา กันตาร์ฯ ผู้ดำเนินการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภครายงานสถิติการจับจ่ายย้อนหลังพบว่าปี 2559 ขยายตัวเพียง 1.7% ส่วนปีนี้ไตรมาสแรกเติบโตเพียง 1.5% ต่ำสุดเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่เติบโต 11% ส่วนปี 2556 เติบโต 7.7% การที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่กลับสู่ภาวะปกติส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณา 4 เดือนแรก (ม.ค.- เม.ย.) มีตัวเลขโฆษณาผ่านสื่อติดลบ 5.8% ในขณะที่ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งขายสินค้าหรูต้องปรับกลยุทธใหม่ด้วยการเพิ่มแบรนด์แฟชั่นที่คนเข้าถึงได้ง่าย ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ก็อาการแย่ไม่แพ้กันเพราะธนาคารไม่ปล่อยหนี้ผู้กู้ทำให้ไตรมาสแรกยอดโอนหายไป 40% หายนะทางเศรษฐกิจทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 นับจากมีการชัตดาวน์กรุงเทพและทหารออกมายึดอำนาจ

http://www.prachatalk.com/sites/default/...3732_n.jpg

[Image: 18698489_640215049508062_889289711323894347_n.jpg]

เศรษฐกิจของไทยจึงอยู่ในอาการโคม่าเพราะ เศรษฐีไม่กล้าใช้เงิน ส่วนประชาชนทั่วไปไม่มีเงินจะใช้ จึงกระทบถึงอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวพันกับผู้คนทั้งประเทศ กำลังซื้อภาคประชาชนที่ถดถอยส่งผลให้ การจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ผลการจัดเก็บภาษีรายเดือนของกรมสรรพากร ประจำปีงบประมาณ 2560 สิ้นสุดเดือนมีนาคมต่ำกว่าประมาณการ 13,000 ล้านบาท โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นอันเป็นสัญญาณหายนะทางเศรษฐกิจ แต่แทนที่นายกรัฐมนตรีจะสำเหนียกด้วยการสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนและนักลงทุน นายกรัฐมนตรีกลับตั้งคำถามทำนองจะไม่ให้มีการเลือกตั้งทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจในทิศทางของประเทศอันจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ผลคือเศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วต้องแย่หนักขึ้นไปอีก การเป็นผู้นำทางการเมืองจึงต้องคิดก่อนพูด หากไม่มั่นใจก็ควรอยู่เฉยๆ ก็จะไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งตรงคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ที่ว่า "Better to remain silent and be thought a fool than to speak out and remove all doubt." แปลว่า "อยู่เงียบๆ ปล่อยให้คนอื่นคิดว่าเราโง่ ดีกว่าการอ้าปากพูดแล้วทำให้คนสิ้นสงสัย"

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
29 พฤษภาคม 2560

https://www.facebook.com/story.php

พูดง่าย ๆ ก็คือ ประยุทธ ประวิทย์ อนุพงษ์ และลูกสมุนเผด็จการทุกตัวในรัฐบาลทหารกากชุดนี้ ต้องเลิกหน้าด้านอยู่ต่อ และไสหัวออกไปได้แล้ว ก่อนจะฉิบหายกันหมดทั้งชาติในเวลาอีกไม่นานจากนี้....


  ถ้าปูยังอยู่ ไทยจะเจริญอย่างไร
โพสต์โดย: sopon4 - เมื่อวานนี้, 09:41 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

           บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2560
           ว่ากันว่า คนเราต้องมองอะไรในแง่ดีไว้บ้างนะครับ เรามาลองมองกันดูว่า ถ้าวันนี้ปูยังอยู่ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ในแง่ดี ๆ นะครับ ส่วนที่ว่าทุจริตอะไรนั่น จะเป็นจริงหรือไม่ ผมก็สุดปัญญายืนยัน เพราะกรรมการกับฝ่ายศัตรูปูเป็นพวกเดียวกัน จึงอาจไม่แน่ชัดว่าความจริงคืออะไรนั่นเอง ผ่านมา 3 ปีแล้ว เมืองไทยภายใต้รัฐบาลปูจะเป็นอย่างไร
           ประการแรกที่พอเห็นได้ชัดก็คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ไทยจะสร้างเชื่อมกับยูนาน ลาว อีสาน และ กรุงเทพมหานคร คงจะเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนมากขึ้น เพราะก่อนหน้าจะมีรัฐประหาร ก็ปรากฏว่ารัฐมนตรีชัชชาติที่เป็นรัฐมนตรี "ทรงพลังที่สุดในโลก" กำลังเตรียมทำโครงการต่าง ๆ อยู่อย่างขะมักเขม้น ป่านนี้รถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นแรกคงเป็นรูปเป็นร่าง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร หรืออะไรต่อมิอะไรที่จะเป็นสิ่งกระตุ้นต่อเนื่องก็คงเกิดตามกันมา เผลอ ๆ อาจไม่เกิน 2 ปีนับจากวันนี้ เราก็คงได้ใช้รถไฟความเร็วสูงไว้ขนทั้งคนขนทั้งผักกันแล้ว ประเทศก็คงอยู่ในภาวะ High Hope
           แต่พอไม่มีรถไฟความเร็วสูง ก็ปรากฏว่าโครงการพัฒนาเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ พากันหดตัวไปหมด อย่างเช่น ในอุดรธานี ขอนแก่น โคราช บริษัทมหาชนและบริษัท "มหานาค" ทั้งบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทใน "ตลาดหลักสี่" ต่างก็ซูบไปหมด บมจ.แอลพีเอ็น เจ้าตลาดห้องชุดระดับล่างก็ยังเหนื่อยเหมือนกัน ดีที่มีการบริหารชุมชนที่ดี ยังมีลูกค้าเหนียวแน่น แสนสิริก็ประกาศหยุดโครงการที่โคราชเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ยังไม่รวมโครงการรายย่อยอื่น ๆ ที่เป็น "SMEs" ที่ประสบปัญหาในการขาย เรียกได้ว่าในห้วงปี 2558-2559 ที่ผ่านมา การเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดมีภาวะที่แผ่วเบาจริงๆ เพราะอุปทานเก่ายังขายไม่ได้
           ประการต่อมา ชาวนาในต่างจังหวัดก็คงยังมีความสุข เพราะแม้ราคาข้าวที่ประกันจากที่เคยเป็น 15,000 บาทต่อเกวียนหรือต่อตัน จะลดเหลือ 13,000 บาท หรืออาจลดต่อไปเหลือ 10,000 บาท ก็ยังมากกว่าราคาข้าวหลังการประกันราคาข้าวที่เหลือเพียง 7,500 บาทมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจชนบทซบเซาลงเป็นอย่างมาก ชาวบ้านค่อนประเทศซึ่งอยู่ในชนบท จึงหมดความสุข หรืออีกนัยหนึ่งความสุขจึงไม่ได้กลับคืนมาดังแต่ก่อนในยุคปูนั่นเอง
           สิ่งที่ตามมาก็คือ แม้แต่ร้านสะดวกซื้อชื่อดังในต่างจังหวัด ก็ยังไปต่อไม่ไหว บางร้านถึงกับปิด บางร้านที่มีผู้ "รับหน้าเสื่อ" ไปทำ ก็ต้อง "ส่งไม้ต่อ" ให้บริษัทแม่ทำแทน ทนรับภาวะที่แทบหากำไรไม่ได้ ไม่ได้อีกต่อไป ภาวะแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุครัฐบาลปู ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันในชนบทจึงค่อนข้างวังเวง ภาคที่กลับเติบโตก็คือข้าราชการที่ได้รับการขึ้นเงินเดือนกันแทบทุกหมู่เหล่าเป็นระลอก ๆ จึงกลายเป็นว่าชาวบ้านกินน้ำใต้ศอกพวกข้าราชการไปเสียนี่
           ประการที่สาม การใช้จ่ายเงินจะมีประสิทธิภาพ เพราะสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือปูคงไม่กล้าฝืนกระแสสังคมซื้อเรือดำน้ำเป็นแน่แท้ ด้วยเหตุทีประชาชนคงไม่ยอม การใช้งบประมาณผูกพันไปซื้อเรือดำน้ำถึง 45,000 ล้านบาท ก็คงไม่เกิดขึ้นในยุคของปู เงินจำนวนนี้ยังสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาประเทศในทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสาธารณูปโภค การจัดสวัสดิการสังคม การพัฒนาการศึกษา ฯลฯ
           ประการที่สี่ก็คือ การค้าระหว่างประเทศจะมีมากขึ้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะสามารถออกไปค้าขายในสากลได้มากกว่านี้ ทำให้เราอาจขายยางได้มากขึ้น ทุกวันนี้แม้ราคายางจะดีจาก "สามโลร้อย" เป็นกิโลกรัมละ 80-90 บาท มาพักหนึ่งและตกลงไปอีกในปัจจุบัน แต่ก็ปรากฏว่ามาเลเซียสามารถขายยางได้ในราคาที่แพงกว่าไทย ดังนั้นถ้าปูยังอยู่ ก็คงสามารถส่งรัฐมนตรีไปค้าขายได้มากกว่านี้ ได้รับการต้อนรับมากกว่านี้
           ในทางตรงกันข้าม เราอาจดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนมากขึ้น ปรากฏการณ์ที่นายแจ็กหม่าหนีไทยไปมาเลเซีย คงไม่เกิดขึ้น หรืออาจมีนักลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาในไทยมากขึ้น เพราะบรรยากาศทางการเมืองของไทยดี (ยกเว้นจะมีการสร้างสถานการณ์ "Shut Down" แบบ "กวนน้ำให้ขุ่น") ถ้ามีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ก็ย่อมจะทำให้เศรษฐกิจ "ไปโลด" ได้มากขึ้นนั่นเอง
           ผมฝันไปว่า ถ้าเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนที่มี "แก๊งกวนเมือง" ประกาศปิดกรุงเทพมหานครจนบอบช้ำไปทั่ว ไปทำพาสพอร์ตก็ต้องไปตั้งแต่ตีสอง ฯลฯ แล้ว ผบ.ทบ.ในสมัยนั้นประกาศกฎอัยการศึก ให้ทุกคนหยุดชุมนุม แล้วให้ปูได้ทำงานต่อไป (ส่วนข้อกล่าวหาทุจริตก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติที่ไม่ถูกอำนาจปืนควบคุม) ป่านนี้ประเทศไทยของเราก็คงเป็น "พยัคฆ์ติดปีก" ไปแล้ว
           แต่ความจริงตอนนี้ ประเทศไทย และประชาชนไทยยากจนลง กลายเป็นการขาดอิสรภาพทางการเงิน ต้อง "กินน้ำใต้ศอก" ข้าราชการ แบบนี้ส่วนหนึ่งอาจควบคุมประชาชนด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจได้ แต่ก็ทำให้เกิดภาวะถดถอยแก่ประเทศไปได้ ยิ่งกว่านั้นการทุจริตหลังจากไม่มีนักการเมืองมา 3 ปี ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงแต่อย่างไร
           ดังนั้นชาวไทยผู้รักชาติทุกคนจึงต้องช่วยกันประคับประคองประเทศชาติของเราให้ดีขึ้นให้ได้นะครับ
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1954.htm


  วิธีแก้น้ำท่วม ต้องเลือกตั้งใหม่!
โพสต์โดย: sopon4 - เมื่อวานนี้, 08:40 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

วิธีนี้ ไม่ช้าไปหรือ ท่านทราบไหม นี่เป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะเราได้พิสูจน์มาแล้วว่าระบบแต่งตั้ง ใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน
          จากปรากฏการณ์ที่น้ำท่วมซ้ำซาก แต่ 'เล่นลิ้น' ว่าน้ำรอระบาย จนปลดผู้ว่าฯ ไปแล้วคนหนึ่ง แต่น้ำก็ยังท่วมอีก ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (http://www.area.co.th) ให้ข้อคิดว่า แนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก็คือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใหม่ เพราะที่เป็นอยู่ ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
          ดร.โสภณ เคยสมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่เพียงเพื่อเสนอแนวคิดการพัฒนาเมือง ไม่อาจคาดหวังจะได้รับเลือกตั้งอยู่แล้ว ก่อนสมัคร ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ในสมัย ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ เป็นรองผู้ว่าฯ ดร.โสภณ ไม่ได้เสนอแนวคิดนี้เพื่อหวังผลทางการเมือง ไม่ได้หวังได้รับแต่งตั้งทางการเมือง แต่อาจช่วยให้คำแนะนำโดยไม่คิดมูลค่ากับรัฐบาลจากการเลือกตั้งเท่านั้น ในคราวเลือกตั้งปี 2556 ดร.โสภณ ได้ใช้เงินไปเพียง 150,000 บาท หรือได้คะแนนละ 100 บาทเศษ ของค่าใช้จ่าย (ดู http://www.sopon4.blogspot.com)
          เหตุผลที่เสนอให้เลือกตั้งนั้น ก็เพื่อให้ประชาชนตัดสิน ในระบอบประชาธิปไตย ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน ต้องคิดหานโยบายและแผนมาช่วยแก้ไขความทุกข์ยากของประชาชน แต่ถ้าเป็นกรณีของผู้ถูกแต่งตั้ง ก็คงมุ่งแต่เอาใจผู้แต่งตั้ง มาทำงานการเมืองช่วยค้ำเก้าอี้ของผู้แต่งตั้ง รัฐบาลจากการเลือกตั้งจะพยายามระดมสมองมาแก้ปัญหาของประชาชนและจะมีผู้รับรู้ยินดีเข้าร่วมเป็นอันมาก ต่างจากพวกที่มาจากการแต่งตั้งซึ่งขึ้นอยู่กับ "ด.ว.ง" คือต้องเป็น "เด็ก" ใคร "วิ่ง" หรือเปล่าและ "เงิน" ถึงหรือไม่ นั่นเอง ดังนั้นถ้าคืนให้มีการแต่งตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คงไม่ได้ทีมงานคุณภาพมาทำงาน แถมที่แต่งตั้งมานี้ก็เป็นเด็กของ ปชป. แทบทั้งกระบิ
          บางคนอาจเถียงว่า น้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน จะไปรอการเลือกตั้งไหวหรือ แต่แท้จริงแล้วปัญหานี้เกิดซ้ำซากอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นถ้ามีการเลือกตั้งย่อมทำให้ผู้สมัครพยายามระดมพลพรรคและสมอง หาทางแก้ไขมานำเสนอต่อประชาชน ทำให้มีการแก้ไขที่รัดกุมยิ่งขึ้น ในอนาคตเมื่อประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นก็เป็นไปได้ที่ผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งจากชิงลาออกไปเองหากไม่สามารถแก้ไขได้ตามที่สัญญากับประชาชน แต่ถ้าผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้งก็ย่อมไม่แคร์ประชาชนอยู่แล้ว
          การยึดหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และการคืนประชาธิปไตยไปสู่ประชาชนให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตของตนเอง ถ้าประชาชนตัดสินใจผิด เขาก็จะได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เขาก็คงไม่ออกมาโวยวายอะไรนักเพราะเขาตัดสินใจเอง แต่ถ้าประชาชนตัดสินใจถูกต้องประเทศชาติก็จะเดินหน้าต่อไป ประชาชนมีสิทธิ์ในการคิดและศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดพุทธิปัญญา โดยไม่ควรให้ใครมาจูงจมูก เพราะ= ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
          นี่แหละน้ำท่วม ต้องแก้ด้วยการเลือกตั้ง ต้องใช้ประชาธิปไตยมาแก้ไข
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce...nt1955.htm


  สตง ปตท. ใช้หลักการอะไรในการแบ่งแยกท่อก๊าซ
โพสต์โดย: happyties - เมื่อวานนี้, 07:39 AM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

[Image: 87bf52dd46a6ab348bb57b7b095360bb.jpg]
สตง ปตท ชี้แจงกรณีแบ่งแยกท่อก๊าซแก่รัฐ
ท่อก๊าซ ปตท. สำคัญไฉน
โดย ฉกาจนิตย์ จุณณะภาต นักกฎหมายพลังงาน

    จากการเดินสายชี้แจงเรื่อง hot issue ที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องการให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซของ ปตท. ไปให้รัฐ ในช่วงที่ผ่านมา นั้น
    ผมเริ่มมองเห็นภาพว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ ปตท. กับ รัฐ อย่างที่เคยเข้าใจเสียแล้ว แต่การหาทางออกที่ไม่ถูกต้องของเรื่องนี้ จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนทุกคนมากทีเดียว
    ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คือ ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยจะเกิดความปั่นป่วนอย่างมาก เพราะขนาดของกลุ่ม ปตท. ในตลาดมีขนาดถึง 1 ใน 4 ของภาพรวม
    เอกชนและนักลงทุน จะสูญเสียความเชื่อมั่นและไม่กล้าลงทุนในโครงการใหญ่อีก เพราะไม่รู้ว่าจะโดนรัฐยึดไปเมื่อไหร่
    นอกจากนั้น ระบบคุ้มครองสิทธิ์ของเอกชนโดยศาลจะสั่นคลอน เพราะคำพิพากษาของศาลไม่ถูกเชื่อถือโดยหน่วยงานของรัฐ
    เรื่องย่อๆ เกี่ยวกับท่อก๊าซ ปตท. นี้ เพจ ‘สรุป’ ได้จัดทำไว้แล้วค่อนข้างดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามมาก่อน ลองอ่านกันได้ครับ
    สำหรับในโพสต์นี้ ผมจะขอสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อจะเสริมให้พอเห็นภาพว่า เรื่องท่อก๊าซ ปตท. เริ่มต้นจากตรงไหน และหน่วยงานรัฐออกมาขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซ โดยใช้หลักการอะไร

  1. เมื่อปี 2544 ปตท. ได้แปลงสภาพตัวเองจากองค์การของรัฐให้เป็นบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ถามว่าทำให้ประสิทธิภาพต่างกันตรงไหนกับของเดิม เพื่อนๆ ลองเทียบการรถไฟ องค์การโทรศัพท์ กับ ปตท. การท่าอากาศยาน ทุกวันนี้ดูครับ
  2. ในการแปลงสภาพ ปตท. ต้องใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง เรียกย่อๆว่า ‘กฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ’ ซึ่งกำหนดว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ให้โอนมาเป็นของ ปตท. ที่แปลงสภาพแล้วทั้งหมด กฎหมายกำหนดไว้แบบนี้ เพื่อให้บริษัทที่แปลงสภาพมีทุนในการดำเนินการต่อ มิเช่นนั้น ก็ต้องมาแบบตัวเปล่าๆ ซึ่งถ้าต้องหมดตัวเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่า ปตท. จะแปลงสภาพมาเพื่ออะไร
  3. หลังจากนั้นอีก 5 ปี มีกลุ่ม NGO ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด บอกว่า ปตท. แปรรูปไม่ได้ ผิดกฎหมาย ศาลท่านก็ตัดสินว่า การแปรรูป ปตท. เดินมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องให้เดินถอยหลังกลับไปอีก
  4. แต่ครั้งนี้ ศาลได้วางหลักกฎหมายขึ้นมาบอกว่า แม้ ปตท. จะแปรรูปแล้ว แต่ก็ต้องแบ่งแยกทรัพย์สินที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ที่ได้มาก่อนแปรรูป ปี 2544 ให้กับรัฐนะจ๊ะ ซึ่งตอนนั้น ปตท. ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะไม่แฟร์กับนักลงทุน ก็ตอนที่ ปตท. เปิดขายหุ้นให้นักลงทุนทั่วไป ได้รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดไปแล้ว ไม่เห็นมีใครออกมาทักท้วงอะไร แต่พอผ่านมา 5 ปี จะมาแบ่งทรัพย์สิน ปตท. ไปเฉยเลย ก็เท่ากับว่านักลงทุนถูกหลอกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ศาลก็คือศาล ทุกคนต้องเคารพ มันคือกติกา ปตท. ก็ไม่มีปัญหาอะไร แบ่งแยกทรัพย์สินคืนไป
  5. หลักการแบ่งทรัพย์สิน หน่วยงานต่างๆ ก็มาตกลงกันตามที่ศาลบอก คือ อันไหนที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ได้มาก่อน ปตท. แปรรูป ก็ให้กับรัฐไป ได้แก่ การเวนคืนที่ดิน การรอนสิทธิที่ดินเอกชน และทรัพย์สินที่อยู่บนที่ดินเหล่านั้น (ซึ่งก็คือ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. นั่นเอง)
  6. พอ ปตท. แบ่งแยกเสร็จ ก็ส่งคืนให้กับรัฐไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดก็เห็นด้วยว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซให้รัฐตามคำพิพากษาครบแล้ว
  7. แต่ปรากฏว่าวันที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งว่า ปตท. ส่งครบแล้ว สตง. กลับส่งหนังสือไปถึงศาลบอกว่า ปตท. ยังส่งคืนไม่ครบนะ โดยเฉพาะท่อก๊าซในทะเล แต่ สตง. ก็ดันไปสัญญากับศาลว่า เรื่องที่ว่าจะคืนครบหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาละกันขอรับ สตง. เพียงแต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าศาลอาจจะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ตอนที่รับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว
  8. ศาลปกครองสูงสุดก็ดูข้อมูลที่ สตง. ส่งมาให้ แล้วพิจารณาว่า ท่อก๊าซในทะเลไม่เข้าหลัก ‘อำนาจมหาชน’ ที่ศาลตัดสินเอาไว้ ดังนั้น ที่ศาลรับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบ จึงถูกต้องแล้ว ศาลก็เลยส่งหนังสือไปแจ้ง สตง. ว่า ศาลพิจารณาความเห็น สตง. แล้ว ก็ยังยืนยันแบบเดิมว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว ‘ตามหลักกฎหมาย’
  9. เรื่องท่อส่งก๊าซ ปตท. ก็เงียบไปอยู่หลายปี และ สตง. ก็รับรองงบการเงิน ปตท. ต่อตลาดหลักทรัพย์มาตลอดไม่มีประเด็นเรื่องท่อส่งก๊าซอีก ทุกอย่างดูเหมือนจะจบตามที่ศาลปกครองสูงสุดบอก
  10. ปรากฏว่าหลัง คสช. ยึดอำนาจปี 2557 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่อง ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. อีกครั้ง คราวนี้ไปไกลกว่าเดิม ยิ่งกว่า สตง. คือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง (อีกครั้ง) ขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าก่อนหรือหลังแปรรูป มูลค่า 68,000 ล้านบาท พูดง่ายๆ ว่าขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซทั้งหมดให้รัฐนั่นเอง เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่าท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ประชาชนใช้ร่วมกันก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน!
  11. พอกระแสถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง สตง. ที่เคยเงียบไป ก็ลืมสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับศาล ออกมาร่วมวงกับเขาด้วย โดยขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซในทะเลที่ สตง. เคยบอกไว้นานมาแล้วให้กับรัฐ แต่เนื่องจาก สตง. ไม่มีอำนาจไปฟ้องเรียกท่อก๊าซเอง จึงบังคับเชิงข่มขู่ว่า ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ไปเอามาแทน สตง. มิเช่นนั้น สตง. จะฟ้องศาลให้เอาผิด!
    เมื่อตอนนี้อำนาจศาลถูกท้าทาย ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่า เรื่องนี้จะหาทางออกกันอย่างไร
    สรุปคือ เรื่องท่อก๊าซธรรมชาติ ปตท. ก็กลับมาเป็นมหากาพย์ด้วยประการฉะนี้ครับ สาเหตุหลักเกิดจากมีบุคคลและหน่วยงานบางกลุ่มไม่เชื่อตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.รู้จริงพลังงานไทย.com/สตง-ให้-ปตท-ชี้แจงเรื่อง/


  ชี้แจงเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. สูงตามที่กล่าวหาจริงหรือไม่?
โพสต์โดย: hanasangg - เมื่อวานนี้, 04:40 AM - หัวข้อ: มุมกาแฟ - ไม่มีการตอบ

ช็อค!! คะแนนความโปร่งใส องค์กรต่างๆ (สตง) รู้แล้วจะอึ้ง
 เห็นองค์กรอิสระคอยตรวจสอบนั่นนี่องค์กรต่างๆ แต่พอมีการจัดให้คะแนนความโปร่งใสองค์กร กลับอยู่ในอันดับที่ไม่น่าเชื่อ

[Image: f1a7e5486f86870e0b16979cd570a5c0.jpg]
   มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity &Transparency Assessment หรือ ITA) ประจำปีงบประมาณ 2558 (ป.ป.ช. ประกาศผลเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559)
(สามารถดูอันดับได้ทาง https://www.nacc.go.th/download/article/...155521.pdf)
    ทั้งนี้ มีการประเมินหน่วยงานทั้งสิ้น 115 หน่วยงาน แบ่งเป็น สำนักงานศาล (เฉพาะหน่วยธุรการ) 3 หน่วยงาน องค์กรอิสระ 3 หน่วยงาน องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ 2 หน่วยงาน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 1 หน่วยงาน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1 หน่วยงาน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 55 หน่วยงาน องค์การมหาชน 50 หน่วยงาน ทั้งนี้ ในการประเมินใช้เกณฑ์คะแนนเต็ม 100 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการทำงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ 1. ความโปร่งใส 2. ความรับผิดชอบ 3. การปลอดทุจริต 4. วัฒนธรรมองค์กร และ 5. คุณธรรมในการมอบหมายงาน
ดย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) อยู่อันดับที่ 46 จาก 115

[Image: 7547ae0aaeeb950a93e4f6d2820a6741.jpg]
  ซึ่งเมื่อเทียบคะแนนความโปร่งใส่ของ สตง. กับ กฟผ. และ ปตท. นั้น อยู่อันดับ ที่ 16 และ 19 จาก 115 ตามลำดับ

[Image: e1e4361bd2602dbd2ea86befacba3812.jpg]
ดังนั้น เราควรแล้วหรือไม่ ในการตั้งคำถาม กับ การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระนี้ ในการตรวจสอบเงินของแผ่นดิน หรือ การออกมาเคลื่อนไหวต่างๆ
(สามารถดูอันดับได้ทาง https://www.nacc.go.th/download/article/...155521.pdf)
    ข้อมูลจาก http://energythaiinfo.blogspot.com/2016/...-post.html
ที่มา www.รู้จริงพลังงานไทย.com/คะแนนความโปร่งใส-สตง/


  วิธีการคำนวณหาราคาพื้นที่ใช้สอยบ้าน ฉบับบริษัทรับออกแบบบ้านและ สร้างบ้านตามแบบ
โพสต์โดย: happyties - เมื่อวานนี้, 04:22 AM - หัวข้อ: ประกาศขายบ้านและที่ดิน - ไม่มีการตอบ

[Image: 7ac2c892abf113830affdc056b614c69.jpg]


เคยสงสัยไหมว่า บริษัทรับออกแบบบ้านนั้นเค้ามีวิธีการคิดคำนวณหาพื้นที่การใช้สอยของบ้านอย่างไร สำหรับคนที่วางแผนที่จะต้องการสร้างบ้านคำถามที่เรามักพบกันอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับขนาดของพื้นที่ใช้สอย แระเรื่องราคาการก่อสร้าง คำถามว่า ค่าก่อสร้างตารางเมตรละกี่บาท เป็นคำถามเพื่อต้องการประมาณงบประมาณสำหรับผู้รับเหมา หรือบริษัทออกแบบบ้าน ซึ่งมักจะถามมากว่าหนึ่งราย เพื่อเปรียบเทียบราคา
ผู้รับเหมาที่สามารถบอกราคาการก่อสร้างเป็นตารางเมตรได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมาพอสมควร และการบอกราคานั้นอาจบอกราคาเผื่อเกิน หรือน้อยกว่าความเป็นจริงก็ได้ หากบอกน้อยกว่าความเป็นจริง ภายหลังผู้รับเหมาอาจทำการปรับเพิ่มราคา หากว่าตกลงกันไม่ได้อาจเกิดปัญหากรณีทิ้งงานได้

แนวทางการประเมินราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรตามหลักการแล้ว ควรมาจากการถอดแยกรายการต่างๆ ที่ต้องทำการก่อสร้าง ในรูปของเอกสารการเสนอราคา หรือที่เราเรียกกันว่า BOQ (Bill of Quantity) แล้วจากรายการต่างๆ ในเอกสารที่ได้มานั้นก็นำมาหารกับพื้นที่ใช้สอยที่คิดเป็นตารางเมตรว่ามีราคาการก่อสร้าง ตารางเมตรละเท่าไหร่  

แล้วพื้นที่ใช้สอยล่ะ ได้มาอย่างไร และการคำนวณพื้นที่ จะต้องนำส่วนไหนมารวม และส่วนไหนไม่รวม

ยกตัวอย่างพื้นที่ของอาคารพาณิชย์ ที่มีขนาดทั่วๆ ไป กว้าง 4.00 เมตร ลึก 3 ช่วง ช่วงละ 4.00 เมตร ความลึกเท่ากับ 12.00 เมตร ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยต่อชั้นจะเท่ากับ 4.00 X 12.00 = 48.0 เมตร
หากตึกแถวมีทั้งหมด 4 ชั้น เราก็จะได้พื้นที่ใช้สอยเท่ากับ 192.00 ตารางเมตร 
บวกชั้นลอยกว้าง 4.00 เมตร 4.00 X 4.00 = 16.00 ตารางเมตร
รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 192.00 + 16.00 = 208.00 ตารางเมตร
การประเมินราคาการก่อสร้างตึกแถวประมาณ 9,000 บาท ต่อตารางเมตร (ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท และจำนวนห้องที่จะสร้าง)
รวมราคาการก่อสร้างของตึกนี้ จะได้เท่ากับ 1,872,000 บาท

การคิดราคาพื้นที่การใช้สอยของบ้านทาวเฮาส์ บ้านเดี่ยว หรือบ้านสไตล์โมเดิร์น ก็มีแนวคิดแบบเดียวกัน แต่การคำนวณหาพื้นที่อาจจะมีความซับซ้อนกว่าตึกแถว เพราะมีส่วนที่ยื่นออกของระเบียงต่างๆ ก็ต้องนำมารวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และส่วนอื่นๆ อีกมากมาย

เท่านี้เราก็สามารถประมาณงบ และทราบถึงวิธีการคำนวณได้อย่างคร่าวๆ
สาระความรู้เรื่องบ้าน ต้องที่ https://goo.gl/zvW3eT


  ทหารเจอคนเก่งคนจริงแบบนี้...กล้าหรือที่จะต่อความยาวสาวความยึด...ก็ต้องหน้าหงายกลับไป
โพสต์โดย: NightOwl - 05-28-2017, 02:41 PM - หัวข้อ: สังคมและการเมือง - ไม่มีการตอบ

ทหารโทรมาบอก "พิชัย" ว่าจะมารับตัวไปพบ...เจอดี..กลับโทรมายกเลิกเฉย...

กรณีทหารได้โทรไปหานายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อขอมารับตัวไป พล.ม.2 เพื่อพูด

คุย แต่หลังจากที่สื่อมวลชนทราบและให้ความสนใจ ได้มีนายทหาร พล.ม.2 ยศพันเอกโทรมาแจ้งยกเลิกการเชิญตัว โดย

แจ้งว่าเป็นห่วงว่าผมจะไม่เข้าใจผลงานรัฐบาล ที่บอกว่าล้มเหลวไม่มีผลงานไม่ชัดเจน จะส่งวิดีโอผลงานมาให้ดูถ้าไม่เข้าใจ

ให้ถาม..

นายพิชัยก็ตอบไปว่า...ได้อธิบายชัดเจนแล้วโดยเฉพาะเรื่องนักลงทุนไม่ลงทุน...ตามที่ให้ข่าวไปซึ่งเป็นความจริง...

ทหารเจอคนเก่งคนจริงแบบนี้...กล้าหรือที่จะต่อความยาวสาวควมยึด...

เชิญอ่านข่าวครับ :


ทหารยกเลิกการเชิญตัว’พิชัย’ หลังจากสื่อให้ความสนใจมาก ‘พิชัย’ขอบคุณสื่อมวลชน

[Image: %E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%...%B9%8C.jpg]



เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนเป็น

อย่างมากที่กรุณาให้ความสนใจที่ผมถูกเรียกตัว ทหารได้โทรมาวันนี่เวลา 09.15 น. เพื่อขอมารับตัวไป พล.ม.2 เพื่อพูด

คุย แต่หลังจากที่สื่อมวลชนทราบและให้ความสนใจ ได้มีนายทหาร พล.ม.2 ยศพันเอกโทรมาแจ้งยกเลิกการเชิญตัว โดย

แจ้งว่าเป็นห่วงว่าผมจะไม่เข้าใจผลงานรัฐบาล ที่บอกว่าล้มเหลวไม่มีผลงานไม่ชัดเจน จะส่งวิดีโอผลงานมาให้ดูถ้าไม่เข้าใจ

ให้ถาม ผมก็ตอบกลับไปว่าได้อธิบายชัดเจนแล้วโดยเฉพาะเรื่องนักลงทุนไม่ลงทุน ขนาดสถานทูตญี่ปุ่นมาพบก็ได้มาเล่า

สาเหตุที่นักลงทุนญี่ปุ่นไม่ลงทุน ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรง และหาก คสช.ไม่เข้าใจและเห็นว่าตรงไหนผมพูดผิดก็ให้ตอบกลับ

มา เพราะผมยินดีอธิบาย เนื่องจากที่พูดเป็นความจริง โดยพูดถึงให้ข่าววันที่ 12 พฤษภาคม ทั้งนี้ นายทหารได้บ่นว่าสื่อให้

ความสนใจผมตลอดทำให้การมาทำความเข้าใจกับผมยาก เพราะดูเป็นว่าทหารมาข่มขู่มากกว่าทำความเข้าใจ ผมก็ตอบไป

ว่าเรื่องนี้แล้วแต่สังคมจะมองว่าเป็นการข่มขู่หรือเปล่า โดยทหารขอไม่ให้เอ่ยชื่อ และขอให้ผมให้ข่าวที่ถูกต้อง ดังนั้น ตอบ

ขอขอบคุณสื่อมวลชนอีดครั้งที่ให้ความกรุณากับผม และขอตอกย้ำถึงเสรีภาพของสื่อที่มีความจำเป็นเพื่อประชาชนจะได้

ทราบความจริงในทุกด้าน

ข่าวที่อ้างถึง วันที่ 12 พฤษภาคม 2560



“พิชัย” ชี้ 3 ปี แห่งความลำบาก และ ล้มเหลวทุกด้านโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ “แนะ” เร่งเปลี่ยนแปลงและคืนอำนาจให้ประชาชน

นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า จะครบ 3 ปี หลังการปฏิวัติแล้ว แต่ ผลงานของ คสช. กลับไม่มีสิ่งที่

จับต้องได้เลย มีเพียงแต่คำพูดหรูๆเท่านั้น ความสงบเรียบร้อยที่อ้างถึง ต้องถามว่า ก่อนปฏิวัติ ทหารมีส่วนทำให้เกิดความ

ไม่สงบร่วมกับ กปปส. ด้วยหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าถึงตอนนี้สังคมคงมีคำตอบชัดเจนแล้ว ข้ออ้างที่เข้ามาแก้ปัญหาการทุจริตกลับ

มีข้อครหาการทุจริตเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งยังมีปัญหาการปิดกั้นเสรีภาพและการแสดงออกของประชาชน แม้กระทั่งความ

พยายามที่จะควบคุมสื่อและการรับรู้ของประชาชน ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ เยาวชนหัวก้าวหน้าถูกตำหนิและห้ามพูด บาง

คนถูกจับ ภาพพจน์ของประเทศในสายตาประชาคมโลกตกต่ำสุดขีด โดยเฉพาะความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจเป็นสิ่ง

ที่ประชาชนสัมผัสได้มากที่สุด และอยู่ในอันดับแย่สุดในการสำรวจทุกครั้ง ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างหนักโดยเฉพาะ

ประชาชนฐานรากที่รายได้หดหายแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น แถมรัฐบาลยังพยายามจะขึ้นภาษีสารพัด ทั้งนี้เพราะหัวหน้า คสช.

และหัวหน้ารัฐบาลไม่เข้าใจเศรษฐกิจ ขาดวิสัยทัศน์ ได้แต่จำเขามาพูด ไม่รู้เลยว่าจะเป็นทั้งไทยแลนด์เฟิร์สต์และไทย

แลนด์ 4.0 พร้อมกันไม่ได้


ขนาดประชาชนลำบากกันถ้วนหน้า แต่นายกฯท่องอย่างเดียวว่าเศรษฐกิจดีจากตัวเลขการเจริญเติบโตที่ตำ่ที่สุดในอาเซียน

แถมการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนี้เหลือเพียง 80,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำมาก ทั้งๆที่รัฐบาลพยายามโปรโมทระเบียง

เศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) แต่กลับไม่มีใครมาลงทุน อีกทั้งการที่บีโอไอออกมาบอกว่า 3 ปี คสช มีการลงทุน 1.7 ล้าน

ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 5 แสนกว่าล้านบาท ยิ่งเป็นการประจานความล้มเหลว เพราะ การลงทุน 3 ปีในช่วงปฏิวัติอาจจะน้อย

กว่า ช่วง 1 ปีในภาวะปกติ เพราะในปี 2555 มี ยอดขอบีโอไอ กว่า 1.4 ล้านล้านบาทและ ปี 56 มียอดขอบีโอไอ กว่า

1.1 ล้านล้านบาท และการลงทุนจริงมีถึงปีละประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องขอขอบคุณ นายบรรยง พงษ์พานิช อดีต

ซุปเปอร์บอร์ดที่ลาออกแล้ว ที่ได้กล้าออกมาบอกในส่ิงที่ผมบอกมาโดยตลอดว่าการลงทุนหดหายและจะเป็นปัญหากับ

ประเทศนี้อย่างมาก ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้น หากรัฐบาลยังพยายามจะหลอกคนทั้งประเทศรวมถึงหลอกตัวเองด้วย


ประเทศไทยจะยิ่งล้าหลัง และประชาชนจะยิ่งลำบากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนจำนวนมากเริ่มมองไม่เห็นอนาคตของประเทศนี้

ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งเปลี่ยนแปลงและคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วก่อนที่ประชาชนจะหมดความอดทนต่อภาวะเช่นนี้

HTTPS://WWW.MATICHON.CO.TH/NEWS/564217



You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.