NanaSara.org : The best community for you.

เวอร์ชั่นเต็ม: อะห้า..!..ประเทศกูมี..รึมันไม่จริง?..เชิญอ่านคำสัมภาษณ์กลุ่มแร็ปเปอร์...
คุณกำลังเช้าชมหน้าเนื้อหาข้อความล้วนของเราอยู่ คลิ๊กที่นี่เพื่อกลับไปยังรูปแบบเต็ม ที่มีการจัดรูปแบบที่เหมาะสม.
อะห้า..!..ประเทศกูมี..รึมันไม่จริง?..เชิญอ่านคำสัมภาษณ์กลุ่มแร็ปเปอร์...


ชอบจังและโดนใจแท้กับประโยคที่ว่า....

“เมื่อก้าวพ้นความกลัวสิ่งที่คิดว่ายากที่จะทำมันกลับง่ายขึ้น...”  
มันจริงๆด้วย..

กลุ่มแร็ปเปอร์เล่าว่า....

ปกติแล้วเราทำงานพาร์ทหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิง แต่หลังมีการแบ่งสีเสื้อ เราก็ทำงานเคลื่อนไหวเบื้องหลังมาตลอด เราอยู่เบื้องหลังการทำงานของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ซึ่งเราปิดบังชื่อมาตลอด และครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่จะเปิดชื่อจริง เพราะมาถึงวันนี้ความกลัวทั้งหลายของเรามันหายไปแล้ว เรารู้สึกว่าถ้าคุณทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งที่คุณมีความคิดหรือไอเดียเรื่องของคนเท่ากัน ประชาธิปไตยควรเป็นทางออกของประเทศนี้ เราก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกต่อไป เลยอยากเรียกร้องศิลปินคนอื่นให้กล้าออกหน้ากันด้วย สังคมที่อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวหรือการเซ็นเซอร์ตัวเองมันไม่เวิร์คหรอก ถ้าเราเชื่อในอะไรเราต้องกล้าต่อสู้และยืนยันในสิ่งนั้น....

เชิญอ่านบทความสัมภาษณ์ครับ :
 
ประเทศกูมีแร็ปต้านเผด็จการ สัมภาษณ์กลุ่มแร็ปเปอร์และผู้กำกับมิวสิควิดีโอ

คุยกับ ‘Rap Against Dictatorship’ ที่บอกว่า การเมืองสำหรับพวกเขาคือการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การสนใจการเมืองคือวิธีที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ชอบให้ดีขึ้น และเผด็จการไม่ใช่แค่เผด็จการทหาร แต่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก็ยังมีวิธีแบบเผด็จการ ร่วมคุยกับ ธีระวัฒน์ รุจินธรรมผู้กำกับเอ็มวี ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยหลายกลุ่ม
 
 [Image: 44824731234_b0464d44d5_b.jpg]
 
หลังเพลงแร็ป ประเทศกูมีของกลุ่มแร็ปเปอร์ ‘Rap Against Dictatorship’ (แร็ปต้านเผด็จการ) ปล่อยมิวสิควิดีโอออกมา ยอดวิวในยูทูบก็พุ่งทะลุเกิน 600,000 ภายใน 2 วัน ด้วยเนื้อหาของเพลงที่หยิบจับสถานการณ์ทางการเมืองมาร้อยเรียงให้เข้าใจง่าย ดึงอารมณ์ร่วมของคนฟังได้ทันที พร้อมกับมิวสิควิดีโอที่นำเอาหนึ่งในภาพจำของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่ถูกถ่ายโดย Neal Ulevich อย่างภาพคนฟาดเก้าอี้ใส่ศพที่ถูกแขวนคอใต้ต้นไม้และมีคนกลุ่มใหญ่มุงดู พร้อมรอยยิ้มที่ปรากฎบนหน้าของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ได้รางวัลพูลิตเซอร์ปี 1977 มาเป็นฉาก

ประประชาไทสัมภาษณ์ตัวแทนของกลุ่ม Rap Against Dictatorship ถึงจุดเริ่มต้น แนวคิดหลักของโปรเจ็กต์ วิธีการทำเพลง จนถึงความหมายของการเมือง ที่เขาบอกว่า การเมืองสำหรับเขาคือการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การสนใจการเมืองคือการหาวิธีที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ชอบให้ดีขึ้น รวมทั้งความหมายของเผด็จการไม่ใช่แค่เผด็จการทหาร แต่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก็ยังมีวิธีแบบเผด็จการอยู่ดี

ร่วมด้วยการสัมภาษณ์ ธีระวัฒน์ รุจินธรรม ผู้กำกับภาพแถวหน้าของไทยที่เป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอเพลงนี้ ผู้ริเริ่มไอเดียนำภาพจำของ 6 ตุลาเข้ามาประกอบมิวสิควิดีโอ ที่สำหรับเขาแล้วนี่คือการเปิดเผยชื่อจริงครั้งแรกหลังการทำเบื้องหลังให้กับกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มพลเมืองโต้กลับ จนมาถึง Rap Against Dictatorship พร้อมตอบคำถามว่า ภาพศพและการฟาดเก้าอี้ที่ชัดเจนในช่วงสุดท้ายของมิวสิควิดีโอ เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงหรือไม่?

https://youtu.be/VZvzvLiGUtw

 
จุดเริ่มต้นของ RAD
 
เพลงประเทศกูมี เป็นอินโทรของ Liberate P ปล่อยมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว ซึ่งตอนนั้นเขาเริ่มทำเพลงการเมือง ตั้งแต่เพลง Oc(t)ygen เพลง Capitalism เพลงประเทศกูไม่มี แล้วเพลงประเทศกูมีก็ทำต่อมาเป็นอินโทร 8 บาร์ไว้ ด้วยขั้นตอนทางดนตรีมันยังไม่ลงตัวก็เลยพักโปรเจคไว้ก่อน
ปลายปี 2017 ก็มีการคุยกันระหว่างพวกเรา 4 คนคือ Liberate P, Jacoboi, ET, Hockhacker ก่อนเกี่ยวกับโปรเจค Rap Against Dictatorship แล้วก็ไปชวนคนอื่นที่สนใจมาร่วมทำ แต่โดยหลักแล้วก็จะมี 4 คน ที่เป็นคนคุมไอเดีย ทิศทางของเพลง วิธีการโปรโมต
 
คนที่มาร้องมีจุดร่วมคือต้านเผด็จการ แต่แนวคิดอื่นอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ตอนทำงานมีขัดแย้งกันทางแนวคิดบ้างไหม
 
ความขัดแย้งไม่มี เพราะเรารู้ว่าแต่ละคนมีแนวทางที่ไม่ตรงกันอยู่แล้ว แต่ก่อนเริ่มทำเพลง เรามีการเวิร์คช็อปภายใน เอาแร็ปเปอร์ทั้งหมดมานั่งคุยกัน แล้วทางกลุ่มก็เล่าสิ่งที่เราอยากพูด วิธีการ เนื้อหาทั้งหมด เพื่อเป็นการปรับฐานความเข้าใจทางการเมืองของแต่ละคนที่อาจจะรู้ไม่เท่ากัน เพราะในกลุ่มก็จะมีคนที่เข้าใจการเมืองอย่างลึกลงไปถึงเรื่องโครงสร้าง ไปจนถึงคนที่ไม่พอใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่อาจจะยังไม่ได้มองไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งพอเล่าแล้วเขาก็เก็ทกันมากขึ้น หลังจบเวิร์คช็อปเราก็ให้เวลาเขาตัดสินใจว่าจะเอาด้วยไหม ปรากฎว่าทุกคนก็เอาด้วยหมด เพียงแต่เนื้อหาในเพลงของแต่ละคนก็ต่างไปตามที่เขาสนใจ
 
เนื้อหาตั้งใจให้คนกลุ่มไหนฟัง
 
คนทั่วไป แต่เนื้อหามันจะไปโดนกับกลุ่มไหนมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับคนฟัง คือเราตั้งใจทำเพลงกระแสหลัก อาจจะไม่ได้กระแสหลักขนาดนั้น แต่เราทำเพลงที่มีเนื้อหาให้คนทั่วไปที่อาจไม่มีพื้นเรื่องการเมืองมาก่อนฟังแล้วเก็ท โดยที่ไม่ต้องตีความ หรือไม่ใช่วิธีการเปรียบเทียบจนเข้าถึงยาก ก็เลยออกมาเป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่คนฟังแล้วรู้สึกว่า เออ ตรงนี้ก็โดน ตรงนี้ก็โดน ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจได้เลย เราทำการบ้านกันมาประมาณหนึ่งเลยว่าเนื้อหานี้ลึกไปไหม ยากไปไหม เปรียบเทียบเยอะไปไหม อะไรที่ฟังแล้วคนจะอินกับเราได้เลย เราก็จะเลือกตรงส่วนนั้นมา และจุดประสงค์เราไม่ได้ต้องการโจมตีประชาชน หรือไปด่าเขาว่าทำไมไม่ออกมาต่อต้านล่ะ แต่เรากำลังโจมตีรัฐ โจมตีระบอบเผด็จการ
 
แสดงว่าแม้ในทีมจะคุยกันลึกลงไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้างแต่พอทำจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจให้เพลงออกมาลึกแบบนั้น แต่ให้ฟังง่ายมากกว่า
 
ใช่ แต่เราก็แอบใส่อะไรบางอย่างที่ ถ้าคนที่เข้าใจลึกๆ ก็อาจจะจับจุดได้บ้าง เพราะบางอย่างเรารู้นะ แต่เราพูดไม่ได้จริงๆ หรือเราไม่จำเป็นต้องพูดในเพลงนี้เราก็จะไม่พูด เนื้อหาในเพลงถ้าเราลองไล่ฟังก็จะพบว่ามันมีความหนักเบาไม่เท่ากัน
 
เวลาแต่งเพลงนี้ได้มีการตกผลึกทางความคิดกับตัวเองก่อนไหม หรือคือการเอาสิ่งที่คนในสังคมเขาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้วเข้ามาใส่ในเพลง
 
โดยส่วนตัว ถ้าเป็นเพลงปาร์ตี้หรือเพลงพรีเซ้นท์ตัวเองทั่วๆ ไป มันก็จะไม่ยากเท่า เพราะมันคือเรื่องที่เรารู้สึกแล้วสามารถเล่าออกมาได้เลย แต่ถ้ามันเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์การเมือง สังคม มันต้องมีการตกผลึกหรือทำความเข้าใจกับประเด็นประมาณหนึ่ง เราทำการบ้านกันค่อนข้างหนัก บางคนก็ใช้เวลากับเนื้อเพลงนานกว่าคนอื่น บางคนก็แต่งได้เลยจากสิ่งที่ตัวเองประสบ เพราะฐานการรับรู้ การประสบเรื่องทางการเมืองของแต่ละคนไม่เท่ากัน
จริงๆ มันก็เป็นเรื่องทั่วไปที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว อย่างเนื้อท่อนหนึ่งที่บอกว่า ปลายกระบอกจ่อที่ปลายกระเดือกมันเป็นการเล่นคำในภาษาเพลงแร็ปนี่แหละ ซึ่งมันก็แฝงสัญลักษณ์คือ ปลายกระบอกคือปืน ส่วนปลายกระเดือกก็คือคางหรือปากเรา มันก็คือการบอกว่าเราอยู่ในยุคของการปกครองด้วยระบอบที่มีปืน มันคือเรื่องทั่วไปที่ทุกคนรับรู้ แต่การเลือกคำมาใช้ของแร็ปเปอร์ทำให้พลังของเพลงมันเยอะขึ้น และความสำคัญคือสิ่งที่ทุกคนเล่าเขาอินจริง แล้วเขาก็เชื่อในแนวคิดต่อต้านเผด็จการจริงๆ มันเลยมีพลังมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีของเพลงแร็ปด้วยที่หากเราเล่าเรื่องที่เราประสบจริงๆ มันจะส่งพลังออกมาได้เยอะกว่า
 
แล้วการเมืองสำหรับกลุ่มคุณที่ประสบมาคืออะไร
 
การเมืองสำหรับเรามันคงเป็นเรื่องการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเราถึงแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วสุดท้ายมันก็กลับไปที่การเมือง อำนาจทุกอย่างก็มาจากการเมือง ถ้าเราไม่สนใจการเมือง เราก็คงไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การสนใจการเมืองมันก็คือการหาวิธีที่จะเปลี่ยนอะไรที่เราไม่ชอบให้มันดีขึ้น เช่น เราไม่ชอบรถติด ถ้าเราไม่สนใจการเมืองเราอาจจะมองว่าปัญหารถติดเพราะตำรวจเปิดสัญญาณไฟ หรือถ้าเรามองลึกกว่านั้นรถติดเพราะผังเมืองประเทศเป็นแบบนี้ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเจอปัญหาแล้วคุณคิดกับปัญหานั้นแค่ไหน คุณได้แค่บ่นไป หรือพยายามหาทางออก แก้ไขปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้นไป
การเมืองมันอยู่รอบตัวเรา ทำไม 20 กว่าปีที่เราเดินบนฟุตปาธริมถนนแล้วฟุตปาธมันไม่ดีขึ้นสักที อิฐบนฟุตปาธก็ยังแตกอยู่ มันคือเรื่องการบริหารจัดการการเมืองหมดเลย การเมืองมันไม่ใช่แค่การออกไปชุมนุมบนถนน หรือการแบ่งฝ่ายแบ่งสี มันคือเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องที่เราประสบอยู่ ไม่ใช่แค่นักการเมืองด้วย ในโรงเรียน ในหน่วยงาน ในบริษัท มันก็มีการเมืองภายใน ทุกคนรู้อยู่แล้ว การเข้าหาคนอื่นเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง อันนั้นก็คือการเมือง
 
แต่สุดท้ายแล้วพอเราเริ่มมองปัญหาจากเรื่องใกล้ตัว คำตอบมันก็นำเราไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเมืองอยู่ดี
 
ใช่ครับ จุดร่วมของเราคือการต่อต้านระบบเผด็จการ ซึ่งมันไม่ได้หมายถึงเผด็จการจากทหารอย่างเดียวด้วย ทหารอาจจะชัดเจนที่สุดที่เอาอำนาจ เอาอาวุธปืน เอาความกลัวเข้ามาแทรกแซงวิถีชีวิตของคนปกติ แต่เราก็ยังมีเผด็จการการปกครองส่วนท้องถิ่น เผด็จการรัฐสภา ที่คนที่อยู่ในสภาเป็นพวกเดียวกันหมด ไม่มีใครค้านใคร
 
คนที่มองว่าการเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ จะรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลเผด็จการชีวิตไม่ได้ดีไปกว่าเดิม คิดว่าเพลงเราจะสื่อสารกับเขาได้ไหม
 
ในกลุ่มก็เชื่อว่าเราสามารถสื่อสารและทำให้พวกเขารับรู้ได้ แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าคุณฟังเพลงนี้แล้วจะต้องมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เพราะมันต้องใช้เวลาในการเชื่ออะไรบางอย่างแล้วเปลี่ยนพฤติกรรม แต่เราทำให้คนจำนวนมากรับรู้ และพอมันเป็นกระแส มันจะเปิดความคิดพวกเขาว่าเราสามารถพูดเรื่องนี้ได้ คนที่ฟังเพลงประเทศกูมีแล้วคอมเมนต์หรือแชร์ เราก็คิดว่ามันคือการตื่นตัวแล้ว หรือถ้าเขาจะเบื่อ ไม่สนใจ อันนั้นก็เป็นสิทธิของเขา เพราะเขาอาจจะประสบอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อยากยุ่งแล้วก็ได้ แต่บางคนที่อยู่กับความกลัวหรือไม่กล้าแล้วออกมาด่าเราที่ทำเพลงนี้ออกมา เราก็ถือว่าเขาตื่นตัวทางการเมืองแล้ว เพราะอย่างน้อยเขาก็ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่ก็คือการเคลื่อนไหวทางความคิดแล้วในยุคนี้
 
ความรู้สึกที่แต่งเพลงนี้มันคือความรู้สึกโกรธ ไม่ยอมจำนน
 
ทุกคนมีความโกรธ ความเบื่ออยู่แล้ว แต่เราจะถ่ายทอดยังไงให้มันมีสุนทรียะทางเพลงด้วย ให้เขาอินไปกับเรา ผมคิดว่ามันเป็นเพลงในยุคสมัย ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ฟังแล้วมีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหา คนรุ่นใหม่สำหรับเราไม่ได้หมายถึงอายุ แต่คือคนที่อยู่ร่วมกับยุคสมัย ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราเข้าใจอะไรได้เพิ่มขึ้น เราตามทันสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ไหน เราปรับตัวเองเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยอย่างไรบ้าง นั้นแหละคือคนรุ่นใหม่
 
ถ้ามีการเลือกตั้งแล้ว RAD จะยังทำอะไรต่อไหม หรือในระหว่างที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง นอกจากวิจารณ์เผด็จการแล้ว จะมีอะไรอีกไหม
 
การเลือกตั้งมันอาจหมายถึงการเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่จริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้เราก็รู้จากข่าว เช่น เรื่อง สว. สรรหา ที่มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งมันก็คือวิธีการแบบเผด็จการอยู่ดี จริงๆ ก็จะมีเพลงออกมาอีก และหลังจากนี้หากมีการเลือกตั้งแล้วเราก็คงต้องคุยกันอีกทีว่ารูปแบบของกลุ่มจะเป็นยังไงต่อไป
 
 [Image: 43733961600_65478fa36f_b.jpg]
 
ธีระวัฒน์ รุจินธรรม (กลาง)
 
ไอเดีย 6 ตุลาในเอ็มวีมาได้ยังไง
 
ไอเดีย 6 ตุลามาจากความสงสัยของเรา เราถ่ายหนังเรื่องแรกคือเรื่อง 14 ตุลา สงครามประชาชน ในบทจะมีฉากหนึ่งเขียนถึงฉาก 6 ตุลา มีการเตรียมว่าจะถ่ายฉากนี้ยังไง แต่สุดท้ายผู้กำกับคือพี่บัณฑิต (ฤทธิ์ถกล) ตัดสินใจตัดออก เพราะไม่รู้จะนำเสนอยังไง ตอนนั้นแกบอกว่าถ้านำเสนอไม่ดีจะกลายเป็นการเอาศพมาประจาน เราก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของแกเท่าไหร่ในตอนนั้น
พอช่วงปีที่แล้วมีโอกาสไปช่วยในโครงการบันทึก 6 ตุลา ช่วยกำกับหนังเรื่องสองพี่น้อง ได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ 6 ตุลามากขึ้น ล่าสุดเขาอยากให้เราช่วยหาจุดของต้นไม้แขวนคอต้นนั้น แล้วช่วงนั้นมีโจทย์ของเพลงนี้พอดี เราก็คิดวนๆ ในหัว ผสมกันไปมา สุดท้ายก็เลยออกมาเป็นฉากศพแขวนใต้ต้นไม้ มีคนอยู่รอบๆ เชียร์การทารุณศพ ปกติเราดูแต่ภาพถ่าย แต่ถ้าเราเอากล้องไปอยู่ตรงใจกลางของเหตุการณ์นั้น คนดูน่าจะมีความรู้สึกอะไรบางอย่าง ซึ่งแล้วเราคิดว่า 6 ตุลามันคืออาการทางกายภาพของความเจ็บป่วยของประเทศนี้ที่ปัจจุบันมันก็ยังไม่ล้าสมัย

ไอเดียเรื่องกล้องคืออยากเล่นเทคยาว ให้แร็ปเปอร์ผลัดมาแร็ปคนละท่อน เดินวนไปรอบๆ และเราคิดว่าการออกแบบการเคลื่อนกล้องที่วนไปรอบๆ มันคือเหตุการณ์เมืองไทยที่ไม่ไปไหน วนเป็นวงกลม คนไม่มีการเรียนรู้ ผู้มีอำนาจไม่มีการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์จึงซ้ำรอย โดยเป็นคอนเซปต์เฉพาะคนทำ คนดูไม่จำเป็นต้องเก็ทก็ได้

และด้วยความยาว 5 นาที เราจึงต้องออกแบบให้เริ่มจากการมีแร็ปเปอร์ออกมาแร็ป โดยมีฉากหลังเป็นคนตบมือซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าคือการตบมืออะไร อาจจะนึกว่าแค่มาสนุกกับนักร้องที่มาร้องเพลง แต่สุดท้ายพอเห็น Chair Man คนที่เอาเก้าอี้มาฟาดศพ คนดูก็จะรู้ว่ามันคือเหตุการณ์อะไร และเป็นไฮไลท์ในตอนสุดท้าย
 
 [Image: 31678949458_ec95aa7f19_b.jpg]
ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ 'ประเทศกูมี'
 
ภาพศพและการฟาดเก้าอี้ที่ชัดเจนในตอนสุดท้าย เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงรึเปล่า
 
อันนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงในใจตัวเอง แล้วเราก็เล่าคอนเซปต์นี้ให้เพื่อนที่เป็นนักวิจัยในโครงการบันทึก 6 ตุลา ว่าคิดยังไงที่เราเอาภาพความรุนแรงของ 6 ตุลากลับมาทำใหม่ มันจะเหมือนเราเอาภาพมาข่มขืนคนดูซ้ำรึเปล่า เขาก็บอกว่าบางทีภาพเหตุการณ์ความรุนแรงเราปฏิเสธไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปีสองปีที่แล้วเราเพิ่งรู้ว่าคนที่ถูกแขวนคอในเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ได้มีแค่ 2 คนตามที่เคยเข้าใจกัน แต่มีถึง 5 คนเป็นอย่างต่ำ และบางคนยังไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ

เราก็ตกใจว่าเรื่องแบบนี้ปล่อยผ่านมาได้ยังไงตั้ง 40 กว่าปี และจากที่ฟังหลายๆ คนมา คนในยุคนั้นคิดว่ามันคือภาพความรุนแรงโหดร้ายและเขาไม่กล้ามองมันตรงๆ เราเข้าใจว่าเพราะการไม่กล้ามองตรงๆ นี่แหละที่ไปสร้างความเข้าใจผิดขึ้นมา อีกตัวอย่างคือ รูปคนถูกแขวนคอและถูกฟาดด้วยเก้าอี้ คนคิดว่าเป็น วิชิตชัย อมรกุล แต่อันที่จริงคือยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร ส่วนวิชิตชัยนั้นถูกแขวนคอในอีกภาพหนึ่ง

ประเด็นก็คือบางทีเราต้องมาเพ่งมองมันตรงๆ ว่าอะไรมันเกิดขึ้นข้างหน้า เราเลยมีความรู้สึกว่าเมื่อชั่งตวงแล้ว ประเด็นที่บอกว่าเอาความรุนแรงมาผลิตซ้ำจึงถูกตีตกไป บางทีเราก็ต้องนำเสนอความรุนแรงด้วยวิธีการที่ตรงไปตรงมาเหมือนกัน คนถึงจะรู้สึกได้ และเห็นความจริงบางอย่าง
 [Image: 30610366577_1381657563_b.jpg]
 
ภาพเบื้องหลังการออกแบบการถ่ายทำ
 
สุดท้ายอยากฝากอะไร
 
อยากขอบคุณเพื่อนและน้องๆ ที่มาช่วยงานนี้ บางคนก็ไม่ประสงค์ที่จะออกนาม ถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านี้เอ็มวีนี้ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ปกติแล้วเราทำงานพาร์ทหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิง แต่หลังมีการแบ่งสีเสื้อ เราก็ทำงานเคลื่อนไหวเบื้องหลังมาตลอด เราอยู่เบื้องหลังการทำงานของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ซึ่งเราปิดบังชื่อมาตลอด และครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่จะเปิดชื่อจริง เพราะมาถึงวันนี้ความกลัวทั้งหลายของเรามันหายไปแล้ว เรารู้สึกว่าถ้าคุณทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งที่คุณมีความคิดหรือไอเดียเรื่องของคนเท่ากัน ประชาธิปไตยควรเป็นทางออกของประเทศนี้ เราก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกต่อไป เลยอยากเรียกร้องศิลปินคนอื่นให้กล้าออกหน้ากันด้วย สังคมที่อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวหรือการเซ็นเซอร์ตัวเองมันไม่เวิร์คหรอก ถ้าเราเชื่อในอะไรเราต้องกล้าต่อสู้และยืนยันในสิ่งนั้น
 
ทั้งนี้ Rap Against Dictatorship ยังเปิดให้คนทั่วไปสามารถรวมกิจกรรมคนละ 8 บาร์ ว่าด้วย ประเทศกูมี จนล่าสุดมีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมากจนเกินสายตาที่เราจะมองเห็นแล้วด้วย

[Image: 44739281_480445149030363_755403571625512...e=5C3E4DBD]
 
นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์
 
https://prachatai.com/journal/2018/10/79297?ref=highlight_front_title


*หมายเหตุ มีการแก้ไขเนื้อหาเมื่อเวลา 10.21 น. วันที่ 26 ต.ค. 61

 
ทนายวิญญัติ ชี้ ตร.จ่อใช้ พ.ร.บ.คอมฯ ม.14 เล่นงานแร็ป 'ประเทศกูมี' ผิดเจตนารมณ์ของ กม.

หลัง ปอท. จ่อเอาผิดแร็ปเปอร์กลุ่ม RAD ในเพลง 'ประเทศกูมี' ด้วย พ.ร.บ.คอมฯ ม.14 (2) 'ทนายวิญญัติ' ชี้ผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มุ่งใช้การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จกับอาชญากรไซเบอร์ ถามหากเพลงนี้เข้าข่ายเป็นความเท็จ ขัดต่อความจริง ขัดความรู้สึกของประชาชน เพลง 'คืนความสุขให้ประเทศไทย' ก็ต้องผิดด้วยใช่หรือไม่

[Image: 45517861162_32ba78b600_b.jpg]

26 ต.ค.2561 ความคืบหน้ากลังการเผยแพร่มิวสิควิดีโอเพลง 'ประเทศกูมี' ของกลุ่มแร็ปเปอร์ 'Rap Against Dictatorship' หรือ RAD ทางยูทูบมา 3 วัน ก่อนที่จะสิ้นวันนี้ยอดวิวเกิน 3 ล้านแล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก บก.ปอท. ระบุว่า เบื้องต้น พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รักษาการแทนผู้บังคับการ ปอท. ได้สั่งการให้ฝ่ายสอบสวนประชุมพิจารณาว่าเข้าข่ายข้อกฎหมายใด และให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบว่าผู้ปรากฎในคลิปเป็นใคร เพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างให้ร้ายประเทศไทย ทำให้ประเทศเสียหายอยู่หลายเรื่อง จากการตรวจสอบน่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ” นั้น

ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า วิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์กฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึง การขยับของ บก.ปอท. ต่อเพลงแร็พ ประเทศกูมี น่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) ดังกล่าว ถือว่าผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มุ่งใช้การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จกับอาชญากรไซเบอร์ จึงจำเป็นที่ต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
 

กลุ่ม RAD ผู้ทำเพลง ประเทศกูมี และประชาชนที่ตอบรับ ก็เนื่องจากมองว่าเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในประเทศ ซึ่งไม่ได้เข้าข่ายทำให้ประเทศนี้วุ่นวายตื่นตระหนก กระทบความมั่นของรัฐแต่อย่างใด ความมั่นคงนี้ไม่ใช่ของคณะบุคคลในแวดวงคสช. ที่ยึดอำนาจเข้ามา ก็ถือเป็นบุคคลสาธารณะ ที่ย่อมวิพากษ์วิจารณ์ได้

การจะใช้ พ.ร.บ.คอมพ์มาตรา 14 (2) ดำเนินคดี จึงเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก ปิดหู ปิดตา ประชาชน ซึ่งการจะทำความเข้าใจวงการเพลงแร็พหรือฮิพฮอพ ต้องย้อนดูยังจุดกำเนิด อันถือเป็นการบอกเล่าเนื้อหาสะท้อนสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา

"อาจเป็นความจริงอีกด้านหนึ่งก็ได้ เหมือนที่คนเชื้อสายแอฟริกันทำกัน ถ้าเช่นนั้นเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย ผมก็มีความคิดว่าเพลงนี้เข้าข่ายเป็นความเท็จ ขัดต่อความจริง ขัดความรู้สึกของประชาชน ก็ต้องผิดด้วยใช่หรือไม่" วิญญัติ กล่าว

https://prachatai.com/journal/2018/10/79315
‘ประเทศกูมี’ ขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์ทวิตเตอร์ ด้าน ปอท. ชี้อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมฯ

แฮชแท็ก ‘ประเทศกูมี’ ติดที่หนึ่งเทรนด์ทวิตเตอร์ ยอดวิวพุ่งเกินล้าน คนดังแห่ให้กำลังใจ คนส. เรียกร้องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ยุติการข่มขู่หรือเรียกสอบปากคำ ฝ่ายรัฐบาลและคนไม่เห็นด้วยชี้ ประเทศเสียหาย เพลงล้างสมอง ด้านปอท. ระบุอาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ. คอมฯ นำเข้าข้อมูลเท็จ เตรียมแจ้งผู้เสียหาย-เชิญศิลปินมาให้ข้อมูล

[Image: 45514454942_759cc6065f_b.jpg]

วันนี้ (26 ต.ค  61) มิวสิควิดีโอเพลง 'ประเทศกูมี' ของกลุ่มแร็ปเปอร์ 'Rap Against Dictatorship' ปล่อยได้ 3 วัน ยอดวิวในยูทูบแตะ 1,300,000 วิวและมีท่าทีว่าจะพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เช้าวันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุว่ามิวสิควิดีโอนั้นเสี่ยงขัดคำสั่ง คสช. โดยจะให้ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตรวจสอบเนื้อหา เชิญคนที่ปรากฎในคลิปมาให้ปากคำ พร้อมเตือนคนทำเพลงอย่าทำสุ่มเสี่ยงจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเองและครอบครัว

 

แฮชแท็ก ‘ประเทศกูมี’ ติดที่หนึ่งเทรนด์ทวิตเตอร์ คนดังแห่แสดงกำลังใจ

 
ท่าทีดังกล่าวได้นำไปสู่การถกเถียงในโลกโซเชียลอย่างเผ็ดร้อนจากทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเพลง แฮชแท็กคำว่า 'ประเทศกูมี' ติดเทรนด์อันดับหนึ่งในไทยของทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว และมีนักการเมือง นักวิชาการ และคนดังออกมาทวีตถึงเพลงนี้ เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า ชอบเพลง “ประเทศกูมี” ครับ เพลง “ประเทศกูมี” ไม่ดียังไง ทำไมถึงว่าขัดคสช. น่าสนใจ แต่ถึงยังไงผมก็ยังชอบเพลงนี้ ร้องเป็นแต่เพลงแหล่ แร็ปไม่เป็น ไม่งั้นจะหัดร้องบ้าง"

[Image: 43746989360_985de23115.jpg]

ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทวีตว่า ‪เพลง #ประเทศกูมี สะท้อนความหวังและความสิ้นหวังของคน ‘รุ่นใหม่’ ในสังคมไทย ที่ต่างไปจากระเบียบสังคมที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคย เข้าใจได้ที่หลายคนจะตื่นตระหนก แต่อย่าตกใจจนพาลปิดหูคนอื่นในสังคมที่พร้อมจะฟังเสียงเช่นนี้ละกัน

[Image: 31692083868_a457a4e5d9.jpg]

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ทวีตว่า คงไม่ใช่ขัดคำสั่ง คสช แต่แมร่งขัดใจ ฟังแล้วจี๊ด #ประเทศกูมี


[Image: 31692083648_7d5c9dced7.jpg]



วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับหนังรุ่นเก๋า ออกมาทวีตว่า น้องๆชาวแร็ปเปอร์เขายังกล้าทำ Rap Against Dictatorship แต่พวกเราชาวคนทำหนังยังไม่มีใครกล้าทำ Film Against Dictatorship กันบ้างเลย #ประเทศกูมี



[Image: 44650432405_19186b0380.jpg]

 

คนส. เรียกร้องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ยุติการข่มขู่หรือเรียกให้มาสอบปากคำ

 

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับในหลักการว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังไม่เป็นผลดีต่อการสร้างบรรยากาศเพื่อนำสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 และเห็นว่าเพลงและภาพประกอบของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship เป็นการใช้ศิลปะเพื่อกระตุ้นความรู้สึกนึกคิดตามหน้าที่ของศิลปินในอารยะประเทศ และประเด็นที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมาเปรียบเปรยล้วนเป็นประเด็นที่สังคมติดตามให้ความสนใจมาโดยตลอด

คนส. ได้เรียกร้องให้ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยุติการข่มขู่ คุกคาม หรือพยายามเรียกตัวกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship มาให้ข้อมูล ปากคำ ตลอดจนการคุกคามในรูปแบบอื่นๆ พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามกฎหมาย มากกว่าปฏิบัติตามลมปากของผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ พร้อมกันนี้ คนส. ระบุว่า จะร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship ทั้งในแง่มุมกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างถึงที่สุด

 

ฝ่ายรัฐบาลและคนไม่เห็นด้วยชี้ ประเทศเสียหาย เพลงล้างสมอง

 

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า รัฐบาลรู้สึกเสียใจในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าเยาวชนน่าจะใช้ความรู้ความสามารถด้านดนตรีในทางที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต่อแผ่นดินเกิดของตัวเองมากกว่านี้ รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนคนอื่น ไม่อยากให้คนคิดว่าทำแบบนี้แล้วเท่ เป็นเรื่องดี หรือเป็นเรื่องสนุก .ไม่แน่ใจว่าเยาวชนที่ทำคลิปดังกล่าว ทำเพราะความตั้งใจของตัวเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และขอฝากเตือนไปว่า คนที่เสียหายที่สุดไม่ใช่รัฐบาล แต่คือประเทศไทย



ศศิวิมล อยู่คงแก้ว ภรรยา พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือ ผบ.หน่วยซีล ที่เดินทางไปร่วมภารกิจช่วยเหลือน้องทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง และยังเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงช่วยเหลือทีมหมูป่า โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “Sasivimon Youkongkaew” ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 พันคน ตั้งค่าเข้าถึงเป็นสาธารณะ พูดถึงเพลง ประเทศกูมี ว่า “ประเทศกูมี” เรื่องราวดีๆมากมาย ทำไมไม่เอามาพูดว่ะ ฟังแล้วเดือด มันล้างสมองด้วยเสียงเพลง เกมการเมืองยุค 4.0



หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสียผลประโยชน์ ทั้งยังวิจารณ์ว่าคนรุ่นใหม่ คิดว่าเป็นขบถแล้วเท่



โดยศศิวิมล ได้ตอบกลับผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “วิธีสื่อสารแบบนี้มัน impact มากค่ะ ใช้นักร้องแร๊พ ดึงกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่รู้อดีตของประเทศชาติ พอฟังแล้วก็คล้อยตามไปด้วย และ “เวลาเห็นคนรุ่นใหม่คิดสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคมและประเทศชาติ พี่ดีใจทุกครั้ง มันก็อยู่ที่คนรุ่นเราด้วยที่จะใส่อะไรเข้าไปในสมองเขา”



อย่างไรก็ตามล่าสุด โพสต์ดังกล่าวถูกลบออกไปจากเฟซบุ๊กของ ศศิวิมล แล้ว

 

ปอท. ชี้อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมฯ นำเข้าข้อมูลเท็จ เตรียมแจ้งผู้เสียหาย-เชิญศิลปินมาให้ข้อมูล

 

เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในฐานะรองโฆษก บก.ปอท. กล่าวถึงกรณีการแพร่คลิปเพลงแร็พ ‘ประเทศกูมี’ ว่า เบื้องต้น พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รักษาการแทนผู้บังคับการ ปอท. ได้สั่งการให้ฝ่ายสอบสวนประชุมพิจารณาว่าเข้าข่ายข้อกฎหมายใด และให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบว่าผู้ปรากฎในคลิปเป็นใคร เพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างให้ร้ายประเทศไทย ทำให้ประเทศเสียหายอยู่หลายเรื่อง



จากการตรวจสอบน่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ” เพราะความเสียหายที่ปรากฎในเนื้อเพลงอาจกระทบกระเทือนกับเศรษฐกิจ อาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ส่วนจะเข้าข้อกฎหมายอื่นใดขอให้ฝ่ายสอบสวนพิจารณา



“หากพิจารณาแล้วเข้าความผิดตามมาตรา 14 (2) ในเรื่องการร้องทุกข์กล่าวโทษก็จะแจ้งให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ และจะต้องเชิญกลุ่มศิลปินที่อยู่ในคลิปเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา ส่วนกรอบระยะเวลาดำเนินการเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างมาก และผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมา” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว



พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้แม้กลุ่มศิลปิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่าเนื้อหาของเพลงเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลใดนั้น หากมีการดำเนินคดี ก็เป็นสิทธิของพวกเขาที่จะให้การว่ารู้สึกอย่างไร ข้อเท็จจริงในส่วนของเขาเป็นอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานว่าผิดหรือไม่

สำหรับภาพที่ปรากฎในมิวสิควิดีโอในบางส่วนที่มีการฟาดหุ่นซึ่งแขวนอยู่บนต้นไม้ ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่นักศึกษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงโดยรัฐบาลในขณะนั้นจะเข้าข่ายเรื่องการก่อความรุนแรงหรือไม่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ แต่จากภาพรวม อาจเข้าข่ายความผิดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ส่งต่อโพสต์ก็อาจเข้าข่ายความผิด มาตรา 14 (5) ซึ่งจะมีโทษอัตราเดียวกันกับผู้โพสต์ คือ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ได้เช่นกัน โดยหลังการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มงวดก็มีจำนวนผู้กระทำผิดที่ลดลง

 

แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) 


เรื่อง “การคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง กรณีกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship”



ตามที่มีการเสนอข่าวว่า พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล จะเรียกกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ตรวจสอบว่าเพลงดังกล่าวเนื้อหาเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. หรือไม่ และจะเชิญตัวมาให้ปากคำว่ามีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือขัดคำสั่ง คสช. ด้วยหรือไม่นั้น รวมถึงการห้ามแชร์คลิปเพลงดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับในหลักการว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อีกทั้งยังไม่เป็นผลดีต่อการสร้างบรรยากาศเพื่อนำสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562



คนส. เห็นว่าการสื่อความเห็นของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship ในบทเพลงและภาพประกอบนั้น เป็นการใช้ศิลปะเพื่อกระตุ้นความรู้สึกนึกคิดตามหน้าที่ของศิลปินในอารยประเทศ และประเด็นที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมาเปรียบเปรยล้วนเป็นประเด็นที่สังคมติดตามให้ความสนใจมาโดยตลอด ไม่สมควรที่ พล.ต.อ. ศรีวราห์ จะก้าวล่วงใช้อำนาจอย่างครอบจักรวาลเพียงเพราะเป็นความเห็นส่วนตัว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็ควรจะได้พิจารณาด้วยว่าคำสั่งการนั้นเป็นคำสั่งที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 แล้ว ไม่ควรจะมีอำนาจอื่นใดเหนือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ



คนส. ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยุติการข่มขู่ คุกคาม หรือพยายามเรียกตัวกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship มาให้ข้อมูล ปากคำ ตลอดจนการคุกคามในรูปแบบอื่นๆ พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ได้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นโดยสุจริต มากกว่าปฏิบัติตามลมปากของผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ



พร้อมกันนี้ คนส. จะร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship ทั้งในแง่มุมกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างถึงที่สุด



ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง



เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
26 ตุลาคม 2561

 
'ประเทศกูมี' 'ศรีวราห์' จ่อเชิญคนในเอ็มวีให้ปากคำ ด้าน RAD ชี้เนื้อเพลงคือสิ่งที่สังคมพูดกัน

'ศรีวราห์' ชี้ เอ็มวี 'ประเทศกูมี' ของกลุ่ม Rap Against Dictatorship (RAD) เสี่ยงขัดคำสั่ง คสช. 50:50 ให้ ปอท. ตรวจสอบเนื้อหา เตือนคนทำเพลงอย่าทำสุ่มเสี่ยงจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเองและครอบครัว ด้าน RAD ระบุเนื้อเพลงคือสิ่งที่คนในสังคมก็พูดกัน หากโดนเรียกให้ปากคำจริงก็พร้อมไปเพื่อยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ "เราทำเพลง เราไม่ได้สร้างความไม่สงบเรียบร้อย หรือสร้างความวุ่นวายอยู่แล้ว "

[Image: 30619852757_062bb21b9e_b.jpg]

26 ต.ค. 61 เว็บไซต์ข่าวมติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคลิปวิดีโอเพลง 'ประเทศกูมี' ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ ว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. หรือไม่นั้น ตนดูคลิปดังกล่าวแล้ว พบว่า 50 : 50 ต้องขอให้ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตรวจสอบอีกครั้งว่าเนื้อหาเข้าข่ายหรือไม่ สำหรับคนที่ปรากฎในคลิปก็ต้องเชิญตัวมาให้ปากคำ ว่า มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือขัดคำสั่ง คสช. ด้วยหรือเปล่า


"เตือนคนทำเพลง อย่าทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายบ้านเมือง เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและครอบครัว หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกระทำผิด" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว



ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังกลุ่ม Rap Against Dictatorship เจ้าของเพลง 'ประเทศกูมี' ซึ่งได้ชี้แจงว่า ทางส่วนเนื้อเพลงนั้นทางทีมมีการรีเสิร์ชจากสิ่งที่เป็น 'ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์' คือเป็นเนื้อหาที่ใครก็พูดกัน เช่น เสือดำ บ้านพักตุลาการ นาฬิกาข้อมือ เราเอาเรื่องนี้มาผสมผสานในเนื้อเพลง มันอาจจะดูรุนแรงขึ้นด้วยดนตรีแนวฮิปฮอป แต่ตัวกลุ่มเราตั้งใจว่าตั้งแต่ต้นว่าจะต่อสู้ตามวิถีทางกฎหมาย ไม่ทำอะไรผิดกฎหมายอยู่แล้ว



"หากโดนเรียกไปให้ปากคำจริงๆ ก็จะไป เพื่อเป็นการยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ของเราว่าเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะเราเชื่อในสิ่งที่เราทำ เราทำเพลง เราไม่ได้สร้างความไม่สงบเรียบร้อย หรือสร้างความวุ่นวายอยู่แล้ว" หนึ่งในกลุ่ม Rap Against Dictatorship ระบุ



ทั้งนี้เพลง 'ประเทศกูมี' เกิดจากการรวมกลุ่มของแร็ปเปอร์ในโปรเจ็กต์ Rap Against Dictatorship ซึ่งได้ปล่อยมิวสิควิดีโอของเพลงออกมาเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เนื้อหาของเพลงเป็นการหยิบจับสถานการณ์ทางการเมืองมาร้อยเรียงให้เข้าใจง่าย จนขณะนี้มียอดวิวทางยูทูบทะลุเกิน 850,000 วิว



‘ประเทศกูมี’ แร็ปต้านเผด็จการ สัมภาษณ์กลุ่มแร็ปเปอร์และผู้กำกับมิวสิควิดีโอ



https://prachatai.com/journal/2018/10/79305